“…ควรพิจารณาให้ครอบคลุมถึงกรณีการเข้ายื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐในลักษณะกลุ่มบริษัท เช่น กิจการค้าร่วม (Consortium) กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และอื่น ๆ โดยหากบริษัทที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอใดในกลุ่มบริษัทนั้นมีประวัติการทำงานที่เข้าข่ายตามกฎกระทรวงนี้ก็จะต้องถือว่า ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้เช่นกัน…”
หมายเหตุ : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพิ่มความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง คือ กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่องานก่อสร้าง จนเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเกิดจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรในช่วงระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน และเมื่อปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงาน จะถูกตัดสิทธิยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี โดยจะแจ้งเวียนรายชื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งรับทราบ เผยแพร่ผ่านระบบสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และแจ้งผู้ประกอบการที่ถูกขึ้นบัญชีให้รับทราบ

อ่านข่าวประกอบ : ‘ครม.’ไฟเขียวหลักการร่างกฎกระทรวงฯฉบับใหม่ ‘คู่สัญญา’ทิ้งงานฯ ตัดสิทธิรับงานรัฐ 2-10 ปี
ต่อไปนี้เป็นความเห็นและข้อสังเกตของ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ (สงป.) โดยมีรายละเอียดดังนี้
@ สลค. ยกเหตุการณ์ เครนถล่ม-ทางหลวงพิเศษฯ อุทาหรณ์-ซ้ำซาก
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันมีกรณีที่ผู้รับจ้างงานก่อสร้างของหน่วยงานของรัฐ ทำให้มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน (เช่น เหตุการณ์เครนถล่ม โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน สัญญาที่ 3 - 4 ช่วงลำตะคอง- สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด จังหวัดนครราชสีมา ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ของกรมทางหลวง) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดซ้ำหลายครั้ง แต่หน่วยงานของรัฐก็ยังไม่ได้พิจารณาบอกเลิกสัญญา ตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กับคู่สัญญารายดังกล่าว และไม่ได้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นมาเพื่อให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานแต่อย่างใด เป็นผลให้ผู้รับจ้างรายดังกล่าวยังสามารถเข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้
ประกอบกับบทบัญญัติการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงานของผู้รับจ้างตามมาตรา 109 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ยังไม่ครอบคลุมไปถึงกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้างถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐจึงเห็นว่า ควรปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน โดยกำหนดให้ครอบคลุมกรณีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลาตามสัญญาถึงวันที่ผู้ว่าจ้างตรวจรับงานครั้งสุดท้าย จนเป็นเหตุให้งานก่อสร้างเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน
กระทรวงการคลังจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. ... มาเพื่อดำเนินการ โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐที่กระทำการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควระหว่างระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ที่ได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้างถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญานั้นกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน
โดยผู้รับจ้างที่เป็นผู้ทิ้งงานจะไม่สามารถยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี (นับตั้งแต่วันที่มีการแจ้งเวียนรายชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน) เมื่อปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งให้เริ่มนับระยะเวลาการถูกจำกัดสิทธิ ตั้งแต่วันที่มีการแจ้งเวียนรายชื่อผู้ทิ้งงานเป็นต้นไป
โดยต้องดำเนินการแจ้งเวียนรายชื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งทราบเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และแจ้งให้ผู้ประกอบการที่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานรับทราบ ซึ่งผลของการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน คือ ผู้ประกอบการรายดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิในการยื่นข้อเสนอหรือเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่เคยสร้างความเสียหายกลับเข้ามารับงานภาครัฐ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ อันจะทำให้ผู้รับจ้างที่เคยมีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะไม่สามารถยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้ อันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานกับโครงการอื่นของหน่วยงานของรัฐ และทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถคัดกรองผู้รับจ้างงานก่อสร้าง เพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
@ สภาพัฒน์ ชง ครอบคลุม กิจการค้าร่วม-ร่วมค้า
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาอนุมัติหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว จะได้ดำเนินการตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงฯ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ต่อไป
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการและข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า 1. ควรพิจารณาบทบัญญัติให้ครอบคลุมระยะเวลาความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องตามสัญญาหลังจากการส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว หากเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและหากมีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่าเกิดจากความบกพร่องหรือผิดพลาดของผู้รับจ้างก็ควรกำหนดให้เป็นไปในลักษณะเป็นการทิ้งงานด้วย และควรปรับปรุงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดจ้างก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
2. ควรพิจารณาให้ครอบคลุมถึงกรณีการเข้ายื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐในลักษณะกลุ่มบริษัท เช่น กิจการค้าร่วม (Consortium) กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และอื่น ๆ โดยหากบริษัทที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอใดในกลุ่มบริษัทนั้นมีประวัติการทำงานที่เข้าข่ายตามกฎกระทรวงนี้ก็จะต้องถือว่า ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นข้อเสนอหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้เช่นกัน
@ สำนักงบฯ หวั่น เป็นเงื่อนไขยกเลิกสัญญา-ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สำนักงบประมาณเห็นว่า สมควรที่คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อการบริหารงบประมาณรายจ่าย กรณีที่หน่วยรับงบประมาณนำเหตุดังกล่าวมากำหนดเป็นเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญาทำให้ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างในส่วนที่เหลือใหม่ ซึ่งประมาณการค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่ากรอบวงเงินเดิม และส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณในภาพรวม
จึงเห็นสมควรให้กระทรวงการคลังพิจารณาการประกาศผู้ประกอบการเป็นผู้ทิ้งงานด้วยความรอบคอบและครอบคลุมในทุกมิติ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาระงบประมาณของภาครัฐ และเห็นสมควรให้หน่วยรับงบประมาณใช้หน่วยงานภายนอก (Third Party) ในการประเมินค่าใช้จ่ายของโครงการก่อสร้างในส่วนที่เหลือ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
ตลอดจนสร้างความสมดุลระหว่างความมีประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณภายใต้หลักความคุ้มค่า (Value for Money : VfM)
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในกำหนดระยะเวลา (24 มิถุนายน 2569) จึงถือว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ขัดข้อง ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 (เรื่อง แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี)



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา