
ท่ามกลางการคาดหมายว่า จะไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม “2 ทหารเรือ” ที่ถูก สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้ ทั้งๆ ที่น่าเชื่อว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ทีมปฏิบัติการ” ที่ลงมือยิงถล่มเพื่อหวังสังหารเขาถึงหน้าบ้าน
และเริ่มมีข่าวหนาหูมากขึ้นว่า ตำรวจชุดคลี่คลายคดีกำลังเตรียม “ปิดจ๊อบ” สรุปสำนวนคดีไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 5 คนต่อศาล ซึ่งล้วนเป็นทีมมือปืนระดับปฏิบัติการ โดยไม่มีการระบุถึง “ผู้บงการ” ในระดับเหนือขึ้นไป
ช่วง 2-3 วันมานี้จึงมีความเคลื่อนไหวจาก ที่ปรึกษาศูนย์ทนายมุสลิม อาดีลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) ทั้งเรียกร้องความเป็นธรรม และมอบข้อมูลเป็นแผนผังการใข้โทรศัพท์ รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ของกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ซึ่งน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 7 คน
“ทีมข่าวอิศรา” ไปขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ ทนายอาดิลัน สรุปข้อมูลได้แบบนี้

- มีหลักฐานสัญญาณการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องสงสัย ปฏิบัติการสังหาร สส.กมลศักดิ์
- มี 10 หมายเลขที่เกี่ยวข้อง
- เชื่อมโยงกับทีมปฏิบัติการที่กระทำความผิด 7 คน (5 คนทีมสังหาร + 2 คนทีมสนับสนุน)
- สรุปได้ว่าต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้มากกว่า 5 คน
- พบการเตรียมการ วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน
- ข้อมูลการโทร จะบอกได้ว่า....หลังก่อเหตุ มือปืนโทรหาใคร, มีการประสานเปิดด่าน หรือชะลอการตั้งด่านหรือไม่, มีการประสานเรื่องจุดซ่อนปืน ทิ้งปืน ทิ้งรถหรือไม่ อย่างไร และที่สำคัญ คือ จะสาวต่อถึงตัวผู้บงการได้อย่างแน่นอน

“ต้องยอมรับว่าการจะหาพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นพยานนิติวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน สัญญาณโทรศัพท์เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือมาก เรามีประสบการณ์จากคดีความมั่นคง ทำให้เราได้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เองสามารถรวบรวมพยานหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของคนหนึ่งคนที่จะเชื่อมต่อกับผู้ร่วมก่อเหตุ ผู้ร่วมก่อการว่าติดต่อกันในเวลาใด ความถี่ของการติดต่อสื่อสาร รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของเสาสัญญาณเบสที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร”
“เหล่านี้เป็นพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของพนักงานสอบสวน เช่น บอกว่ามีการไปรับรถเพื่อนำไปก่อเหตุ ณ สถานที่หนึ่ง เราก็จะดูว่าในเวลานั้นมีใครติดต่อกันบ้าง ที่มีการอ้างถึงว่ามีการไปรับรถเพื่อจะไปก่อเหตุ หรือมีการไปติดฟิล์มรถ ในวันเวลาใด เราก็จะเห็นว่าใครไปที่ไหนอย่างไร โดยการใช้สัญญาณโทรศัพท์เป็นตัวติดตาม”
ทนายอาดิลัน ยังบอกด้วยว่า การไปยื่นหนังสือถึงผู้การตำรวจภูธรนราธิวาส เพราะเป็นห่วงว่าสัญญาณโทรศัพท์จะถูกลบไป เนื่องจากโดยระบบแล้ว เอกชนผู้ให้บริการจะเก็บรักษาไว้เพียง 3 เดือน
ท้ายที่สุด ที่ปรึกษาศูนย์ทนายมุสลิมยังเอ่ยขอบคุณชุดสืบสวนสอบสวนในคดีที่ทำงานกันอย่างทุ่มเท จนได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก
@@ ตร.โต้เอง สอบเทคนิคเชิงลึกไม่มีการโทร
เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ทนายอาดีลันจะพูดให้เข้าใจได้ว่า ศูนย์ทนายมุสลิมได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากฝ่ายตำรวจ ซึ่งเป็นชุดสืบสวนสอบสวนในคดีนั่นเอง
แต่เมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวออกไปปรากฏว่ามีตำรวจในชุดคลี่คลายคดี ซึ่งเป็นตำรวจใหญ่ และมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง กลับออกมาปฏิเสธข้อมูลนี้อย่างสิ้นเชิง
- ผลตรวจสอบทางเทคนิค โดยอาศัยนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของบุคคลที่ถูกพาดพิงทั้งหมด พบข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหาในคดีอย่างมีนัยสำคัญ
กล่าวคือช่วงเวลาเกิดเหตุ บุคคลสำคัญที่ถูกพาดพิง โดยเฉพาะ เรือเอกวิโรจน์ นายเคี้ยง (ธนภัทร วัฒนภิญโญ) และ นายสมพร ลังเดช ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวจักรสำคัญของคดี ทั้งมือปืน และผู้ประสานงาน ล้วนปิดมือถือ
ฉะนั้นจึงไม่มีการโทรประสานงานกับ “บุคคลลึกลับ” เพื่อขอ “เคลียร์เส้นทาง” ตามที่เป็นข่าว
@@ แค่คำซัดทอนกันเอง ใช้ยันในศาลไม่พอ
หนำซ้ำยังฝากเตือนผู้เกี่ยวข้องว่า คำให้การซัดทอดกันเองของผู้ต้องหา ศาลจะรับฟังอย่างระมัดระวัง ฉะนั้นต้องมีข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ยืนยัน
“เราตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารเชิงลึก พบว่าไม่มีมูลความจริงตามที่อ้าง”
“ข้อมูลทางเทคนิคระบุว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ บุคคลทั้งหมดได้ปิดโทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งสวนทางกับข้ออ้างที่ว่ามีการโทรศัพท์ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอ ‘เคลียร์เส้นทาง - เคลียร์ด่าน’ ตามหลักการแล้ว ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้เพื่อเอาตัวรอด แต่พนักงานสอบสวนจะรับฟังได้หรือไม่ ต้องดูหลักฐานเชิงประจักษ์อื่นมายืนยัน ซึ่งในกรณีนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารเชิงลึก กลับพบว่าไม่มีมูลความจริงตามที่อ้างเลย” แหล่งข่าวจากชุดคลี่คลายคดี ระบุ
และว่า ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยมุ่งเน้นที่พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคเป็นหลัก มากกว่าการให้น้ำหนักกับคำบอกเล่าของผู้ต้องหาเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการดำเนินคดี และเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณชนในข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามพยานหลักฐานจริงต่อไป
@@ การันตีไม่มีหมายจับ “2 ทหาร”

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาออกหมายเรียก หมายจับ ทหารนาวิกโยธิน 2 นายที่ถูก สส.กมลศักดิ์ แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม โดยตำรวจชุดคลี่คลายคดีขอเวลา 3 วัน นับตั้งแต่วันประชุมใหญ่ วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.69 ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ระยะเวลา 2-3 วัน ไม่ได้หมายความว่าจะมีการออกหมายจับทันที แต่เป็นช่วงเวลาของการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน
@@ “2 นาวิกฯ” ขอพบตำรวจเอง ไม่ได้เชิญตัว
สำหรับการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนนั้น พล.ต.ต.ประยงค์ ชี้แจงว่า ทางตำรวจไม่ได้มีการออกหมายเรียก หรือ “เชิญตัว” ในลักษณะบังคับ แต่เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นายได้รับทราบข่าวว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองแล้ว จึงได้มีการประสานงานนัดหมายที่จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง
“ไม่ใช่เชิญนะ คือเขานัดหมายเขาจะมาอยู่แล้ว เขารับทราบข่าวเขาก็จะมา เขารู้แล้วว่ามีการแจ้งความ” ผู้การนราธิวาส กล่าว
