
‘บอร์ด กสทช.’ เห็นชอบ ‘หลักการ’ร่างประกาศหลักเกณฑ์-วิธีการจัดสรรคลื่นฯ ‘กิจการวิทยุคมนาคม’ พร้อมจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน S ให้ ‘GISTDA’ ใช้ในกิจการปฏิบัติการอวกาศ
......................................
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีวาระที่ผ่านการพิจารณาของที่ประชุม กสทช. รวมทั้งสิ้น 26 วาระ จาก 75 วาระ โดยมีวาระที่น่าสนใจ เช่น
1.ที่ประชุม กสทช. ให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุคมนาคม เพื่อให้สำนักงาน กสทช. นำ (ร่าง) ประกาศ ไปรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และ การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคม เพื่อให้ กสทช. มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ตามร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุคมนาคม ในคราวเดียวกัน และให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดรับฟัง ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.
2.ที่ประชุม กสทช. ให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล ย่านความถี่ 2170 – 26175 กิโลเฮิรตซ์ และให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล และให้ความเห็นชอบต่อการจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ทั้ง 2 ฉบับ
3.ที่ประชุม กสทช. อนุญาตให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ 1900 – 1910 MHz เพื่อการทดลองหรือทดสอบระบบ Future Mobile Communication System (FRMCS) เพื่อยืนยันความเหมาะสมและความปลอดภัยของการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ตามแนวเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีนครราชสีมา สถานีขอนแก่น สถานีหนองคาย สถานีบ้านมะค่า และสถานีบ้านดงพลอง รวมถึงสถานีย่อยระหว่างทาง ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ
โดยมีเงื่อนไขตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุญาตให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ตามการอนุญาตในข้างต้น
4.ที่ประชุม กสทช. อนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ใช้คลื่นความถี่ย่าน S (ความถี่ 2068 – 2076 MHz ในกิจการปฏิบัติการอวกาศ (โลกสู่อวกาศ) และความถี่ 2246 – 2254 MHz ในกิจการปฏิบัติการอวกาศ (อวกาศสู่โลก)) สำหรับสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน เพื่อใช้ในการควบคุมติดต่อสื่อสาร และสั่งการดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1
โดยใช้ข่ายงานดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1 (NGSO) ณ สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีเงื่อนไขตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ในข้างต้น
5.ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) และให้บริษัทดำเนินการเปิดเผยข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ของตนเองภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน กสทช. ตามข้อ 46 ประกอบข้อ 18 ของประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556
6.ที่ประชุม กสทช. อนุมัติการเปลี่ยนแปลงขอบเขตการอนุญาตของ คลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้เดิมของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โดยตั้งสถานีภาคพื้นดิน ณ เลขที่ 50 หมู่ 1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และใช้คลื่นความถี่ย่าน C (Uplink : 6412 และ 6414 MHz ความกว้างแถบคลื่นความถี่ 800 kHz /Downlink : 4158 และ 4185.6 MHz ความกว้างแถบคลื่นความถี่ 400 kHz) ในกิจการประจำที่ผ่านดาวเทียม (FIXED SATELLITE SERVICE) สำหรับควมคุมดาวเทียมไทยคม 6 โดยมีเงื่อนไขตามข้อเสนอของสำนักงาน กสทช.
7.ที่ประชุม กสทช. พิจารณาให้ความเห็นชอบการขอรับการจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพิ่มเติม เพื่อจัดทำโครงการและกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวงเงินงบประมาณ 80.275 ล้านบาท
8.ที่ประชุม กสทช. พิจารณารายงานผลการดำเนินการทางปกครอง กรณีบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด มีการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ.2558
โดยที่ประชุม กสทช. พิจารณาให้ยุติกระบวนการทางปกครอง ในกรณีที่บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์ แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด มีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 (3) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ.2558 (ประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ) ตามคำสั่งระงับการกระทำการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ตามหนังสือ ที่ สทช 2413/19735 ลงวันที่ 14 พ.ค.2567 ซึ่งแจ้งคำสั่งตามมติ กสทช. ในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2567
เนื่องจาก สำนักงาน กสทช. ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ และดำเนินการสืบค้นข้อมูลรายการส่งเสริมการขายอินเทอร์เน็ตความเร็ว 30 Mbps ประกอบกับได้ประสานงานกับ Call Center TRUE 1242 รวมทั้งสืบค้นผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันของบริษัทฯ แต่ไม่ปรากฏรายการส่งเสริมการขายดังกล่าวเสนอขายในท้องตลาด และไม่พบการโฆษณารายการส่งเสริมการขายดังกล่าวแล้ว จึงเป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้ยุติการโฆษณารายการส่งเสริมการขายอินเทอร์เน็ตความเร็ว 30 Mbps ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง และเข้าข่ายเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคแล้ว
อย่างไรก็ดี หากภายหลังจากที่สิ้นสุดกระบวนการบังคับทางปกครองแล้วพบว่า บริษัทฯ ได้มีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ในลักษณะเดียวกันอีก สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามกระบวนการทางปกครองตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป
9.ที่ประชุม กสทช. พิจารณาเรื่องร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กรณีประสบปัญหาจากการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยผู้ร้องเรียนถูกระงับสัญญาณโทรเข้า และระงับการรับ SMS แจ้งเตือน โดยมิได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบล่วงหน้า ส่งผลให้ผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหาย ผู้ร้องเรียนจึงต้องการยกเลิกบริการและคงสิทธิเลขหมายไปใช้บริการกับผู้ให้บริการรายอื่นโดยไม่มีค่าปรับ
โดยที่ประชุม กสทช. เห็นควรให้ระงับข้อพิพาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ระงับและยกเลิกบริการโทรคมนาคมเป็นไปตามข้อ 28 (6) และข้อ 33 (2) ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเรียนผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา 2 ครั้งติดต่อกัน จึงเป็นเหตุให้บริษัทฯ ระงับการให้บริการแต่ละช่วงเวลา
ขณะที่ บริษัทฯ ได้มีการแจ้งค่าใช้บริการและแจ้งเตือนติดตามหนี้ให้ผู้ร้องเรียนทราบก่อนดำเนินการยกเลิกการให้บริการโทรคมนาคมแล้ว และปัจจุบันเลขหมายของผู้ร้องเรียนได้มีสถานะถูกยกเลิกบริการแล้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2567 สำนักงาน กสทช. จึงไม่อาจพิจารณาตามคำขอผู้ร้องเรียนได้
อย่างไรก็ตาม กรณีบริษัทฯ ดำเนินการระงับสัญญาณหรือยกเลิกบริการ เห็นควรกำชับให้บริษัทฯ ดำเนินการส่งข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนให้แก่ผู้ใช้บริการทราบ ก่อนสิ้นสิทธิการใช้งานตามข้อ 14 (2) ของประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ
และกรณีมีคำขอให้บริษัทฯ ยกเลิกสัญญาซื้อเครื่องราคาพิเศษโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าผิดสัญญาของโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ร้องเรียนดังกล่าว เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้กำหนดให้เป็นอำนาจของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้
กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าบริษัทฯ ดำเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ.2558 นั้น เห็นควรมีคำสั่งให้บริษัทระงับการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
โดยให้ระงับการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการรายนี้และรายอื่น ในระหว่างที่บริษัทฯ มีการระงับบริการชั่วคราวโทรออก (Suspend One way) ทันที ตามข้อ 7 ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการกำหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร เป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 วรรคสอง (4) ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ
ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทฯ กระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรฯ ประกอบกับข้อ 8 ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ปรับทางปกครอง เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท และกรณีที่บริษัทฯ ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช. จะปรับทางปกครองอีก เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ต่อวัน ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง นั้น
และขอให้บริษัทฯ รายงานการดำเนินการตามคำสั่งมายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง และเห็นควรให้แจ้งเวียนกรณีผู้ให้บริการมีการคิดค่าบริการในระหว่างที่มีการระงับบริการชั่วคราวโทรออก (Suspend One way) ให้ผู้ให้บริการรายอื่นทราบว่า
การกระทำดังกล่าว เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควรเป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 วรรคสอง (4) ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ
10.ที่ประชุม กสทช. พิจารณาวาระเรื่องร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กรณีผู้ร้องเรียนประสบปัญหาได้รับใบเสร็จรับเงิน โดยที่ไม่ใช่เลขหมายของตน (รท. รร 38/2569) และขอให้ทางบริษัทฯ ชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เรื่องการนำส่งเอกสารใบเสร็จรับเงินไปยังผู้ร้องเรียน และการเปิดบริการหมายเลข 06 XXXX 9500 ในนามผู้ร้องเรียน
โดยที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ โดยเห็นควรให้ระงับข้อพิพาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่านำส่งเอกสารไม่ถูกต้อง และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงได้ปรับปรุงและแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวแล้ว โดยแจ้งเป็นหนังสือ ที่ ACC 064/2569 ลงวันที่ 23 ม.ค.2569 และหนังสือ ที่ ACC 136/2569 ลงวันที่ 10 ก.พ.2569 ซึ่งสำนักงาน กสทช. นำหนังสือดังกล่าวส่งไปยังผู้ร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว
และเนื่องจากเกินระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลการเปิดบริการเลขหมายดังกล่าวในนามของผู้ร้องเรียน ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ฉบับลงวันที่ 17 ส.ค.2566 (ประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ) จึงไม่อาจพิจารณาคำขอดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม เห็นควรให้บริษัทฯ ระมัดระวังเรื่องการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ปรับปรุงระบบอยู่เสมอ เพื่อให้มีความรอบคอบและรัดกุมต่อไป ส่วนกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนนั้น กสทช. ได้สั่งการ ให้แจ้งเตือนให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อ 6 และข้อ 11 ของประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ ในการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างเคร่งครัด
เนื่องจากกรณีที่บริษัทฯ นำส่งใบเสร็จรับเงินในนามของผู้ร้องเรียน โดยที่ผู้ร้องเรียนมิได้เป็นผู้ดำเนินการชำระเงิน และมิใช่เลขหมายของผู้ร้องเรียน ถือเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนไปใช้นอกเหนือการดำเนินการตามสัญญา ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตามข้อ 6 และข้อ 11 ของประกาศฉบับดังกล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา