
สนธิญา สวัสดี ยื่นประธาน กกต. เลื่อนเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ.69 หวั่น คนร้องศาลรัฐธรรมนูญ โมฆะ – สูญงบจัดเลือกตั้ง 8.9 พันล้าน ชี้ 6 ข้อบกพร่องเลือกตั้งล่วงหน้า บี้ ปม ถอนเงินสด 2 ล็อต 450 ล้านบาทช่วงใกล้เลือกตั้งผิดปกติ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เพื่อให้ตรวจสอบความจริง และเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการลงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกไปก่อน จนกว่าการจัดการและตรวจสอบข้อสงสัยหลายประการ อาทิ กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 มีปัญหามากมาย ซึ่งจะนำไปสู่การร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ และสิ้นเปลืองงบประมาณกว่า 8,900 ล้านบาท และกรณีนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า มีการเบิกเงินจากธนาคารพาณิชย์ รวมกว่า 450 ล้านบาท ผิดปกติช่วงใกล้เลือกตั้ง
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า นายสนธิญาได้แนบเอกสารที่เป็นภาพข่าวแลพรายงานการเลือกตั้งที่มีปัญหากระทบต่อผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 โดยมีรายละเอียดคำร้องถึงนายณรงค์ เพื่อตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง 4 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรก กรณีการที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
1. เขียนรหัสการเลือกตั้งผิด อาทิ การระบุเขตผู้ใช้สิทธิผิดเขตเลือกตั้งนั้นๆ และเมื่อมีการทักท้วงก็ขีดฆ่าหมายเลขไปแล้วและเขียนเลขหมายใหม่ ที่ไม่มีการเซ็นรับรองของคณะกรรมการทั้งหมด
2. การเขียนรหัสหน้าซองเลือกตั้งล่วงหน้าผิด ที่เป็นรหัสของจังหวัดที่ผู้ไปใช้สิทธิล่วงหน้านั้นมีสิทธิตามทะเบียนบ้านอยู่อาศัยและไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
3. มีชื่อโชว์แต่ไม่ได้ใช้สิทธิ
4. ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วแต่ไม่มีชื่ออย่างน้อย จำนวน 51 ราย
5. ความผิดเกี่ยวกับกระดานแนะนำผู้สมัครและพรรคการเมืองอย่างน้อย 195 รายงาน
6. เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนหน้าซองผิด จำนวน 615 รายงาน
ประเด็นที่สอง กรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ ว่า "เตรียมเงินซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก" แล้วขออภัยว่า สื่อสารผิดในเวลาต่อมา
1. เป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมคุณธรรมหรือไม่
2. และสนับสนุนการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

ประเด็นที่สาม กรณีการที่ผู้ว่าการธปท. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "แบงก์ชาติได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ จำนวน ดังนี้ และพบว่า มี 2 รายการ ดังนี้
1. ล๊อตแรก จำนวน 250 ล้านบาท
2. ล๊อตที่สอง จำนวน 200 ล้านบาท แบงก์ละ 100 จำนวน 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 ม.ค.69
3. สมควรที่ กกต. ร่วมมือกับ ปปง. และ ธปท. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดเจนก่อนการนำไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ.69 ที่โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย อาทิ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 , พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 , พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. พ.ร.บ. ปปง. และความผิดมูลฐานที่ 22 หรือไม่
ประเด็นที่สี่ การเลือกตั้งครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้งบประมาณ จำนวน 8,978,267,690 บาท เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68
1. หากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะที่มาจากการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาสารพัด ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า การมีการเบิกเงินสดผิดปกติ การให้สัมภาษณ์ของนายแสวง แล้วนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จำนวนเงินกว่า 8,978 ล้านยาท
2. หน่วยงานไหนรับผิดชอบงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ไปแล้วการเลือกตั้งโมฆะ
3. ความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งจะถูกทำลายไปหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
4. ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งที่มี กกต. เป็นผู้ดำเนินการและเสียหายไปทั้งระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา