
สคบ.หนุนแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระชาติ เล็งตั้งบอร์ดแห่งชาติ พร้อมปรับปรุงแก้กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นฉบับเดียวจบ เชื่อจะช่วยปกป้องเด็ก-เยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างกลไก บังคับให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทำลายของกลาง แทนใช้งบฯ รัฐ
ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกควบคุมด้วยกฎหมายหลายฉบับในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติกลับพบปัญหากรอบกฎหมายที่คาบเกี่ยวและความยุ่งยากซับซ้อนในการบังคับใช้จริง
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก "หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง" (Commercial Determinants of Health: CDoH) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี
โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือเวทีเสวนาในหัวข้อ "ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย" ซึ่งได้เชิญตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติงานจริง มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อจำกัด รวมถึงช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน
ตร. ตั้งศูนย์ปราบบุหรี่ไฟฟ้า
พล.ต.ต.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ ผบก.ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ในเชิงนโยบาย คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2567 กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนด้านการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง อีกทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับผ่านการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับ ผบช. หรือเทียบเท่า และ ผบก. หรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568 ด้วยว่า ให้ยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การหลอกลวงประชาชน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของประชาชน
“สิ่งหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับบุหรี่ไฟฟ้า คือการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแยกเฉพาะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า กล่าวคือ ‘ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.)’ ก่อตั้งขึ้นช่วงเดือน มิ.ย. 2569 โดยสาเหตุที่มีการก่อตั้งศูนย์ฯ นี้ เนื่องจากมีสถิติเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่สูงขึ้น และจุดสำคัญคือเริ่มมียาเสพติดเกิดขึ้นในวงการบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน”
@เปิดสถิติจับของกลางบุหรี่ไฟฟ้าอื้อกว่า 5 ล้านชิ้น
พล.ต.ต.เอกกมนต์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถิติการจับกุมความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2568 - 2569 (15 ก.ค.69) มีการจับกุมแล้ว 6,656 คดี, มีผู้ต้องหา 6,943 คน, ของกลาง จำนวน 5,118,647 ชิ้น รวมมูลค่า 908,672,131 บาท
ขณะที่ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยนั้น พล.ต.ต.เอกกมนต์ กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ 5 ข้อหลัก ดังนี้
1. ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ดุลยพินิจตีความข้อกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ จึงต้องใช้กฎหมายหลายฉบับในการดำเนินการ อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522, พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560, พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกฎหมายแต่ละฉบับจะมีวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
2. ความไม่ชัดเจน กรณีการดำเนินคดีกับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการสูบ ซึ่งโดยปกติแล้วการสูบบุหรี่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่ตัวบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาในพอด ต้องตรวจให้ได้ก่อนว่าเป็นมีสารประกอบนิโคตินหรือไม่ เนื่องจากหากขาดความเป็นนิโคติน ก็ไม่เข้านิยามของ “บุหรี่”
3. ขั้นตอนการประเมินและคำนวณพิกัดภาษีศุลกากร การขอระงับคดี ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มักไม่ทันตามกรอบเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน จนมีผลกับการฟ้องคดีในฐานความผิดอื่น
4. ความไม่สะดวกในการนำส่งบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากศุลกากรมีที่ตั้งไม่ครบทุกจังหวัด
5.ความไม่สะดวกในการส่งของกลางตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสารประกอบในบุหรี่ไฟฟ้า
@ภาคอีสาน พบลักลอบนำเข้าพอตจากจีน
นายจรัญวัฒน์ ใยนิรัตน์ นักวิชาการศุลกากรชำราญการ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 กรมศุลกากร กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าถูกกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร และประกาศกระทรวงพาณิชย์ ปี พ.ศ.2559 บุหรี่ไฟฟ้า ห้ามนำผ่าน (Transit) ราชอาณาจักรไทย
“บทลงโทษของบุหรี่ไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตราสำคัญคือ มาตรา 242 นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ซึ่งของต้องห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯ
มาตรา 244 นำของเข้ามา ส่งออก นำผ่าน ถ่ายลำ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯ
มาตรา 246 มีไว้ในครอบครอง ซึ่งของต้องห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯ”
นายจรัญวัฒน์ กล่าวต่อว่า กรมศุลกากรตระหนักถึงปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้ามาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2566 และได้ออกแผนแนวทางการปฏิบัติร่วมในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีการแต่งตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นมา และให้กองสืบสวนและปราบปรามไปช่วยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าารลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าจากจีน ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ในมาเลเซียบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ไทยกับมาเลเซียมีพรมแดนติดกันทั้งทางบกและทางทะเล ภาคใต้จึงเป็นปัญหาสำคัญของเรา
นายจรัญวัฒน์ กล่าวถึงสถิติการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ภาพรวม 4 ปีงบประมาณ (ปีงบประมาณ 2566 – 2569) มีจำนวนคดี 1,339 ราย จำนวนของกลาง 1,712,751 ชิ้น มูลค่าของกลาง 260.44 ล้านบาท ขณะเดียวกันด้วยความที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารเคมี การทำลายของกลาง จึงต้องใช้เตาเผาปิดตามมาตรฐานสากล ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงถึงตันละ 20,000 กว่าบาท ล่าสุดที่ได้มีการทำลายไป 95 ล้านชิ้นทางกรมศุลกากร ต้องของบภารกิจของกรมฯ 2,000,000 กว่าบาท เพื่อนำมาใช้ในการทำลายของกลางดังกล่าว
@เล็งตั้งบอร์ดแห่งชาติ แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า
นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 และรอง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ สคบ. กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระสำคัญ เพราะวันนี้ถ้าภาครัฐไม่สกัด เชื่อได้ว่าเยาวชนเรียนจบไปแทนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกันหมด เพราะการสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำลายสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจน
“สคบ. เข้ามาดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2558 แต่การบังคับใช้กฎหมายมีความซับซ้อนสูง เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเรื่องเดียวต้องคาบเกี่ยวกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายศุลกากร คุ้มครองผู้บริโภค พาณิชย์ หรือควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องพิจารณาองค์ประกอบทางกฎหมายหลายส่วนก่อนลงมือจัดการ”
นายคุณเลิศศักดิ์ ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังยกระดับการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า โดยนางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี ลงนามจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ (บอร์ดแห่งชาติ) เพื่อเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างคำสั่งเรียบร้อยแล้ว
“เชื่อว่า ในอนาคต หากมีการจัดตั้งบอร์ดแห่งชาติและการแก้กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นฉบับเดียวจบ จะช่วยปกป้องเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างกลไกที่ครบถ้วน โดยบังคับให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำลายของกลาง แทนการใช้งบประมาณของรัฐ”
@บุหรี่ไฟฟ้า เส้นเงินถึงใคร ปปง.พร้อมยึดทรัพย์
ปิดท้ายที่ นายพงศ์ธร ทองด้วง สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ในส่วนของ ปปง. เน้นการดำเนินกับตัวทรัพย์ หมายความว่า ถ้าการกระทำความผิด เป็นความผิดมูลฐาน ทรัพย์เหล่านั้นถือว่า เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
ทำไมกฎหมายฟอกเงินถึงเข้ามามีบทบาทในเรื่องการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า นายพงศ์ธร อธิบายว่า ช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา มีการบูรณาการการทำงานกับทางตำรวจ, ศุลกากร รวมถึง สคบ. ในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า มีการยึดทรัพย์ไปแล้วหลายคดี ซึ่งข้อดีของกฎหมายฟอกเงินคือ ไม่ต้องรอคดีอาญา ปปง.เจอทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หากเจอว่า เส้นเงินไปเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือกลุ่มผู้กระทำความผิด สามารถดำเนินการได้เลย ดังนั้น มาตรการเรื่องทรัพย์จึงจะเป็นตัวที่จะเข้าไปเสริมการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา