
“…เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เงื่อนไขการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 และครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 ได้สิ้นผลลงไปดังที่วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่อ้างว่า ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตให้นำเข้าฯ… ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 กำหนด จึงไม่อาจรับฟังได้…”
........................................
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 หมายเลขแดงที่ ส. 9/2569ระหว่าง นายณัฐพร หลักแหลม ที่ 1 กับพวกรวม 54 คน (ผู้ฟ้องคดี) กรมประมง ที่ 1 กับพวกรวม 18 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ผู้ร้องสอด
โดยพิพากษาให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน นั้น (อ่านประกอบ : ละเลยหน้าที่! ศาลฯสั่ง‘กรมประมง’แก้ไข‘ปลาหมอคางดำ’ระบาด-ตีตกข้อเรียกร้องชดใช้ค่าเสียหาย)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ตลอดจนข้อเท็จจริงในคดีนี้ ซึ่งแบ่งการนำเสนอเป็น 3 ตอน โดยในตอนแรกนี้ สำนักข่าวอิศราขอนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขออนุญาตนำเข้า 'ปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron' หรือต่อมา ‘ปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ’ ของ ‘บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร’ หรือ CPF ดังนี้
@ชี้‘ปชช.’54 ราย มีสิทธิฟ้องคดี แม้ไม่เคยทำหนังสือร้องเรียนมาก่อน
คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 คดีหมายเลขแดงที่ ส.9/2569 ระหว่างนายณัฐพร หลักแหลม กับพวก รวม 54 ราย (ผู้ฟ้องคดีที่ 1-54) และกรมประมง กับพวก รวม 18 ราย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-18) โดยมีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เป็นผู้ร้องสอด
ศาลได้ตรวจพิจารณากฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยแล้ว
คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยรวม 3 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปด ละเลยต่อหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร หรือไม่
โดยที่ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) โต้แย้งว่า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือทำการประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม
ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปด ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ จึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
และไม่ปรากฏว่าก่อนฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ ได้มีหนังสือร้องเรียนขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปด บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ และดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนผู้นำเข้าปลาหมอสีคางดำ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียตามที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ จึงไม่สามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้
กรณีจึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาก่อนว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีและสามารถนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้หรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า… ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำดังกล่าว มิได้มีผลกระทบเพียงเฉพาะต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามเท่านั้น
แต่ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหาร และระบบนิเวศของจังหวัดสมุทรสงครามอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ย่อมมีสิทธิที่จะได้อาศัยอยู่ในพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และสามารถใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืน
ซึ่งสิทธิของประชาชนที่จะได้อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่มีความสมดุลและยั่งยืนนั้น เป็นสิทธิของประชาชนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้
เมื่อปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ มิใช่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเฉพาะประโยชน์ของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือชาวประมงเท่านั้น หากแต่ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ดังนั้น ไม่ว่าผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ จะเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือชาวประมง ย่อมถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปด
ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ จึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 และหน้าที่ในการดูแล รักษา คุ้มครองป้องกันระบบนิเวศ หรือทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศให้มีความสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งการจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการโดยไม่ต้องมีผู้ใดมาร้องขอให้ต้องกระทำการตามอำนาจหน้าที่
เมื่อข้อพิพาทในคดีนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามอำนาจหน้าที่
โดยที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่ ไม่จำต้องยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่จึงสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ได้ แม้ไม่ปรากฏว่าก่อนฟ้องคดีจะได้เคยมีหนังสือร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปดดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาก่อนหรือไม่ ข้อโต้แย้งของผู้ร้องสอดไม่อาจรับฟังได้
@ขออนุญาตนำเข้า‘ลูกปลานิล’ก่อนเปลี่ยนเป็น‘ปลาหมอคางดำ’
กรณีมีปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิบแปด ละเลยต่อหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรหรือไม่
โดยที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่อ้างว่า ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตนำปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) จากสาธารณรัฐกานาเข้ามาในราชอาณาจักร ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 (คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง) กำหนด เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศไทย
กรณีจึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาในเบื้องต้นก่อนว่า ผู้ร้องสอดมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตนำปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) จากสาธารณรัฐกานาเข้ามาในราชอาณาจักร ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 กำหนดให้ผู้ร้องสอดต้องปฏิบัติหรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า.... ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อปี พ.ศ.2549 ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2549 ถึงกองใบอนุญาตนำเข้าในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมประมง) ชี้แจงสาเหตุในการสั่งซื้อปลาจากทวีปแอฟริกา (สาธารณรัฐกานา) ว่า เนื่องจากในประเทศไทย มีการเพาะเลี้ยงปลาดุกมาเป็นระยะเวลานาน
ปลาดุกที่ใช้เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยเป็นปลาดุกลูกผสมที่เกิดจากการใช้แม่ปลาดุกอุย ซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทยผสมกับพ่อปลาดุกที่มีสายพันธุ์มาจากรัสเซีย คือ ปลาดุกที่เลี้ยงอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน และมีแนวโน้มเริ่มโตช้าลง ทำให้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการที่พ่อพันธุ์มีลักษณะการเกิดเลือดชิด
เนื่องจากปลาดุกที่ใช้พ่อแม่เพียงคู่เดียวสามารถมีลูกได้ถึง 30,000 ตัว สามารถนำมาเป็นพ่อพันธุ์ได้เป็นจำนวนมาก และรุ่นลูกยังสามารถนำมาผสมกันเองได้อีก แต่เมื่อถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องหลายปี เริ่มพบผลเสียในลูกผสมที่ใช้ในการเลี้ยง ในการปรับปรุงพันธุ์
จึงต้องหาสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ไม่อยู่ในกระบวนการเพาะเลี้ยงมาก่อน เพื่อป้องกันการคัดเลือกที่ผิดวิธี ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และจากเอกสารพบว่าปลาชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ซึ่งสาธารณรัฐกานาอยู่ในเขตนี้เช่นเดียวกัน และสามารถติดต่อกับบุคคลที่จะรวบรวมส่งมาให้ได้
ส่วนปลานิล (Sarotherodon melanotheron) นำเข้ามาเพื่อทดลองประสิทธิภาพการเจริญเติบโตว่า ลูกผสมที่ได้จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ที่มีอยู่เดิม
สรุปสาเหตุที่นำเข้าปลาทั้ง 2 ชนิด คือ 1.เพื่อลดการเกิดเลือดชิดของสายพันธุ์ที่มีอยู่ 2.เพื่อทดลองประสิทธิภาพการเจริญเติบโต 3.เป็นถิ่นกำเนิดของปลาทั้ง 2 ชนิด และไม่ได้ทำการคัดพันธุ์ จึงน่าจะยังคงความหลากหลายของยีนส์ 4. เพื่อหาสายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีในสิ่งแวดล้อมต่างๆ และ 5.สามารถติดต่อผู้ที่จะรวบรวมพันธุ์มาได้
ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 (คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง) ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ได้พิจารณาในประเด็นปัญหาของการเพาะเลี้ยงในปัจจุบัน เหตุผลความจำเป็นในการขออนุญาตนำเข้า
และผลกระทบที่ได้เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย เนื่องจากปลาทั้งสองชนิดไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มาตรการควบคุม เงื่อนไขความรับผิดชอบในการทำการประมงอย่างมีจรรยาบรรณ ตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490
และมีมติอนุญาตให้ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) นำเข้าปลาดุก (Clarias gariepinus) และปลาตระกูลเดียวกับปลานิล (Sarotherodon melanotheron) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
1.ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมประมง) จะขอเก็บตัวอย่างครีบ โดยไม่ทำให้ปลาตาย ทั้งสองชนิดจำนวนอย่างน้อย 30 ตัวต่อชนิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำจะเป็นผู้ดำเนินการ
2.เมื่อสิ้นสุดการทดลองขอให้ผู้ร้องสอดแจ้งผลการวิจัยแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง
3.ควรมีการป้องกันและระมัดระวังไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ
4.ในกรณีที่การวิจัยได้ผลไม่ดี เมื่อผู้ร้องสอดไม่มีความประสงค์จะใช้ปลาดังกล่าวอีกต่อไป จะต้องทำลายและเก็บรักษาซากเพื่อให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตรวจสอบ
5.หากผู้ร้องสอดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะมีผลต่อการพิจารณาขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำครั้งต่อๆ ไป
จากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) มีหนังสือ ด่วน ที่ กษ 0510.2/15622 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 แจ้งผลการพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ให้ผู้ร้องสอดทราบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมประมง) พิจารณาแล้ว เห็นสมควรอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยมีเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้นำเข้าปฏิบัติภายหลังการนำเข้าตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ดังนี้
1.ปลาดุกรัสเซีย ขอเก็บตัวอย่างครีบภายหลังการนำเข้า
2.ปลานิลหรือปลาหมอเทศข้างลายขอเก็บตัวอย่างครีบ ภายหลังการนำเข้าขอทราบผลการศึกษาอัตราการเจริญเติบโตเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิม หากผลการศึกษาที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ประสงค์จะทำการศึกษาต่อต้องทำลายปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลาย
หากผู้ร้องสอดตกลงรับเงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กำหนด ให้ทำหนังสือยืนยันการรับเงื่อนไขประกอบการยื่นคำขอนำเข้าสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามระเบียบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ต่อไป
ซึ่งข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ได้มีหนังสือยืนยันการรับเงื่อนไขประกอบการยื่นคำขอนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด โดยผู้ร้องสอดได้ยื่นคำขอ เลขที่ 74/2552 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2551 ขอนำเข้าปลานิล (Nile Tilapia) Soratherodon melanothero จำนวน 5,000 ตัว
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงจึงได้มีหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 74/2552 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2551 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
โดยระบุชื่อสัตว์น้ำว่า ลูกปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว โดยกำหนดเงื่อนไขท้ายหนังสืออนุญาต 6 ข้อ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547 โดยหนังสืออนุญาต มีอายุให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-28 ธันวาคม 2551
หลังจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการด้านการประมง มีหนังสือ ที่ กษ 0510.2/10799 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดทราบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า การขอนำเข้าดังกล่าวเป็นการขอนำเข้าเพื่อทดแทนจำนวนที่เคยได้รับอนุญาตไว้เดิมเมื่อปี พ.ศ.2549
จึงเห็นสมควรอนุญาตให้นำเข้ามาได้ภายใต้เงื่อนไขเดิม โดยแจ้งกำหนดการนำเข้าและติดต่อขอรับขวดพร้อมน้ำยาเก็บตัวอย่าง และส่งตัวอย่างได้ที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ
แต่ปรากฏว่าผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) มีหนังสือ ลงวันที่ 24 มีนาคม 2553 แจ้งผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงว่า ผู้ร้องสอดยังไม่ได้นำเข้าปลานิลตามหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 74/2552 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2551
เนื่องจากผู้ขายยังไม่สามารถจัดส่งให้ได้และใบอนุญาตหมดอายุลงแล้ว ซึ่งผู้ขายแจ้งว่าจะสามารถทำการส่งปลานิล (Sarotherodon melanotheron) ให้ได้ประมาณสัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ของเดือนเมษายน ผู้ร้องสอดจึงขอใบอนุญาตสำหรับปลานิลฉบับใหม่ พร้อมแนบคำขออนุญาต เลขที่ 218/2553 ขอนำเข้าลูกปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว
โดยส่วนอนุญาตและจัดการประมงได้ลงรับในใบคำขอเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมประมง) จึงนำเรื่องการชี้แจงสาเหตุ การนำเข้าดังกล่าวของผู้ร้องสอดเข้าหารือต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามคำสั่งกรมประมง ที่ 378/7/2552 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 เพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณาอนุญาต
ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 พิจารณาแล้ว มีมติอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากเป็นเรื่องเดิมที่เคยอนุญาตแล้วภายใต้เงื่อนไขเดิม พร้อมทั้งให้ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) แก้ไขชื่อจากลูกปลานิลเป็นลูกปลาหมอเทศข้างลาย
@กำหนดให้ปฏิบัติตาม 6 เงื่อนไข กรณีนำเข้า‘ปลาหมอคางดำ’
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง จึงมีหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 218/2553 ลงวันที่ 28 เมษายน 2553 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยระบุชื่อสัตว์น้ำว่า ปลานิล/ปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว
โดยกำหนดเงื่อนไขท้ายหนังสืออนุญาต 6 ข้อ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547 โดยหนังสืออนุญาตมีอายุให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-26 มิถุนายน 2553
และมีหนังสือ ที่ กษ 0510.2/3835 ลงวันที่ 28 เมษายน 2553 แจ้งผลอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำเข้าปลานิล/ปลาหมอเทศข้างลาย โดยแจ้งเงื่อนไขของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่กำหนดให้ผู้ร้องสอดปฏิบัติภายหลังการนำเข้า ดังนี้
1.เก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่าง ส่งมาที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ
2.เมื่อสิ้นสุดการทดลองให้รายงานผลการศึกษา หากผลการศึกษาที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายและไม่ประสงค์จะทำการศึกษาต่อให้ทำลายปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลายต่อไป
แต่ปรากฏว่าผู้ร้องสอดมีหนังสือ ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 แจ้งผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงว่า ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ยังไม่ได้นำเข้าปลานิลตามหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 218/2553 ลงวันที่ 28 เมษายน 2553 เนื่องจากผู้ขายยังไม่สามารถจัดส่งให้ได้ และใบอนุญาตหมดอายุลงแล้ว ซึ่งผู้ขายแจ้งว่าจะสามารถทำการส่งปลานิล (Sarotherodon melanotheron) ให้ได้ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน หรือสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม
ผู้ร้องสอดจึงขอใบอนุญาตสำหรับปลานิลฉบับใหม่ พร้อมแนบคำขอเลขที่ 41/2554 ขอนำเข้าลูกปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง มีหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยระบุชื่อสัตว์น้ำว่า ปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว ซึ่งมีอายุให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553- 9 มกราคม 2554
เมื่อหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว เข้ามาในราชอาณาจักรไทยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงดังกล่าว
เป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 ประกอบระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547 และการอนุญาตดังกล่าว มีผลเป็นการก่อตั้งสิทธิให้แก่ผู้ร้องสอดในการนำปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว เข้ามาในราชอาณาจักรได้
หนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 จึงมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ซึ่งการออกคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงมีอำนาจที่จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์จากคำสั่งทางปกครอง ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในเวลานั้นได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการอนุญาตให้ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) นำปลาหมอเทศข้างลายเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร
ได้มีการกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ร้องสอด ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติจำนวน 6 ข้อ ได้แก่
1.ผู้รับอนุญาตต้องนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตเท่านั้น
2.ก่อนนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้รับอนุญาตจะต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำหรือสำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ แล้วแต่กรณี ให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นได้เตรียมการตรวจสอบต่อไป
3.สัตว์น้ำที่ผู้รับอนุญาตจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปราศจากโรคระบาด
4.ผู้รับอนุญาตจะต้องนำหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำที่ออกให้โดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งแสดงว่าสัตว์น้ำนั้นปราศจากโรคระบาดมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่กรณีที่เป็นซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำซึ่งโดยสภาพแล้วไม่อาจมีโรคระบาดได้
5.สัตว์น้ำที่ผู้รับอนุญาตจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีชนิด ขนาด และปริมาณ ถูกต้องตรงกับที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตหรือไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต
6.หนังสืออนุญาตที่ออกให้ 1 ฉบับ ผู้รับอนุญาตสามารถใช้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรได้เพียง 1 ครั้ง
โดยไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมประมง) โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง ได้กำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ร้องสอดต้องปฏิบัติเพิ่มเติมดังเช่นการอนุญาตครั้งก่อนแต่อย่างใด
ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามคำสั่ง ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553
จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงระบุไว้ในหนังสืออนุญาตนั้น ทั้งนี้ ตามความในข้อ 12 ของระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการอนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2547
@‘คำสั่งทางปค.’สิ้นผล ‘CPF’ไม่ต้องทำตาม 6 เงื่อนไขขออนุญาตฯ
กรณีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 (คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง) ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 และครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำเข้าปลาหมอสีคางดำ (Sarotherodon melanotheron)
โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ร้องสอดจะต้องปฏิบัติ คือ ผู้ร้องสอดจะต้องเก็บครีบและตัวอย่างปลานำส่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และเมื่อวิจัยแล้วเสร็จจะต้องแจ้งผลวิจัยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทราบ โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการระบาด หากทำการวิจัยไม่สำเร็จจะต้องรายงานผลการวิจัยและเก็บซากปลาส่งให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เพื่อตรวจสอบ นั้น
เห็นว่า การพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 เป็นการพิจารณาให้ความเห็นกรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 นำเรื่องที่ผู้ร้องสอดมีหนังสือ ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2549 ชี้แจงสาเหตุในการสั่งซื้อปลาดุก (Clarias gariepinus) และปลานิล (Sarotherodon melanotheron) จากทวีปแอฟริกา (สาธารณรัฐกานา) เพื่อการปรับปรุงพันธุ์และทดลองประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของลูกผสม
ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 มีมติอนุญาตให้ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) นำเข้าปลาทั้งสองชนิดได้ แต่ภายหลังจากที่ผู้ร้องสอด ได้ทราบมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และคำสั่งอนุญาตให้นำเข้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือ ด่วน ที่ กษ 0510.2/15622 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549
ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) มีหนังสือยืนยันการรับเงื่อนไขประกอบการยื่นคำขอนำเข้าสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมประมง) กำหนดแต่อย่างใด
โดยผู้ร้องสอดได้ยื่นคำขอ เลขที่ 74/2552 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2551 ขออนุญาตนำปลานิล (Sarotherodon melanotheron) จำนวน 5,000 ตัว เข้ามาในราชอาณาจักรไทย และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงได้มีหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 74/2552 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2551 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำเข้าปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัวได้
โดยกรณีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงตามหนังสือ ที่ กษ 0510.2/10799 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แจ้งผลการพิจารณาคำขอนำเข้าปลาดุกและปลานิลให้ผู้ร้องสอดทราบว่า
การอนุญาตในครั้งนี้เป็นการอนุญาตเพื่อทดแทนจำนวนที่เคยได้รับอนุญาตไว้เดิม เนื่องจากการนำเข้าครั้งที่ผ่านมาปรากฏว่า ปลาดุกรัสเซียที่นำเข้าเกิดความเสียหายผู้ร้องสอด จึงยังมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
แต่ถึงกระนั้นผู้ร้องสอด ก็ยังคงไม่สามารถนำเข้าปลานิลตามหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยฉบับที่ 74/2552 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2551 ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ขายยังไม่สามารถจัดส่งให้ได้และใบอนุญาตได้สิ้นผลลงในวันที่ 29 ตุลาคม 2551
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามหนังสือ ด่วน ที่ กษ 0510.2/15622 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 และตามหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 74/2552 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2551
ได้สิ้นผลลงโดยปริยายและโดยเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตแล้ว ซึ่งการสิ้นผลของคำสั่งทางปกครองนั้น ย่อมมีความหมายว่า คู่กรณีในคำสั่งทางปกครองนั้น ไม่มีความผูกพันตามคำสั่งทางปกครองนั้นอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะบังคับให้คู่กรณีในคำสั่งทางปกครองที่สิ้นผลไปแล้วให้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำสั่งทางปกครองได้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่อาจกล่าวอ้างถึงเงื่อนไขในคำสั่งอนุญาตเดิมที่สิ้นผลผูกพันไปแล้ว มากล่าวอ้างเพื่อบังคับให้คู่กรณีในคำสั่งทางปกครองที่เกิดขึ้นใหม่ต้องปฏิบัติตาม แม้จะเป็นการอนุญาตในเรื่องเดิมก็ตาม
ดังนั้น ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามคำสั่งดังกล่าว จึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง กำหนดให้ผู้ร้องสอดต้องปฏิบัติในหนังสืออนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามมาตรา 42 วรรคสอง ประกอบมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ส่วนกรณีมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ในการประชุมครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 นั้น เป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรณีที่ผู้ร้องสอดได้แสดงความประสงค์ที่จะขออนุญาตนำเข้าลูกปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron เข้ามาในราชอาณาจักรอีกครั้งภายหลังการขออนุญาตนำเข้าครั้งก่อนที่ผู้ร้องสอดไม่สามารถดำเนินการนำเข้าปลานิล (Sarotherodon melanotheron) ตามที่ได้รับอนุญาตจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้
ทั้งนี้ ตามคำขออนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร เลขที่ 218/2553 ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ในการประชุมดังกล่าวมีมติอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำเข้าลูกปลานิล (Nile tilapia) Sarotherodon melanotheron ได้ โดยเห็นว่า เป็นเรื่องเดิมที่เคยอนุญาตแล้วภายใต้เงื่อนไขเดิม
จากนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมงมีหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามหนังสือ ฉบับที่ 218/2553 อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำปลานิล/ปลาหมอเทศข้างลาย (Blackchin tilapia) Sarotherodon melanotheron จำนวน 5,000 ตัว เข้ามาในราชอาณาจักรได้ โดยใบอนุญาตสิ้นสุดในวันที่ 26 มิถุนายน 2553
ครั้นเมื่อครบระยะเวลาตามหนังสืออนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรตามหนังสือ ฉบับที่ 218/2553 ลงวันที่ 28 เมษายน 2553 ผู้ร้องสอดไม่สามารถดำเนินการนำเข้าสัตว์น้ำตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ปรากฏตามหนังสือของผู้ร้องสอด ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 ว่า เหตุผลที่ยังมิได้นำเข้าสัตว์น้ำตามที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากผู้ขายยังไม่สามารถจัดส่งให้ได้
จากข้อเท็จจริงข้างต้นจะเห็นได้ว่า หนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 218/2553 ลงวันที่ 28 เมษายน 2553 เป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่ได้มีการกำหนดเงื่อนเวลาสิ้นผลลงของคำสั่งทางปกครองไว้ตามมาตรา 39 วรรคสอง (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
เมื่อผู้ร้องสอด มิได้ดำเนินการนำเข้าปลานิล/ปลาหมอเทศข้างลาย จากประเทศสาธารณรัฐกานาเข้ามาในราชอาณาจักรได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว คำสั่งทางปกครองที่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำเข้าปลานิลหรือปลาหมอเทศข้างลายจากสาธารณรัฐกานาเข้ามาในราชอาณาจักร จึงสิ้นผลลงแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้อำนวยการส่วนอนุญาตและจัดการประมง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 กำหนดให้ผู้ร้องสอดต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จึงย่อมสิ้นผลลงไปด้วยเช่นกัน
ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) จึงไม่มีหน้าที่หรือความผูกพันใดๆ ที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กำหนดไว้ในคำสั่งดังกล่าว
ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เงื่อนไขการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดนำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 และครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 ได้สิ้นผลลงไปดังที่วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น
การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าสิบสี่อ้างว่า ผู้ร้องสอด (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากไม่ปรากฏว่าผู้ร้องสอดได้ส่งครีบและตัวอย่างพันธุ์ปลา รวมทั้งเมื่อทำการวิจัยสำเร็จ ผู้ร้องสอดไม่ได้ส่งบันทึกรายงานเกี่ยวกับผลการวิจัยและไม่ได้เก็บซากปลาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เพื่อทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 กำหนด จึงไม่อาจรับฟังได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านประกอบ :
ละเลยหน้าที่! ศาลฯสั่ง‘กรมประมง’แก้ไข‘ปลาหมอคางดำ’ระบาด-ตีตกข้อเรียกร้องชดใช้ค่าเสียหาย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา