
“…ข้อ 10 อัตราค่าปรับ 10.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในอัตราร้อยละ 0.10 ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน…”
สืบเนื่องจากกรณีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้สอบถามความล่าช้าของโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ระยะที่ 1 ว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือไปถึงผู้ควบคุมงานดำเนินการกำกับผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามแผนงานการก่อสร้างและจะติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องปรับตามสัญญาและพิจารณายกเลิกสัญญา
ทั้งนี้ ผู้ชนะการเสนอราคาโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการฯ ระยะที่ 1 คือ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 5,574.500, ล้านบาท ราคากลาง 6,002.390 ล้านบาท (ราคากลางคำนวณ ณ วันที่ 1 มิ.ย.2563 มีนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการ) หรือ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 427.890 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา เริ่มต้น วันที่ 1 ต.ค.2564 สิ้นสุดสัญญา 29 กันยายน 2569 สถานะสัญญา ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด
อ่านข่าวประกอบ : บ.แม่ เต่าบิน-บุญเติม! เปิดตัว 2 บริษัทกิจการค้าร่วม FP คว้างานศูนย์ราชการฯมหาดไทย ระยะสอง 3 พันล.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เอกสารฉบับแรกร่างขอบเขตของงาน โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ข้อ 6 การเสนอราคา กำหนดการส่งมอบงานและเบิกจ่ายเงิน 6.2 ระบุว่า กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 1,825 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานให้เริ่มทำงาน
ข้อ 10 อัตราค่าปรับ 10.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในอัตราร้อยละ 0.10 ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน (คิดเป็น 5.574 ล้านบาทต่อวัน)
ข้อ 10.2 ห้ามไม่ให้ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วงบางส่วนได้รับอนุญาตจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว หากผู้รับจ้างฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินที่จ้างช่วงตามสัญญา
โดยมีรายละเอียดฉบับแรกร่างขอบเขตของงาน โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย (ระยะที่ 1) ดังนี้
@ เกาะกรุงรัตนโกสินทร์แออัด-คับแคบ
1. ความเป็นมา
ปัจจุบันพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ประกอบกับความแออัดคับแคบของสภาพพื้นที่โดยรอบ ทำให้ส่วนราชการหลายแห่งย้ายสถานที่ปฏิบัติงานออกไปจากบริเวณเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นส่วนราชการขนาดใหญ่ ก็ต้องประสบปัญหาความแออัดคับแคบของอาคารสถานที่เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกต่อการติดต่อราชการและการปฏิบัติราชการของผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อ/ประสานราชการ
ประกอบกับอาคารสิ่งก่อสร้างบางหลังภายในกระทรวงมหาดไทยบดบังทัศนียภาพอันงดงามของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ประกอบกับที่ทำการของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการประสานงานและบูรณาการระหว่างหน่วยงาน
ฉะนั้น เพื่อให้เป็นไปตามการอนุรักษ์เกาะกรุงรัตนโกสินทร์และความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ กระทรวงมหาดไทยจึงมีความจําเป็นต้องย้ายอาคารที่ทำการของแต่ละส่วนราชการให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้การติดต่อราชการเป็นไปด้วยความสะดวก อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการประชาชนได้มากขึ้น
@ ที่ราชพัสดุ-ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา-ใกล้ทำเนียบ-สภา 5 กิโลฯ-
กระทรวงมหาดไทยได้มีการพิจารณาสถานที่สำหรับการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยหลายแห่ง และได้พิจารณาเลือกที่ราชพัสดุหมายเลขทะเบียนที่ กท. 1989 ถนนเจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน เนื้อที่ประมาณ 23-2-08 ไร่ เป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวอยู่ห่างจากพื้นที่ตั้งกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบันไม่มากนัก (ประมาณ 5 กิโลเมตร) และสามารถเดินทางไปยังสถานที่สำคัญของรัฐ อาทิ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล หรือส่วนราชการต่าง ๆ ได้โดยง่าย และมีขนาดที่ดินที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการในสังกัด ประกอบกับที่ราชพัสดุบริเวณถนนเจริญนครตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้อาคารศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยมีความสง่างาม และมีทัศนียภาพที่สวยงาม
นอกจากนี้ ยังมีความสะดวกสบายในการเดินทาง เนื่องจากข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้มาติดต่อราชการสามารถเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะได้หลายรูปแบบ อาทิ รถไฟฟ้า เรือ รถโดยสารประจําทาง
@ ของบครม.-ผูกพันข้ามปี 6.6 พันล้าน
โดยที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในครอบครองของกรมธนารักษ์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือถึงกรมธนารักษ์ ขอความอนุเคราะห์ที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าว ซึ่งกรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้กระทรวงมหาดไทยใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 1989 (บางส่วน) โฉนดที่ดินเลขที่ 869, 870 และ 1400 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากพื้นที่บางส่วนกรมธนารักษ์ได้ให้ประชาชนเช่า และพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 อนุมัติในหลักการการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย วงเงินทั้งสิ้น 6,651.3890 ล้านบาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยเสนอสำนักงบประมาณพิจารณาตามขั้นตอน และกระทรวงมหาดไทยได้แบ่งขั้นตอนดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 วงเงิน 6,002.6390 ล้านบาท
ระยะที่ 2 วงเงิน 648.7500 ล้านบาท
@ จำเป็นต้องย้ายออก
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อจ้างก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย เขตคลองสาน แขวงบางลำภูล่าง กรุงเทพมหานคร
2.2 เพื่อให้กรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย 6 กรม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมที่ดิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปฏิบัติราชการในพื้นที่เดียวกัน เกิดความคุ้มค่าในการใช้ที่ดินร่วมกัน
2.3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของกระทรวงมหาดไทยในเรื่องการประสานงาน การสั่งการที่จะเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
2.4 เพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One Stop Service)
2.5 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีความจําเป็นต้องย้ายออกจากอาคารที่ทำการเดิมเนื่องจากอาคารอยู่ในพื้นที่ต้องดำเนินการปรับปรุงตามแผนพัฒนารอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์
3. สถานที่ก่อสร้าง
ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 1989 (บางส่วน) โฉนดที่ดินเลขที่ 869, 870 และ 1400 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
@ ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท
4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
4.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
4.7 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
4.8 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
4.9 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงาน ฐานะทางการเงิน เครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้าง ดังนี้
4.10.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ภายใน 5 ปี ต่อ 1 สัญญา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,400,000,000 บาท (หนึ่งพันสี่ร้อยล้านบาท) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเชื่อถือ โดยแนบสำเนาสัญญาจ้างประกอบการตรวจสอบด้วย
4.10.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหลักฐานแสดงถึงฐานะทางการเงิน ดังนี้
1) ทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 250,000,000 บาท (สองร้อยห้าสิบล้านบาท)
2) เครดิตธนาคาร ไม่ต่ำกว่า 500,000,000 บาท (ห้าร้อยล้านบาท)
4.10.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหลักฐานแสดงว่ามีเครื่องจักร และอุปกรณ์การก่อสร้าง ประกอบการพิจารณาไม่น้อยกว่ารายการ ดังต่อไปนี้
1) หอปั้นจั่น (TOWER CRANE) จำนวน 2 ตัว
2) รถตักหน้าขุดหลังหรือรถขุดตัก (FRONT END LOADER OR BACK HOE) ขนาดไม่ต่ำกว่า 95 แรงม้า จำนวน 5 คัน
3) นั่งร้านเหล็ก ขนาดไม่ต่ำกว่าชุดละ 100 ตารางเมตร จำนวน 6 ชุด
4) แบบหล่อคอนกรีต ขนาดไม่ต่ำกว่าชุดละ 500 ตารางเมตร จำนวน 6 ชุด
5) ลิฟท์ขนของ (CONSTRUCTION ELEVATOR) ขนาดไม่ต่ำกว่า 100 แรงม้า จำนวน 4 ตัว
6) รถบรรทุกกระบะเทท้าย (DUMP TRUCK) ขนาดไม่ต่ำกว่า 6 หรือ 10 ล้อ จำนวน 10 คัน
7) เครื่องกดเสาเข็มชนิดสั่นสะเทือน (VIBRO HAMMER) ขนาดไม่ต่ำกว่า 100 แรงม้า จำนวน 2 เครื่อง
8) SHEET PILE ขนาดไม่ต่ำกว่า ชุดละ 100 ตารางเมตร จำนวน 6 ชุด
9) รถยก (MOBILE CRANE) ขนาดความสามารถในการยก 35 ตันขึ้นไป ตามมาตรฐานของผู้ผลิต จำนวน 2 คัน
@ ต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) กรณีที่กิจการร่วมค้าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ กิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา และการเสนอราคาให้เสนอราคาในนาม “กิจการร่วมค้า” ส่วนคุณสมบัติด้านผลงานก่อสร้าง กิจการร่วมค้าดังกล่าวสามารถนำผลงานก่อสร้างของผู้เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงานก่อสร้างของกิจการร่วมค้าที่เข้าประกวดราคาได้
(2) กรณีที่กิจการร่วมค้าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ นิติบุคคลแต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา เว้นแต่ในกรณีที่กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรกำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเข้าเสนอราคากับหน่วยงานของรัฐ และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมการยื่นข้อเสนอประกวดราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานก่อสร้างของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานก่อสร้างของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอได้
ทั้งนี้ “กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่" หมายความว่า กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
4.12 ผู้ประสงค์จะเข้าร่วมเสนอราคาโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรมซึ่งเป็นเอกสารที่ยื่นพร้อมกับการเสนอราคา หากไม่ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมการเสนอราคาในครั้งนี้
4.13 ผู้ประสงค์จะเข้าร่วมเสนอราคาจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งต้องแนบเอกสารหลักฐาน และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาประกอบเป็นเอกสารเสนอราคา โดยผู้ประกอบการจะต้องมีการดำเนินการตามแบบตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนทุกข้อจึงจะผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา
@ อาคารสูง 21 ชั้น 6 หน่วยงาน
5. รายละเอียดพัสดุที่จะจ้างและแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย แบบก่อสร้างอาคาร รายการประกอบแบบก่อสร้างอาคาร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง รายละเอียดการแบ่งงวดงาน การจ่ายเงิน และกำหนดเวลาแล้วเสร็จ ข้อกำหนดเฉพาะงาน เงื่อนไขต่าง ๆ ในการจ้าง และรายละเอียดแนบท้ายประกาศ โดยมีรายละเอียดงานก่อสร้าง ดังนี้
5.1 อาคารศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นอาคารหลังเดียวมีพื้นที่อาคารรวมประมาณ 215,000 ตารางเมตร เป็นที่ตั้งของส่วนราชการ 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
5.2 ลักษณะอาคาร เป็นอาคารสูง 21 ชั้น มีชั้นใต้ดินเป็นที่จอดรถยนต์ 3 ชั้น ชั้น 1 เป็นลานอเนกประสงค์ และเป็นโถงทางเข้าส่วนราชการ ทั้ง 6 หน่วยงาน แยกเป็น 6 โถง ชั้น 2 ถึงชั้น 5 อาคารจะเชื่อมต่อถึงกันเป็นหลังเดียว ชั้น 6 ขึ้นไปจะแยกอาคารออกเป็น 6 หลัง ตามส่วนราชการทั้ง 6 หน่วยงาน ความสูงแต่ละหลังจะแตกต่างกัน โดยมีความสูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 14 ชั้น จนถึง 21 ชั้น
5.3 ขอบเขตของงานก่อสร้างประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้างและโยธา งานระบบวิศวกรรมสุขาภิบาล งานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร งานระบบวิศวกรรมเครื่องกล และงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้ปรากฏตามข้อ 5 แต่ปรากฏอยู่ในแบบรูปและรายการ
5.4 ดินที่ขุดได้และคงเหลือจากการดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ให้ขนย้ายไปถมในที่ราชพัสดุที่กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นผู้ใช้ประโยชน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ สป.621, 623 (บางส่วน), 639, 633 และ 627 ทั้งหมด โดยผู้รับจ้างจะต้องทำการปรับเกลี่ยดิน พร้อมตกแต่งสถานที่ที่ถมดินให้เรียบร้อยโดยต้องคำนึงถึงสภาพการจราจร ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการ ขั้นตอน และการป้องกันพร้อมจัดทำแผนการขนย้ายมูลดิน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการดำเนินการ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สำหรับค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
@ ขีดเส้นเสร็จไม่เกิน 1,825 วัน
6. การเสนอราคา กำหนดการส่งมอบงานและเบิกจ่ายเงิน
6.1 กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 360 วัน นับแต่วันยื่นข้อเสนอ
6.2 กําหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 1,825 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากหน่วยงานให้เริ่มทำงาน
6.3 กำหนดเงินค่าจ้างล่วงหน้าร้อยละ 15 ของค่าจ้าง
6.4 การกําหนดงวดงานและงวดเงินเป็นไปตามเอกสารแนบท้ายนี้
7. งบประมาณ
เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างในครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ผูกพันปี 2564 - 2566 เป็นเงินทั้งสิ้น 6,002,639,000 บาท (หกพันสองล้านหกแสนสามหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)
8. การรับประกันชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้าง ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจรับงานจ้างก่อสร้างทั้งหมดไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ หากกรณีเกิดความชำรุดบกพร่องจากการใช้งานตามปกติภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
@ ล่าช้า ปรับร้อยละ 0.10 ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน
9. เงื่อนไขการลงนามในสัญญา
9.1 ผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องทำสัญญากับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ลงนามในสัญญา และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่เสนอราคาได้
9.2 การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อสำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าก่อสร้างจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ผูกพันปี 2564 - 2566 จากสำนักงบประมาณแล้วเท่านั้น
10. อัตราค่าปรับ
10.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในอัตราร้อยละ 0.10 ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน
10. 2 ห้ามไม่ให้ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วงบางส่วนได้รับอนุญาตจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว หากผู้รับจ้างฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินที่จ้างช่วงตามสัญญา
11. มาตรฐานฝีมือช่าง
ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากร เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม หรือวิศวกรรมควบคุม ตามพระราชบัญญัติสถาปนิกหรือพระราชบัญญัติวิศวกร ดังนี้
1) สถาปนิก (ผู้บริหารงานก่อสร้างด้านสถาปัตยกรรม) ระดับวุฒิสถาปนิก จำนวนอย่างน้อย 1 คน
2) วิศวกรโยธา (ผู้บริหารงานก่อสร้างด้านวิศวกรรม) ระดับวุฒิวิศวกร จำนวนอย่างน้อย 1 คน
3) วิศวกรไฟฟ้า ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร จำนวนอย่างน้อย 1 คน
4) วิศวกรเครื่องกล ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร จำนวนอย่างน้อย 1 คน
5) วิศวกรสิ่งแวดล้อม ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร จำนวนอย่างน้อย 1 คน
@ ตัดสินจากเกณฑ์ราคา (ต่ำสุด)
12. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
การยื่นข้อเสนอราคาครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาตัดสินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
ทั้งนี้ มีนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา