
รมว.คมนาคม กางตัวเลขผู้โดยสารตกค้าง 4 สนามบินหลักในไทยรวมกว่า 1.5 หมื่นคน หลังสายการบินยักษ์ใหญ่ระงับเที่ยวบินจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ชี้เป็นโอกาส “การบินไทย” รับอานิสงส์ผู้โดยสารยุโรปไหลเข้าเต็มทุกที่นั่ง ขณะที่สถานทูตไทยในอาบูดาบีรุดเยี่ยมฮุจญาจไทย หลังพบกลุ่มผู้สูงอายุเริ่มล้มป่วย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารชาวตะวันออกกลางที่ตกค้างในประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์น่านฟ้าปิดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ว่า มีผู้โดยสารตกค้างกระจายอยู่ตามท่าอากาศยานหลักทั่วประเทศ
โดยที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินถูกยกเลิกราว 130 เที่ยวบิน ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างกว่า 9,000 คน ขณะที่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต มีเที่ยวบินถูกยกเลิก 36 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารตกค้างราว 5,500 คน ส่วนที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีผู้ตกค้าง 600 คน และ ท่าอากาศยานดอนเมือง อีก 200 คน รวมยอดผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดกว่า 15,300 คน
นายพิพัฒน์ ระบุว่าสายการบินแต่ละแห่งได้เข้ามาดูแลเรื่องที่พักและอาหารให้แก่ผู้โดยสารแล้ว และกระทรวงคมนาคมจะเร่งประสานอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศให้ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มชาวตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงการถือศีลอด ทำให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีจำนวนน้อยกว่าปกติ ผลกระทบในเชิงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงไม่รุนแรงมากนัก แต่กลับกลายเป็นโอกาสของ การบินไทย (Thai Airways) ที่พบว่าผู้โดยสารจากยุโรปที่เคยใช้เส้นทาง Transit ผ่านตะวันออกกลาง ได้เปลี่ยนมาใช้บริการสายการบินไทยจนเต็มทุกที่นั่ง เพื่อเดินทางไป-กลับยุโรป แม้ว่าค่าโดยสารจะมีราคาสูงกว่าก็ตาม
@@ สถานกงสุลในเจดดาห์ประกาศเตือนคนไทย 5 มณฑล

ด้าน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้รายงานสถานะล่าสุด ณ เวลา 12.55 น. ของวันที่ 2 มี.ค.69 ระบุว่า สายการบินที่มีเที่ยวบินตรงสู่ประเทศไทยมีการระงับการให้บริการชั่วคราว โดยที่ ท่าอากาศยานดูไบ (DXB) สายการบิน Emirates และ FlyDubai ได้ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินไปจนถึงเวลา 15.00 น. ของวันอังคารที่ 3 มี.ค.69 (เวลายูเออี) เช่นเดียวกับที่ ท่าอากาศยานชาร์จาห์ (SHJ) สายการบิน Air Arabia ได้ยกเลิกทุกเที่ยวบินไปจนถึงเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน
ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ออกประกาศเตือนคนไทยใน 5 มณฑลหลักของซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ มณฑลมักกะฮ์, มาดีนะฮ์, อัลบาฮะฮ์, อะซีร และญาซาน ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และลงทะเบียนฐานข้อมูลคนไทยโดยเร่งด่วน
อ่านประกอบ : สงครามอิหร่านสะเทือนถึงไทย! ผู้แสวงบุญอุมเราะห์ตกค้างสนามบินเพียบ
@@ ฮุจญาจสูงวัยเริ่มป่วย - สถานทูตดูแลใกล้ชิด

ในส่วนความช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน นายมะซารี แวนิ ผู้แสวงบุญอุมเราะห์จากจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ตกค้างที่กรุงอาบูดาบี เปิดเผยว่า คณะผู้แสวงบุญจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงพักรออยู่ในโรงแรมภายใต้การดูแลของสายการบิน Etihad Airways ซึ่งดูแลเรื่องที่พักและอาหารเป็นอย่างดี
“สถานการณ์ทั่วไปยังปกติ แต่เริ่มมีผู้สูงอายุในคณะ 4-5 คน มีอาการไม่สบาย ซึ่งถือเป็นจังหวะดีที่เจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี เข้ามาเยี่ยมเยียน และจัดหายามาให้ทันที ต้องขอขอบคุณมาก” นายมะซารี กล่าว
@@ ขอดุอาอ์เปิดน่านฟ้า หวังญาติมิตรเดินทางกลับไทย

สอดคล้องกับตัวแทนจาก “แซะห์มารียะฮ์กรุ๊ป นครศรีธรรมราช” ซึ่งเป็นผู้ประกอบการพาชาวไทยมุสลิมเดินทางไปทำฮัจญ์และอุมเราะห์ กล่าวว่า ทางสถานทูตฯ ได้กระจายกำลังเยี่ยมเยียนฮุจญาจไทยตามโรงแรมต่างๆ เพื่อมอบสิ่งของจำเป็น
ขณะที่ญาติผู้แสวงบุญในไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดและร่วมดุอาอ์ (สวดขอพร) ให้มีการเปิดน่านฟ้าในเร็ววัน เพื่อให้กลุ่มผู้ตกค้างเดินทางกลับถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
ทางด้านครอบครัวของผู้แสวงบุญในจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า เดิมคาดว่าคุณแม่จะได้เดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 2 มี.ค. แต่ล่าสุดได้รับแจ้งว่าต้องเลื่อนออกไปก่อน
“ตอนนี้ทำได้เพียงภาวนาและรอฟังข่าวจากสายการบิน คาดว่าน่าจะมีความชัดเจนขึ้นโดยเร็ว ขอให้ทุกคนช่วยกันดุอาอ์ให้คนไทยทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย” ญาติผู้แสวงบุญ กล่าว
