
ผ่าแผนขยายถนนวงแหวน จ.เชียงใหม่ ‘กรมทางหลวง’ เท 7 พันล้านเติมเต็ม ‘วงแหวนรอบ 3’ ทั้งเสริมทางแยก-ขยายถนน 4 เลนรวม 11 จุด ด้าน ‘กรมทางหลวงชนบท’ เตรียมเสนอ ‘วงแหวนรอบที่ 4’ รองรับจังหวัดขยายตัว ระยะทางยาวกว่า 59 กม.
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึงภาคเหนือ จังหวัดสำคัญที่จะปรากฎขึ้นมาในหัวก่อนเลยคือ จ.เชียงใหม่
ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่ยอดนิยมเสมอ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอยู่ไม่ขาดสาย สะท้อนจากข้อมูลโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่ข้อมูลสำคัญว่า ในปี 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 11,955,249 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 4.40 และสร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 111,498.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 4.36 เลยทีเดียว
ประกอบกับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจนจนถึงบริเวณ ถนนวงแหวนรอบสอง (ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี) และเริ่มขยับขยายไปจนถึงบริเวณ ถนนวงแหวนรอบสาม (ถนนรอบเมืองเชียงใหม่) ทำให้กรมถนนของประเทศเริ่มคิดหาทางขยับขยายวงแหวนถนนมากขึ้น
ปัจจุบันในจ.เชียงใหม่ ถนนหลักที่รองรับการคมนาคมระหว่างตัวเมืองเชียงใหม่กับเขตชานเมือง อำเภอใกล้เคียง และจังหวัดใกล้เคียง ประกอบด้วยถนนสายหลักที่นำไปยังเขตชานเมืองหรืออำเภอใกล้เคียง และถนนวงแหวนที่เชื่อมต่อถนนสายหลักข้างต้นเข้าด้วยกัน ซึ่งถนนวงแหวนมีจำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่
1.วงแหวนรอบที่หนึ่ง ประกอบด้วยถนนสองสาย ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์, เชียงใหม่–สารภี–จังหวัดลำพูน) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1141 (ถนนมหิดล) ระยะทางรวม 19.6 กม. กำกับดูแลโดยกรมทางหลวง (ทล.)
2.วงแหวนรอบที่สอง หรือวงแหวนรอบกลาง คือ ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ระยะทาง 26.13 กม. กำกับดูแลโดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.)
และ 3. วงแหวนรอบที่สาม หรือวงแหวนรอบนอก คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 121 (วงแหวนรอบที่สาม, วงแหวนรอบนอก–คลองชลประทาน) ระยะทาง 52.957 กม. กำกับดูแลโดย ทล.
แผนที่วงแหวนรอบที่ 4 จ.เชียงใหม่
ที่มา: กรมทางหลวงชนบท (ทช.)
@ส่องแผนปรับปรุง-ขยายถนน 11 โครงการ 7.5 พันล.
นายวรศักดิ์ วงษ์รอด ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันวงแหวนรอบที่ 3 ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการบริหารจราจรบริเวณจุดตัดทางแยกต่างๆ ซึ่งเดิมทีกรมทางหลวงจะใช้สัญญาณไฟกำหนดเป็นหลัก แต่เมื่อจ.เชียงใหม่ขยายตัวมากขึ้น มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากขึ้น ลำพังการใช้สัญญาณไฟไม่เพียงพอแล้ว การจราจรติดขัดมากขึ้น แถวยาวมากขึ้น จึงต้องพัฒนาทางแยกต่างๆเป็นทางลอดต่างระดับบ้าง หรือทางยกระดับบ้าง แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่จุด
ปัจจุบัน กรมทางหลวงมีแผนเกี่ยวกับจัดการจุดแยกจุดตัดบนวงแหวนรอบ 3 และขยายศักยภาพถนนที่เกี่ยวข้อง รวม 11 จุด ระยะทางรวม 38.959 กม. วงเงินรวม 7,585.2 ล้านบาท โดยมีความคืบหน้าทั้ง 11 จุดดังนี้ (ดูภาพด้านล่าง)
1.โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121ตัดทางหลวงมายเลข 1317 (แยกสันกลาง) ค่าก่อสร้าง 995.2 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ค. 2566 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 91.69%
2.โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงหมายเลข 1006 (แยกต้นเปาพัฒนา) ค่าก่อสร้าง 650 ล้านบาท ได้รับงบประมาณก่อสร้างเมื่อปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 7.34%
3.โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงหมายเลข 11 (แยกซุปเปอร์ไฮเวย์) ค่าก่อสร้าง 700 ล้านบาท ได้รับงบประมาณก่อสร้างเมื่อปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 3.74%
4. โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงหมายเลข 106 (แยกกองทราย) ค่าก่อสร้าง 445 ล้านบาท ได้รับงบประมาณก่อสร้างเมื่อปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 0.89%
5. โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงหมายเลข 108 (แยกสะเมิง) ค่าก่อสร้าง 920 ล้านบาท ได้งบประมาณก่อสร้างปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 13.75%
6.โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงมายเลข 1317 (แยกสันกลาง) ระยะที่ 2 ค่าก่อสร้าง 430 ล้านบาท ได้งบประมาณก่อสร้างปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 13.92%
7.โครงการก่อสร้างขยาย 4ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 107สาย เชียงใหม่ -อ.แม่จัน ตอน อ.ฝาง -อ.แม่อาย ระยะทาง 14.302 กม. ค่าก่อสร้าง 650 ล้านบาท ได้งบประมาณก่อสร้างปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 7.18%
8.โครงการก่อสร้างขยาย 4ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 1317สาย สันกลางใต้ -ห้วยแก้ว ตอน บ.ดอยยาว -บ.แม่เลน ระยะทาง 14 กม. ได้งบประมาณก่อสร้างปี 2568 ความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 12.07%
9. โครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 ตัดทางหลวงมายเลข 1001 (แยกหนองจ๊อม) ค่าก่อสร้าง 800 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง
10. ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121ตัดทางหลวงมายเลข 1367(แยกสันคะยอม) ค่าก่อสร้าง 650 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง
11. โครงการก่อสร้างขยาย 4ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 107สาย เชียงใหม่ -เชียงราย ตอน ต.เชียงดาว -ต.ปิงโค้ง จ.เชียงใหม่ ค่าก่อสร้าง 645 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง
ที่มา: กรมทางหลวง (ทล.)
@ผ่าแผนวงแหวนรอบ 4
ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่เจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของภาคการเกษตรกรรมอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต ทำให้เขตชุมชนเมืองที่เป็นย่านการค้าและที่พักอาศัยเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น และเกิด ปัญหาการจราจรติดขัดหลายแห่ง เส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีอยู่รองรับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโครงข่ายถนน เช่น ทางหลวงชนบทหมายเลข ทช. ชม.3029 (ถนนวงแหวนรอบ 2) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 121 (ถนนวงแหวนรอบ 3) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1001 เป็นต้น ทำให้เกิดความไม่สะดวกและมีความล่าช้าในการเดินทาง การจราจรจะติดขัดและคับคั่งในช่วงเวลาเร่งด่วน เกิดความเดือดร้อนทั้งผู้เดินทาง การขนส่งสินค้าและประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีเส้นทางอื่นทดแทนและไม่สามารถรองรับการขยายตัวด้านคมนาคมขนส่งได้อีก
ดังนั้น กรมทางหลวงชนบท จึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการสำรวจออกแบบถนนวงแหวนรอบที่ 4 เพื่อเป็นแนวเส้นทางใหม่ในการช่วยบรรเทาการจราจรบริเวณเมืองเชียงใหม่และพื้นที่โดยรอบ
สำหรับโครงการถนนวงแหวนรอบที่ 4 จะมีระยะทางรวมที่ 59.389 กม. แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงที่ 1 ช่วงถนนสายแยก ทล.1001- ทล.1006 ระยะทาง 30.139 กม. และช่วงที่ 2 ถนนสายแยก ทล.1006-ทช.ชม.3035 ระยะทาง 29.250 กม. ส่วนการประมาณการค่าก่อสร้าง ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด (Detail Design)
ที่มา: กรมทางหลวงชนบท
นายพิชิตกล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดของโครงการทั้ง 2 ส่วน ส่วนแรก ช่วงถนนสายแยก ทล.1001- ทล.1006 ระยะทาง 30.139 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร มีสะพานข้ามแยก 7 แห่ง และสะพานข้ามคลองอีก 21 แห่ง ปัจจุบันออกแบบเสร็จแล้ว มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 2,603.19 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C) 1.95 และมีอัตราผลตอบแทนภายในทางเศรษฐกิจ (EIRR) ที่ 12.39%
จุดเริ่มต้นของโครงการ จะอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1001 ประมาณ กม.ที่ 14+750 แนวสายทางมุ่งไปทางตะวันออกพาดผ่านพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติสันทราย และตัดผ่านพื้นที่อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ก่อนแนวเส้นทางจะมุ่งลงไปทางใต้ไปตัดกับทางหลวงหมายเลข 118 ประมาณ กม.ที่ 11+300 พื้นที่ในเขตอ.ดอยสะเก็ด ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1014 ประมาณ กม.ที่ 5+100 และแนวสายทางมุ่งลงไปทางทิศใต้ เข้าสู่พื้นที่อ.สันกำแพง ตัดผ่านโครงการก่อสร้างถนนสายเลี่ยงเมืองต้นเปา (ถนนสาย ชม.3029-ชม.4039) และแนวสายทางจะไปบรรจบเข้ากับถนนสันกำแพง สายเก่า (ทางหลวงหมายเลข 1006) ซึ่งเป็นตำแหน่งจุดสิ้นสุดโครงการที่บริเวณ กม.11+000 รวมระยะทางของโครงการ ประมาณ 30.14 กม.
โดยในช่วงนี้ ได้วางแผนงานไว้ดังนี้ ในปี 2571 จะเป็นขั้นตอนของจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน, ปี 2572-2573 จะเป็นช่วงจ่ายค่าเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนที่ระหว่างปี 2574-2576 จะเป็นช่วงก่อสร้างโครงการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577

แนวเส้นทางช่วงที่ 1 ช่วงถนนสายแยก ทล.1001- ทล.1006 ระยะทาง 30.139 กม.
ที่มา: กรมทางหลวงชนบท
ส่วนที่ 2 ถนนสายแยก ทล.1006-ทช.ชม.3035 ระยะทาง 29.250 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร ปัจจุบันอยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบรายละเอียด มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 6,221 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C) 3.29 และมีอัตราผลตอบแทนภายในทางเศรษฐกิจ (EIRR) ที่ 17.01%
แนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นบน ทล.1006 ประมาณ กม.ที่ 11+000 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง (ที่ว่างใกล้กับการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสันกำแพง) ต่อจากจุดสิ้นสุดของโครงการถนนวงแหวนเชียงใหม่รอบ 4 ตอนบน แนวสายทางมุ่งไปทางทิศใต้ ไปตัดกับทางหลวงหมายเลข 1317 ประมาณ กม.ที่ 7+620 ผ่านบ้านย่าพาย บ้านบุปผาราม บ้านโป่ง บ้านริมกวง แล้วแนวสายทางโค้งไปทางทิศตะวันตก ผ่านบ้านสันกับตองใต้ แล้วตัดกับทางหลวง หมายเลข 11 (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง) ประมาณ กม.ที่ 541+400 (ข้างสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง PT กับร้านซีแพคสารภี) ผ่านทางรถไฟ ถนนเชียงใหม่-ลำพูน
จากนั้นแนวสายทางตรงไปทางทิศตะวันตก ผ่านบ้านสันป่าเดื่อบ้านหัวฝาย บ้านขัวมุง บ้านไร่ดง แล้วข้ามแม่น้ำปิงแนวสายทางตรงไป ทางบ้านเหมืองง่า แล้วไปตัดกับทางหลวงหมายเลข 108 (ข้างห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หางดง 2) แล้วตรงไปทางบ้านแสนตอ สิ้นสุดโครงการ ที่ถนน ทช.ชม.3035 (ทางเลี่ยงเมืองสันป่าตอง-หางดง) ระยะทางรวมของโครงการประมาณ 29.250 กม. แนวสายทางครอบคลุมอ.สันกำแพง, อ.สารภี, อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และอ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน โครงการมีสะพาน ทั้งหมด 7แห่ง
โดยในช่วงนี้ ได้วางแผนงานไว้ดังนี้ ในปี 2571 จะเป็นขั้นตอนของจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน, ปี 2572-2573 จะเป็นช่วงจ่ายค่าเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนที่ระหว่างปี 2574-2576 จะเป็นช่วงก่อสร้างโครงการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577
แนวเส้นทางช่วงที่ 2 ถนนสายแยก ทล.1006-ทช.ชม.3035
ที่มา: กรมทางหลวงชนบท

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา