
อีกคดีถึงศาลฎีกาฯแล้ว! ทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในภาคเหนือ ‘นิยม วิวรรธนดิฐกุล’อดีต สส. จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย - พวกรวม 18 คน จำเลย นัดฟังคำสั่งจะรับฟ้องหรือไม่ หลังโดน ป.ป.ช.ชี้มูลส่งสำนวนอัยการ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดแพร่ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 18 คน เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำที่ อม 46 / 2569 ในคดีที่จำเลยที่ 1 แทรกแซงการใช้จ่ายงบประมาณมีผลให้จำเลยที่ 1 มีส่วนโดยตรงในการใช้งบประมาณรายจ่ายในลักษณะครอบงำ สั่งการ แทรกแซง และวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน โดยมิชอบในการก่อสร้างเป็นสนามฟุตซอลกลางแจ้งและมีราคาสูงกว่าราคาท้องตลาด เป็นการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐ สนามกีฬาฟุตซอลกลางแจ้งไม่สามารถใช้งานได้จริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการเป็นเงินทั้งสิ้น 19,982,270 บาท ในโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดแพร่ 4 แห่ง ศาลฎีกาฯจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าระหว่างเดือนตุลาคม 2554 ถึงเดือนกันยายน 2555 จำเลยทั้งสิบแปดกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยจำเลยที่ 1สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ แทรกแซงการใช้จ่ายงบประมาณมีผลให้จำเลยที่ 1 มีส่วนโดยตรงในการใช้งบประมาณรายจ่ายในลักษณะครอบงำ สั่งการ แทรกแซง และวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมิชอบ
จำเลยที่ 2 เลขาธิการ สพฐ. มีบันทึกข้อความไปยังปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำเลยที่ 4 กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการพิจารณาการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการพิจารณางบประมาณของ สพฐ. มารับบัญชีคุมยอดหรือใบโควตารายการแปรญัตติเพิ่มปี 2555 ไปให้ สพฐ.
จำเลยที่ 3 ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบใช้ใบโควตาประสานงานกับผู้ประสานงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อผู้ประสานงานพรรคการเมืองส่งรายชื่อโรงเรียนและจำนวนเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรตามใบโควตาให้จำเลยที่ 3 มีรายชื่อโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดแพร่ 4 แห่ง แห่งละ 5 ล้านบาท โดยความเห็นชอบของจำเลยที่ 1 ให้ก่อสร้างสนามฟุตซอลในเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 1
ภายหลังพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ประกาศใช้ จำเลยที่ 3 เสนอให้จำเลยที่ 2 จัดสรรงบประมาณ งบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างตามใบโควตาไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 (สพม.เขต 37) พร้อมแนบข้อมูลรายชื่อโรงเรียน จำเลยที่ 5 ผู้อำนวยการ สพม.เขต 37 จำเลยที่ 6 รองผู้อำนวยการ สพม.เขต 37 จำเลยที่ 7 นักวิชาการตรวจสอบภายในชำนาญการพิเศษ สพม.เขต 37 จำเลยที่ 8 ถึงที่ 11 ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สพม.เขต 37 ที่ได้รับงบประมาณเข้าร่วมการประชุม
โดยจำเลยที่ 1 สั่งการให้จำเลยที่ 12 เลขานุการของจำเลยที่ 1 ชี้แจงแผนการขั้นตอนการก่อสร้างโดยอ้างว่าเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยที่ 7 อธิบายขั้นตอนวิธีการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เน้นย้ำให้จัดทำเอกสารตามข้อมูลในแผ่นซีดีที่เตรียมมา จำเลยที่ 12 ถึงที่ 18 บริษัทแกรนด์สยาม 98 จำกัด และบริษัทวายเอเอ็ม บิสซิเนส จำกัด ร่วมกันจัดเตรียมใบเสนอราคาและเอกสารประกอบ รวมทั้งการยื่นซองเสนอราคาโรงเรียนทั้ง 4 แห่ง โดยเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างตามที่ระบุในแผ่นซีดีและมีรายละเอียดคุณลักษณะเหมือนกันภายหลังโรงเรียนทั้ง 4 แห่ง ทำสัญญาจ้างบริษัทแกรนด์สยาม 98 จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 8 ถึงที่ 11 รู้อยู่แล้วว่าการเสนอราคาจ้างก่อสร้างมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
บริษัทแกรนด์สยาม 98 จำกัด เสนอขายแผ่นยางสังเคราะห์ (EVA) ทั้งที่แบบแปลนการก่อสร้างเป็นสนามฟุตซอลกลางแจ้งและมีราคาสูงกว่าราคาท้องตลาด เป็นการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐ สนามกีฬาฟุตซอลกลางแจ้งไม่สามารถใช้งานได้จริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการเป็นเงินทั้งสิ้น 19,982,270 บาท และเสียหายแก่ระบบราชการ เหตุเกิดที่แขวงดุสิต และแขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ ตำบลร้องเข็ม อำเภอร้องกวาง ตำบลหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ ตำบลห้วยม้า อำเภอเมืองแพร่ ตำบลบ้านหนุน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เกี่ยวพันกัน
ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 151, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 192 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 11, 12, 13
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิยมเป็น สส.แพร่ ระหว่าง วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สังกัดพรรคเพื่อไทย อดีตรองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดแพร่ คดีนี้ ป.ป.ช.เป็นผู้ไต่สวน ชี้มูลส่งสำนวนให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกาฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา