"...ผมขออธิบาย นรม. ว่า ทุกคนไม่ว่ารวยหรือจน มีหน้าที่เสียภาษีให้ครบถ้วน ขอย้ำ ครบถ้วน ดังนั้น แม้ นรม. จะเสียภาษีในจำนวนมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าตั้งใจหนีภาษี แม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และฝ่าฝืนจริยธรรม ไม่น่าเชื่อว่า นรม. ไม่สามารถเข้าใจหลักคิดแบบง่ายๆ ในเรื่องความเป็นธรรมในสังคมเช่นนี้ ผมขอแนะนำให้ สส ของทุกพรรค พิจารณาคำชี้แจงแบบเหมารวม และการอ้างความถูกต้องโดยไม่แสดงหลักฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นคำชี้แจงที่ท่านสมควรเชื่อถือได้หรือไม่..."
หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) : ภายหลังจากที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามกรณีการโอนหุ้นของ น.ส.แพทองธาร และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินมีหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋ว PN) กว่า 4.4 พันล้านบาท ส่อเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี ใช้เป็นเครื่องมือทำนิติกรรมอำพราง ในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินหรือไม่ ระหว่างในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 โดยยืนยันว่า ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมาย การกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีคนนี้หนีภาษีไม่ได้เป็นความจริงเลย
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว ระบุว่า นายกอิงค์ไม่สามารถชี้แจงหนีภาษี
****************
นายกอิงค์ไม่สามารถชี้แจงหนีภาษี
”24 มีนาคม 2568 - เวลา 15.15 น.
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็น “ตั๋ว PN” ตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ที่ระบุว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหนีภาษีโอนหุ้น
โดยยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ฝ่ายค้านใช้สำนวนโวหารบิดเบือนข้อเท็จจริง และนำภาษีคนละหมวดมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจผิด
ย้ำว่าตนเองเสียภาษีถูกต้องทุกขั้นตอน
..
น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อย่างครบถ้วน และพร้อมให้ตรวจสอบทุกอย่าง
ขณะที่ธุรกรรมทางการเงินและที่ดินของครอบครัวถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นตั้งแต่รัฐประหาร 2549 และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย
ส่วน “ตั๋ว PN” นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า เป็นเครื่องมือทางการเงินปกติในภาคธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือฟอกเงิน
พร้อมย้อนถามฝ่ายค้านว่าคนในพรรคตัวเองเคยใช้วิธีการนี้หรือไม่“
ผมตั้งข้อสังเกตว่า
1. ไม่ตอบลักษณะผิดปกติของตั๋ว
นส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส.เพชรบูรณ์ พปชร. ตั้งประเด็นเกี่ยวกับรายการหนี้สินจำนวนกว่า 4,434 ล้านบาท ซึ่งเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระค่าหุ้นที่ นรม. ได้รับจากพี่น้อง เครือญาติ และบุคคลในครอบครัวของนายกฯ
ทั้ง 9 ฉบับล้วนเป็นตัวสัญญาใช้เงินที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้คืน และไม่มีการคิดดอกเบี้ย
ผมเพิ่มเติมว่า โดยสามัญสำนึกของวิญญูชน ย่อมไม่มีใครยอมให้บุคคลอื่น มาเป็นหนี้ตนเอง โดยไม่มีกำหนดชำระหนี้ โดยไม่คิดดอกเบี้ย
ลักษณะของตั๋วที่ผิดปกติวิสัยเช่นนี้ จึงเกิดข้อพิรุธว่า อาจจะเป็นนิติกรรมอำพราง ใช่หรือไม่?
นรม..ไม่จำเป็นต้องโอ่อวดว่า ทุกอย่างโปร่งใส เพราะ ปปช. เปิดเผยรายการบัญชีต่อสาธารณะอยู่แล้ว
ส่วนที่ นรม.. อ้างว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย นั้น
เป็นกำปั้นทุบดิน คือทุบไปที่ไหนก็ถูกพื้นดิน ทั้งนั้น ตอบแบบนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ ไม่ได้ตอบตรงประเด็น
2. อ้างภาษีคนละหมวดอย่างเลอะเทอะ
นรม. อ้างว่า ฝ่ายค้านใช้สำนวนโวหารบิดเบือนข้อเท็จจริง และนำภาษีคนละหมวดมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจผิด
แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า เหตุใดเครือญาติที่โอนหุ้นให้ตน ยอมให้ตนเป็นหนี้ โดยไม่มีกำหนดชำระหนี้ โดยฟรีดอกเบี้ย เป็นการกุศลเช่นนี้
รวมทั้งไม่สามารถอธิบายได้ว่า ภาษีหมวดที่ระบุว่าอ้างผิดนั้น คืออย่างไร
3. ตั๋ว PN ไม่ปกติ
นรม. อ้างว่า “ตั๋ว PN” เป็นเครื่องมือทางการเงินปกติในภาคธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือฟอกเงิน
ผมขอเรียนว่า ตั๋ว PN ที่เป็นเครื่องมือทางการเงินปกติในภาคธุรกิจ นั้น จะไม่มีลักษณะผิดธรรมชาติ
เพราะใช้ในเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่การกุศล
ส่วนตั๋ว PN ประเภทไม่มีกำหนดชำระหนี้ ประเภทให้ฟรีดอกเบี้ย มักจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือฟอกเงิน หรือนิติกรรมอำพรางอยู่แล้ว
4. ไม่ตอบเรื่องไม่เสียภาษีรายได้ค่าเช่า
นส.พิมพ์พรอภิปรายว่า นรม. แสดงว่ามีรายรับค่าเช่า 8 แสนบาท แต่ไม่มีหลักฐานการเสียภาษีรายได้
นรม. ไม่สามารถตอบอะไรได้
5. ไม่ตอบเรื่องการโอนหุ้นภายหลังได้รับแต่งตั้ง
นส.พิมพ์พรอภิปรายว่า นรม. มีการโอนหุ้น 3 บริษัทให้แก่บุคคลอื่น เกิดขึ้นภายหลังได้รับแต่งตั้ง แต่กลับไม่รายงานการได้รับเงินตอบแทนต่อ ปปช
ผมเพิ่มเติมว่า ประเด็นนี้อาจเข้าข่าย เป็นการรายงาน ปปช ที่ไม่ถูกต้อง และอาจถูกตีความไปได้ว่าเป็นการโอนให้บุคคลอื่นถือแทน ใช่หรือไม่?
นรม. ไม่สามารถตอบอะไรได้
6. ไม่เข้าใจหลักการเสียภาษี
นรม. อ้างว่า “แม้อายุน้อยกว่าท่าน แต่เสียภาษีมากกว่าท่านแน่นอน” อันเป็นการข่มผู้อื่นว่า ตนเองเสียภาษีทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมมากกว่า
ผมขออธิบาย นรม. ว่า ทุกคนไม่ว่ารวยหรือจน มีหน้าที่เสียภาษีให้ครบถ้วน ขอย้ำ ครบถ้วน
ดังนั้น แม้ นรม. จะเสียภาษีในจำนวนมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าตั้งใจหนีภาษี แม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และฝ่าฝืนจริยธรรม
ไม่น่าเชื่อว่า นรม. ไม่สามารถเข้าใจหลักคิดแบบง่ายๆ ในเรื่องความเป็นธรรมในสังคมเช่นนี้
ผมขอแนะนำให้ สส ของทุกพรรค พิจารณาคำชี้แจงแบบเหมารวม และการอ้างความถูกต้องโดยไม่แสดงหลักฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
เป็นคำชี้แจงที่ท่านสมควรเชื่อถือได้หรือไม่
เพราะถ้าต่อไปมีการตรวจสอบ และกรณีพบว่า นรม. กระทำความผิด สส ที่ลงคะแนนไว้วางใจ อาจเข้าข่ายมีความผิดไปด้วย
วันที่ 24 มีนาคม 2568
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ