ในห้วงของเดือนรอมฎอน ถือเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐ กับผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ จะได้พบปะและพูดคุยสานสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดขึ้น
โดยผ่านกิจกรรม “ละศีลอด” ในเดือนแห่งบุญของอิสลาม
ปีฮิจเราะห์ศักราช 1446 หรือพุทธศักราช 2568 นี้ก็เช่นกัน หน่วยงานภาครัฐ นำโดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้จัดกิจกรรมพบปะผู้นำศาสนาและประชาชน
วัตถุประสงค์ด้านหนึ่งก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และความไว้เนื้อเชื่อใจ ว่าหน่วยราชการยืนเคียงข้างพี่น้องชายแดนใต้ ขณะที่อีกด้านก็เป็นการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม...อย่างสันติสุข
เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มี.ค.68 ที่มัสยิดบ้านพลีใต้ อ.นาทวี จ.สงขลา นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (จากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ สป.มท.) ร่วมกิจกรรมละศีลอด (เปิดปอซอ) เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอน โดยมี พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดกิจกรรม
ไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ นอกจากฝ่ายทหาร และราชการพลเรือน รวมถึงฝ่ายปกครอง เหมือนกับกิจกรรมในพื้นที่อื่นๆ แล้ว ที่มัสยิดบ้านพลีใต้ยังมีความพิเศษ คือ มีผู้แทนจากศาสนาพุทธ พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ร่วมงานด้วย พร้อมกับประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา, รองผู้บังคับการกองกำลังตำรวจจังหวัดสงขลา, นายอำเภอ, ผู้นำศาสนา และประชาชนมทั่วไป
ก่อนร่วมกิจกรรมละศีลอด ได้มีการเสวนากับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่
โดย พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เสวนาในหัวข้อ “การเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม ในพื้นที่ 4 อำเภอสงขลา”
นายศักดิ์กรียา บินแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา อภิปรายในหัวข้อ “การปฎิบัติตนในห้วงเดือนรอมฎอน”
พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญา รองผู้บังคับกองกำลังตำรวจจังหวัดสงขลา เสวนาในหัวข้อ “การอำนวยความสะดวกในการประกอบศาสนกิจ”
นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พูดในหัวข้อ “การส่งเสริมวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสังคมพหุวัฒนธรรม “
และ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ประธานเปิดงาน ได้กล่าวถึงภารกิจสำคัญของฝ่ายความมั่นคง ในหัวข้อ “เดือนรอมฎอนอันประเสริฐและมาตรการ การดูแลความปลอดภัยในห้วงเดือนรอมฎอน“
นอกจากนี้ภายในกิจกรรมยังได้มอบอินทผาลัมอบแห้ง และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้นำศาสนา นำไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนอีกด้วย
@@ แม่ทัพมุ่งมั่นงาน รปภ. - เตือนบุตรหลานอย่าเล่นดอกไม้ไฟ
โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวในการพบปะและอวยพรเนื่องในเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1446 ว่า เดือนรอมฎอนถือเป็นเดือนสำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม ในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเชื่อตามหลักบัญญัติทางศาสนาว่าด้วยพระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้เดือนดังกล่าว เป็นเดือนแห่งการประกอบอิบาดะห์ และได้ทรงกำหนดให้ชาวมุสลิมหรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามต้องทำการ “ถือศีลอด” เพื่อเป็นการควบคุมตัวเองในการรับประทานอาหารให้อยู่ในความพอดี ให้ร่างกายได้รู้จักความหิวโหย เพื่อให้เข้าใจ สภาพของคนยากไร้ที่ไม่มีอาหารรับประทาน
โดยตลอดระยะเวลา 1 เดือน ของการถือศีลอดนั้น ก็เพื่อทำให้ชาวมุสลิมมีจิตใจที่เมตตา เข้าอกเข้าใจผู้อื่น และยังเป็นช่วงเวลาสะสมความดีด้วยการละหมาดตารอเวียะห์, การซิกรุลลอฮ์, อ่านอัลกุรอาน และทำจิตใจให้ใสสะอาด อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีการบริจาค และการเลี้ยงละศีลอดให้กับผู้ที่ถือศีลอด ถือเป็นความดีที่จะได้รับผลบุญหลายเท่า
ในห้วงที่ผ่านมาแม้จะมีเหตุความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัย เพื่อให้เดือนรอมฎอนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พี่น้องประชาชนสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขอความร่วมมือผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ช่วยกันกำชับลูกหลาน งดซื้อประทัด ดอกไม้ไฟ เนื่องจากการเล่นประทัดและดอกไม้ไฟจะก่อให้เกิดอันตราย โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดและดอกไม้ไฟหลายราย รวมถึงขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลสอดส่องพื้นที่ของตนเองเพื่อยับยั้งเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่หวังดีมาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อีกด้วย
@@ อบรมจิตอาสาเอี๊ยะติกาฟ ดึงเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด
อีกกิจกรรมในวันเดียวกัน นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิดกิจกรรม “อบรมจิตอาสาเอี๊ยะติกาฟ ฟื้นฟูชีวิตด้วยศรัทธา” ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
โดยมีผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9, สมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมเมืองดาหลาพัฒนาพี่น้องไทย เข้าร่วม
ตลอดจนมีบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ อิหม่ามและผู้นำจิตอาสาในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติตามเป้าหมายกิจกรรม ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนอีกด้วย
กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 (ปปส.ภาค 9) สมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมเมืองดาหลาพัฒนาพี่น้องไทย ซึ่งได้กำหนดจัดอบรมจิตอาสาเอี๊ยะติกาฟ ฟื้นฟูชีวิตด้วยศรัทธา ในห้วงระหว่างวันที่ 21-30 มี.ค.68 ณ มัสยิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 480 แห่ง แห่งละ 10 คน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ติด ผู้เสพ และเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่มีความตั้งใจเลิกยาเสพติด เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน นําหลักการทางศาสนามาขัดเกลาจิตใจให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นําไปสู่การลด ละ เลิก การใช้ยาเสพติด
นายนันทพงศ์ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการดูแลลูกหลานเยาวชน ซึ่งตั้งเป้าว่าเยาวชนเหล่านี้คือกลุ่มแรกที่ใช้โอกาสเดือนรอมฎอนในช่วง 10 วันสุดท้ายมาอบรมสร้างหลักศาสนาที่ถูกต้อง ฟื้นฟู ย้ำเตือน สร้างโอกาส ให้เยาวชนได้มีความเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นเพื่อเรียนรู้หลักศาสนา และตระหนักถึงปัญหาของยาเสพติด จนต่อยอดไปเป็นพลังและมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรื่องการป้องกันยาเสพติด
“ที่สำคัญคือต้องพัฒนาผลักดันในเรื่องที่เยาวชนสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อ การฝึกอาชีพ ซึ่งภาครัฐเองก็จะมีโครงการ มีกิจกรรมในเรื่องของการสร้างโอกาสทางการศึกษา โอกาสในการสร้างอาชีพสร้างรายได้ของเยาวชน กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้ทำแค่ 10 วันแล้วจบ แต่ยังเป็นการมองอนาคต มองไปข้างหน้า เพื่อสร้างอนาคตให้แก่เยาวชนลูกหลานต่อไปอีกด้วย” รองเลขาธิการ ศอ.บต.ระบุ