
‘ป.ป.ช.’ จับมือ ‘กรมบัญชีกลาง’ รื้อโครงสร้างการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั่วประเทศ หลังพบ 3 จุดเสี่ยง ชงมาตรการจัดทำบัญชี ‘ผู้ทิ้งงานประเภททุจริต’
........................................
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าในการอุดรอยรั่วการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ประชุมหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อวางมาตรการป้องกันการให้และรับสินบนอย่างเด็ดขาด โดยเป็นการผสานความแข็งแกร่งของกฎหมาย 2 ฉบับ คือ มาตรา 176 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ มาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
นายสุรพงษ์ ระบุว่า แม้ปัจจุบันกฎหมายจะกำหนดให้นิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐต้องมีระบบควบคุมภายใน เพื่อป้องกันการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะโครงการในภูมิภาคและท้องถิ่น กลับพบช่องโหว่ร้ายแรงที่ยากต่อการตรวจสอบ ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. จึงเสนอให้เร่งแก้ไขความเสี่ยง 3 ประการ ได้แก่
1.บริษัทลูก/นอมินี ประเทศไทยขาดฐานข้อมูลส่วนกลางที่เชื่อมโยงระหว่างคู่สัญญาภาครัฐกับตัวนิติบุคคล ทำให้เมื่อบริษัทแม่ถูกจับได้ว่าทุจริต ก็มักจะหลบเลี่ยงไปใช้บริษัทลูก (ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) เข้ามารับงานแทน
2.ปัจจุบันไม่มีกลไกการทวนสอบ (Verification) ความมีอยู่จริงของระบบควบคุมภายใน ทำให้หลายบริษัทใช้วิธีจ้างทำเอกสารมารับรองพอเป็นพิธี แต่พฤติกรรมหน้างานจริงยังคงมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ซึ่ง ป.ป.ช. ย้ำว่าการมีแค่กระดาษรับรองไม่สามารถป้องกันการทุจริตได้จริง
3.บทลงโทษไม่สะเทือนนิติบุคคล เมื่อเกิดการทุจริต กระบวนการมักจบลงที่การลงโทษตัวบุคคล แต่นิติบุคคล กลับยังคงมีสถานะรับงานรัฐได้ ป.ป.ช. จึงเสนอให้ดึงผลการชี้มูลความผิดมาเชื่อมโยงกับระบบจัดซื้อจัดจ้าง และขึ้นบัญชี ‘ผู้ทิ้งงานประเภททุจริต’ แยกออกมาให้ชัดเจน เพื่อตัดสิทธิ์นิติบุคคลรายนั้นอย่างถาวร
ดังนั้น ที่ประชุมระหว่าง ป.ป.ช. และกรมบัญชีกลาง จึงเห็นพ้องในหลักการว่าการอุดช่องโหว่ร้ายแรงที่ยากต่อการตรวจสอบดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องรอแก้ไขกฎหมาย แต่สามารถใช้กลไกการบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่ โดยกำหนดให้ความน่าเชื่อถือของระบบควบคุมภายใน เป็นหนึ่งในคุณสมบัติบังคับของผู้ยื่นข้อเสนอรับงานรัฐผ่านระบบ e-GP ทันที
“ป.ป.ช. จะขอรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการความร่วมมือนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อทุบทำลายช่องว่างเชิงโครงสร้าง และเปลี่ยนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นพื้นที่ของคนที่ตั้งใจทำงานจริง ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มทุนที่ใช้เงินใต้โต๊ะเบิกทาง” นายสุรพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีนโยบายยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไทยกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มตัว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา