
ผ่าข้อมูล บจ.เอเชีย เอรา วันในเครือซี.พี.คู่สัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน หลังกระแสข่าวโครงการไปสู่การเลิก พบ 7 ปีที่ตั้งบริษัทมีรายได้สะสมเพียง 101 ล. รายจ่ายท่วม 1.7 พันล้าน สร้างยอดขาดทุนสะสมพุ่ง 2,473 ล้านบาท
นับตั้งแต่วันที่มีการเซ็นสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 ล่วงมากำลังจะเข้าปีที่ 7 ของโครงการ ก็ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง
แถมสถานะตอนนี้ กำลังนำไปสู่การ ‘เลิก’ สัญญาโครงการ หลังรัฐบาล ‘อนุทิน’ ยันจุดยืนไม่แก้สัญญาโครงการ
ทั้งที่ตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ก่อนมาสู่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ปรากฎทิศทางแก้สัญญามาโดยตลอด
โดยหลังจากที่กระแสข่าวเลิกโครงการมาแรง ฝั่งเอกชนอย่าง บจ.เอเชีย เอรา วัน ก็ได้ชี้แจงไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ไม่ได้เลิก แค่ใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไขของสัญญาเท่านั้น
บริษัทขอยืนยันว่าหนังสือดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามกลไกที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อรักษาสิทธิของคู่สัญญาและแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในสัญญา มิได้หมายความว่าบริษัทได้ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการหรือยกเลิกสัญญาโดยทันที ทั้งนี้ การพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ของโครงการยังอยู่ภายใต้กระบวนการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ภายหลังการลงนามสัญญาร่วมลงทุน ทั้งสองฝ่ายได้พบข้อเท็จจริงและข้อจำกัดบางประการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับลำรางสาธารณะในบริเวณพื้นที่มักกะสัน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ของโครงการ โดยที่ผ่านมา คู่สัญญาได้ร่วมกันหารือและกำหนดแนวทางดำเนินการในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้ข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ของโครงการ ได้ปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การพิจารณาแนวทางแก้ไขสัญญาต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและมีผลต่อความพร้อมในการดำเนินโครงการในหลายด้าน
ข้างต้นคือความตอนหนึ่งที่ทางซี.พี.ชี้แจงไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสำนักข่าวอิศราได้รายงานตามข่าวด้านล่างนี้

หลังจากนั้น สื่อหลายสำนักนำเสนอความคืบหน้าของโครงการกันสนุกสนาน
แต่คราวนี้ สำนักข่าวอิศราขอพาไปดูข้อมูลบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด บ้างว่า ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับโครงการ ปัจจุบันมีสถานะอย่างไร?
@ตั้งปี 62 ทุนจดทะเบียน 7 พันล.
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 4,000,000,000 บาท ปัจจุบันทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 7,780,000,000 บาท แจ้งประเภทธุรกิจ 42101 : การก่อสร้างถนนสะพานและอุโมงค์ ระบุวัตถุประสงค์บริษัท การก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค
ข้อมูล ณ ปี 2569 ผู้ถือหุ้นเรียงจากถือหุ้นมากสุดไปน้อยสุดประกอบด้วย
1. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 87.15%
2. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จำนวน 5.14%
3. บริษัท China Railway Construction Corporation Limited หรือ CRCC จำนวน 5.14%
4. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2.57%
ในส่วนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ระบุว่า กรรมการกลุ่มที่ 1 คนใดคนหนึ่ง ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการกลุ่มที่ 2 คนใดคนหนึ่ง รวมเป็น 2 คน และประทับตราสำคัญของบริษัท ทั้งนี้ กรรมการกลุ่มที่ 1 ได้แก่ นายณรงค์ เจียรวนนท์ นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ และ นายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ กรรมการกลุ่มที่ 2 ได้แก่ นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ หม่อมหลวงสุภสิทธิ์ ชุมพล นายชาติวุฒิ ตันจันทร์พงศ์ นายเปรมชัย กรรณสูต นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล และ นายหลี่ ฉงหยาง
@ 7 ปี ขาดทุนสะสม 2,473 ล้านบาท
เมื่อมาดูข้อมูลผลประกอบการของบริษัทพบว่า บริษัทส่งงบการเงินครบทั้ง 7 ปี โดยผลประกอบการตลอด 7 ปี มาดังนี้
ปี 2562 มีรายได้รวม 2,915,675 บาท ขณะที่รายจ่ายรวมอยู่ที่ 1,854,895 บาท มีกำไรสุทธิ 778,180 บาท
ปี 2563 มีรายได้รวม 6,201,857 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 101,915,567 บาท ขาดทุนสุทธิ 95,713,710 บาท
ปี 2564 มีรายได้รวม 10,149,482 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 547,786,027 บาท ขาดทุนสุทธิ 537,636,545 บาท
ปี 2565 มีรายได้รวม 11,889,707 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 773,888,074 บาท ขาดทุนสุทธิ 761,998,367 บาท
ปี 2566 มีรายได้รวม 12,892,656 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 657,818,470 บาท ขาดทุนสุทธิ 644,925,814 บาท
ปี 2567 มีรายได้รวม 17,852,034 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 316,384,776 บาท ขาดทุนสุทธิ 298,532,742 บาท
และปี 2568 มีรายได้รวม 40,027,615 บาท รายจ่ายรวมอยู่ที่ 175,300,278 บาท ขาดทุนสุทธิ 135,272,663 บาท
เมื่อคำนวณตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ก่อตั้งบริษัทมาจะพบว่า บริษัทมีรายได้รวมสะสมที่ 101,929,026 บาท เท่านั้น ขณะที่รายจ่ายสะสมสูงถึง 1,736,730,224 บาท ทำให้ตลอดระยะเวลา 7 ปี บริษัทมีผลขาดทุนสะสมสูงถึง 2,473,301,661 บาท
จากนี้ ต้องติดตามว่า คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานเองจะชี้ขาดโครงการนี้ไปต่ออย่างไรระหว่าง
1.การแก้ไขสัญญาตามหลักการเดิมที่รัฐบาลก่อนเห็นชอบไว้ หรือ 2. จะยกเลิกสัญญาแยกทางกันไป
หากปลายทางคือการยกเลิกสัญญา คงต้องติดตามว่า เอกชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล หลังจากลงทุนไป 7 ปี ขาดทุนไปหลักพันล้านหรือไม่
ต้องจับตา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา