
“…ส่วนที่อ้างว่าก่อนถึงแก่กรรม นางละไมมอบเงินให้แก่นายธีรวัฒน์ 500,000 บาท และนำเงินจำนวนนี้ไปรวมซื้อสลากออมสินพิเศษด้วย ซึ่งทำให้เงินที่นำมาซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มีมูลค่า 2,000,000 บาท พอดี ก็เป็นการง่ายต่อการกล่าวอ้าง ส่อให้เห็นพิรุธของผู้ถูกกล่าวหา ในการพยายามทำให้เส้นทางการเงินสอดคล้องกับคำให้การและคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหา และเพื่อให้รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบัญชีธนาคารฯ…”
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่ คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 12/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ วาระที่ 1 เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
โดยคดีนี้ ศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า นางจุฑามาศ ซารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้ นางจุฑามาศ ซารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นับแต่วันที่ 29 ก.ค.2568 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับมีความผิดตามมาตรา 167 องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาในคดีนี้ รวมถึงพฤติการณ์ของ นางจุฑามาศ ซารัมย์ ก่อนที่ศาลฎีกาฯ จะพิพากษาว่า นางจุฑามาศ ซารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จฯ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ดังนี้
@ตรวจพบ‘จุฑามาศ’ไม่แจ้งบัญชีเงินฝาก 2 บัญชี 2.8 ล้าน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นางจุฑามาศ ซารัมย์) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ วาระที่ 1 หรือไม่
ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) มีนายประดับวงศ์ สาแก้ว เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เบิกความว่า
พยานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกกล่าวหา (นางจุฑามาศ ซารัมย์) ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 2,000,000 บาท
และรายการเงินฝากธนาคารออมสินสาขาทวีกิจ ประเภทเพื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX จำนวน 847,654.71 บาท โดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า บัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชายผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ และอยู่ในความดูแลของผู้ถูกกล่าวหา กับนางฉัฐธยาน์ น้องสาวผู้ถูกกล่าวหา
พยาน ตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคารตามที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง เปรียบเทียบกับรายได้ของนายธีรวัฒน์ ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกแล้ว
เห็นว่า รายการฝากและถอนเงินที่ปรากฏจากรายการเดินบัญชีของนายธีรวัฒน์ ไม่สัมพันธ์กับบัญชีเงินฝาก ประเภทสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX และบัญชีเงินฝาก ประเภทเพื่อเรียก บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ทั้งยังปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำรายการฝากและถอนเงินด้วยตนเองทั้งสองบัญชี
ประกอบกับจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีทั้งสอง เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีเงินฝากรายการอื่นที่แสดงในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินแล้วมีจำนวนมาก ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชี โดยอ้างว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของตนจึงรับฟังไม่ได้
การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน
@อ้างเงินใน‘บัญชีฯ’เป็นของ‘พี่ชาย’ซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
ส่วนผู้ถูกกล่าวหา (นางจุฑามาศ ซารัมย์) มีผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์เบิกความในทำนองเดียวกันว่า เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 2,000,000 บาท
และเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเพื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX จำนวน 847,654.71 บาท เป็นเงินของนายธีรวัฒน์ โดยนางละไม ซารัมย์มารดาของพยานทั้งสอง เป็นผู้ดูแลนายธีรวัฒน์ ซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ตามเอกสารหมาย ค.1
นายธีรวัฒน์ได้รับเงินบำนาญประเภทผู้ทุพพลภาพ และเงินช่วยเหลือรายเดือนจากสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกทุกเดือน โดยนางละไมจะเป็นผู้ควบคุม เบิกถอน เงินบำนาญของนายธีรวัฒน์ จากบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX โดยเบิกถอนเป็นเงินสดครั้งละ 100,000 ถึง 200,000 บาท เพื่อสะดวกในการใช้จ่าย
ภายหลังนางละไม มีความคิดที่จะรวบรวมเงินของนายธีรวัฒน์มาซื้อสลากออมสิน เพื่อได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติม จึงได้นำเงินที่ถอนจากบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ระหว่างวันที่ 6 มิ.ย.2546 ถึงวันที่ 13 ม.ค.2558 จำนวน 1,971,000 บาท มาซื้อสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 1,000,000 บาท
และระหว่างวันที่ 14 ม.ค.2558 ถึงวันที่ 18 ก.พ.2561 จำนวน 1,010,000 บาท มาซื้อสลากออมสินเพิ่มเติมมูลค่า 1,000,000 บาท ซึ่งเมื่อพิจารณาเงินที่ถอนจากบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ทั้งสองช่วงเวลาเพียงพอที่จะนำมาซื้อสลากออมสินพิเศษ รวมมูลค่า 2,000,000 ได้
ต่อมาเมื่อนางละไมถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ ได้ร่วมกันดูแลนายธีรวัฒน์ โดยนำเงินที่ซื้อสลากออมสินพิเศษ มูลค่า 2,000,000 บาท ในบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ไปจัดสรรเพื่อสะดวกในการใช้จ่ายในระหว่างจัดงานศพนางละไมยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีการตั้งผู้อนุบาลแทน
โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 นำเงิน 500,000 บาท ฝากเข้าบัญชีธนาคารออมสิน บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX และนำเงินอีก 500,000 บาท ไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 500,000 บาท ส่วนเงินอีก 1,000,000 บาท เก็บไว้เป็นเงินสด
สำหรับบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเผื่อเรียก บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX จำนวน 847,654.71 บาท นั้น เมื่อนางฉัฐธยาน์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลนายธีรวัฒน์แล้ว วันที่ 12 มิ.ย.2563 ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ได้เปิดบัญชีดังกล่าว โดยถอนเงินจากบัญชีธนาคารออมสิน ประเภทเพื่อเรียก บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX เกือบทั้งหมดจำนวน 515,740 บาท มาฝากไว้
นอกจากนี้ ยังถอนเงินจากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ซึ่งเป็นบัญชีเดิมในการรับเงินบำนาญและเงินช่วยเหลือรายเดือนจากสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกของนายธีรวัฒน์อีก 330,000 บาท มาฝากไว้ในบัญชีนี้ด้วย ดังนั้น บัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีจึงไม่ใช่เงินของผู้ถูกกล่าวหา
@‘ผิดปกติวิสัย’วิญญชน เบิกเงินสดเก็บไว้-ไม่เกิดผลตอบแทนนับสิบปี
เห็นว่า บัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ชื่อบัญชี นายธีรวัฒน์ ซารัมย์ เอกสารหมาย ค.7 มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2546 โดยมีรายการฝากเงินตั้งแต่ 1,000 ถึง 5,000 บาท ทุกเดือน
ต่อมาวันที่ 22 ก.พ.2551 มีรายการฝากเงินเพิ่มเข้ามาเดือนละ 15,962 บาท วันที่ 22 เม.ย.2554 มีรายการฝากเงินเพิ่มขึ้นจาก 15,962 บาท เป็น 16,760 บาท และวันที่ 22 พ.ค.2558 มีรายการฝากเงินเพิ่มขึ้นจาก 16,760๐ บาท เป็น 17,430 เรื่อยมา
สอดคล้องกับหนังสือของมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จังหวัดบุรีรัมย์ เอกสารหมาย ค.9 น่าเชื่อว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินบำนาญประเภทผู้ทุพพลภาพจากมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จังหวัดบุรีรัมย์ และเงินช่วยเหลือรายเดือนของนายธีรวัฒน์ที่ทางราชการนำฝากเข้าบัญชีดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ ยังมีรายการถอนเงินตั้งแต่ปี 2546 เรื่อยมาทุกปี
ซึ่งตามข้ออ้างของผู้ถูกกล่าวหาที่ว่า มีการถอนเงินจากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ระหว่างวันที่ 9 มิ.ย.2556 ถึงวันที่ 13 ม.ค.2558 รวมเป็นเงิน 1,971,000 บาท โดยมีรายละเอียดการถอนเงิน ดังนี้
วันที่ 2 ต.ค.2546 มีรายการถอนเงิน 1,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 70,692.10 บาท วันที่ 17 ธ.ค.2546 มีรายการถอนเงิน 30,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 47,922.10 บาท วันที่ 10 พ.ค.2547 มีรายการถอนเงิน 10,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 51,005.15 บาท วันที่ 5 ก.ค.2547 มีรายการถอนเงิน 36,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 20,943.73 บาท
วันที่ 15 ก.ย.2547 มีรายการถอนเงิน 5,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 25,923.73 บาท วันที่ 22 ก.พ.2548 มีรายการถอนเงิน 40,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 8,156.52 บาท วันที่ 29 ธ.ค.2548 มีรายการถอนเงิน 30,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 28,064.01 บาท วันที่ 21 เม.ย.2549 มีรายการถอนเงิน 50,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 10,342.50 บาท
วันที่ 3 ม.ค.2550 มีรายการถอนเงิน 70,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 4,934.17 บาท วันที่ 3 ก.ย.2550 มีรายการถอนเงิน 10,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 59,329.12 บาท วันที่ 4 ม.ค.2551 มีรายการถอนเงิน 90,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 1,865.54 บาท วันที่ 13 ต.ค.2551 มีรายการถอนเงิน 100,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 60,464.84 บาท
วันที่ 30 ม.ค.2552 มีรายการถอนเงิน 115,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 20,748.61 บาท วันที่ 30 ต.ค.2552 มีรายการถอนเงิน 139,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 50,134.73 บาท วันที่ 15 ก.พ.2553 มีรายการถอนเงิน 105,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 2,993.07 บาท วันที่ 19 ม.ค.2554 มีรายการถอนเงิน 200,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 12,173.29 บาท
วันที่ 7 มิ.ย.2554 มีรายการถอนเงิน 100,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 6,211.29 บาท วันที่ 9 ม.ค.2555 มีรายการถอนเงิน 140,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 4,875.43 บาท วันที่ 16 ต.ค.2555 มีรายการถอนเงิน 150,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 35,228.25 บาท วันที่ 10 มิ.ย.2556 มีรายการถอนเงิน 190,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 5,682.78 บาท
วันที่ 24 มี.ค.2557 มีรายการถอนเงิน 200,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 4,414.69 บาท วันที่ 27 พ.ย.2557 มีรายการถอนเงิน 160,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 6,162.75 บาท
และมีการถอนเงินจากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.2558 ถึงวันที่ 18 ก.พ.2561 รวมเป็นเงิน 1,010,000 บาท โดยมีรายละเอียดการถอนเงิน ดังนี้
วันที่ 29 ธ.ค.2558 มีรายการถอนเงิน 250,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 31,283.34 บาท วันที่ 31 ต.ค.2559 มีรายการถอนเงิน 240,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 3,672.09 บาท วันที่ 10 เม.ย.2560 มีรายการถอนเงิน 220,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 109,108.76 บาท วันที่ 26 ม.ค.2561 มีรายการถอนเงิน 300,000 บาท ยอดเงินคงเหลือ 21,525.10 บาท
แม้การถอนเงินทั้งสองช่วงเวลาดังกล่าวข้างต้นจะมีจำนวนเงินเพียงพอที่จะนำมาซื้อสลากออมสินพิเศษเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2558 มูลค่า 1,000,000 บาท และวันที่ 18 ก.พ.2561 มูลค่า 1,000,000 บาท ในบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX รวมมูลค่า 2,000,000 บาท ก็ตาม
แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดการถอนเงินดังกล่าวประกอบคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ที่เบิกความทำนองเดียวกันว่า มีค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ประมาณ 3,000 บาท ต่อเดือนแล้ว เมื่อค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ต่อเดือนมีจำนวนไม่มาก
จึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นใด ที่นางละไม ซึ่งเป็นผู้อนุบาลนายธีรวัฒน์ในขณะนั้น จะต้องถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวแต่ละครั้งมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ รวมเป็นเงินจำนวนหลักล้านบาทเช่นนี้
การที่นางละไมถอนเงินจากบัญชีแต่ละครั้งมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ และไม่ปรากฏว่ามีการใช้เงินจำนวนดังกล่าวในการอื่นใดอีก แสดงว่านางละไมเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เป็นเงินสดมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการผิดปกติวิสัยของวิญญชนโดยทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเสียประโยชน์ที่ควรได้รับแล้วยังเสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วย
ทั้งยังขัดกับความประสงค์ของนางละไมที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เมื่อนางละไม เห็นว่าเงินสดที่ถอนออกมามีการใช้จ่ายน้อย จึงมีความคิดที่จะรวบรวมเงินของนายธีรวัฒน์มาซื้อสลากออมสินเพื่อได้รับเงินเพิ่มเติม ซึ่งหากนางละไมมีความประสงค์เช่นนี้ คงไม่ถอนเงินจากบัญชีของนายธีรวัฒน์มาเก็บไว้จำนวนมาก โดยไม่นำไปก่อให้เกิดผลตอบแทนเป็นระยะเวลานับสิบปี
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ในช่วงเวลาที่มีการซื้อสลากออมสินพิเศษ ไม่ปรากฏเงินคงเหลือในบัญชีรายการใดที่มากถึง 1,000,0000 บาท ที่เพียงพอในการซื้อสลากออมสินพิเศษได้
โดยเฉพาะรายการเงินคงเหลือวันที่ 13 ม.ค.2558 และวันที่ 18 ก.พ.2561 ซึ่งเป็นวันที่ซื้อสลากออมสินพิเศษดังกล่าวมีเงินคงเหลือเพียง 26,400.49 บาท และ 23,325.10 บาท ตามลำดับ เท่านั้น
จึงเชื่อว่า เงินที่มีการเบิกถอนมาในระหว่างวันที่ 9 มิ.ย.2546 ถึงวันที่ 13 ม.ค.2558 จำนวน 1,971,000 บาท และระหว่างวันที่ 13 ม.ค.2558 ถึงวันที่ 18 ก.พ.2561 จำนวน 1,010,000 บาท นอกจากที่ใช้จ่ายเป็นค่าดูแลนายธีรวัฒน์ในแต่ละเดือนแล้ว มีการนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นหมดไปในแต่ละครั้งที่ถอนเงินออกมา
จึงทำให้มีการถอนเงินออกมาเป็นระยะๆ ตามรายการถอนเงินข้างต้น และไม่เหลือเงินสดที่ถอนออกจากบัญชีของนายธีรวัฒน์เพียงพอที่จะนำไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 2,000,000 บาท ได้อีก
@ส่อพิรุธ-พยายามทำให้‘เส้นทางการเงิน’สอดคล้อง‘คำให้การ’
ที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เมื่อนางละไมถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ได้ร่วมกันดูแลนายธีรวัฒน์ โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 2,000,000 บาท ไปจัดสรรเพื่อสะดวกในการใช้จ่ายระหว่างจัดงานศพนางละไมยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการตั้งผู้อนุบาลแทน
โดยนำเงิน 500,000 บาท ฝากเข้าบัญชีธนาคารออมสิน บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX และนำเงิน 500,000 บาท ไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ส่วนเงินอีก 1,000,000 บาทเก็บไว้เป็นเงินสด
เห็นว่า ภายหลังจากวันที่ 12 มิ.ย.2561 ที่ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX แล้ว วันที่ 22 ก.พ.2562 ผู้ถูกกล่าวหานำเงินสด 1,000,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารออมสิน ประเภทเผื่อเรียก บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์
ต่อมาวันที่ 28 ก.พ.2562 จึงถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวมาซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 1,000,000 บาท
โดยไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงมีการถือเงินสด 1,000,000 บาท ไว้นานถึง 4 เดือน และเหตุใดต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีตนเองเพียง 5 วันแล้วถอนออกมา เพราะนอกจากจะทำให้เสียผลประโยชน์ตอบแทนแล้วยังมีความเสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาสามารถนำเงินสดที่มีไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ส่วนที่อ้างว่าก่อนถึงแก่กรรม นางละไมมอบเงินให้แก่นายธีรวัฒน์ 500,000 บาท และนำเงินจำนวนนี้ไปรวมซื้อสลากออมสินพิเศษด้วย ซึ่งทำให้เงินที่นำมาซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มีมูลค่า 2,000,000 บาท พอดี
ก็เป็นการง่ายต่อการกล่าวอ้าง ส่อให้เห็นพิรุธของผู้ถูกกล่าวหา ในการพยายามทำให้เส้นทางการเงินสอดคล้องกับคำให้การและคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหา และเพื่อให้รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX และบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX
สอดคล้องกับบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX และบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทเพื่อเรียก บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ยื่นแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง
เมื่อพยานหลักฐานตามทางไต่สวนของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่า เงินในบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มีที่มาจากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXXของนายธีรวัฒน์
ดังนั้น เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเพื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX จำนวน 847,654.71 บาท
และเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ บัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX มูลค่า 2,000,000 บาท อันมีที่มาจากบัญชีสลากออมสินพิเศษบัญชีเลขที่ XXXXXXXXXXXX จึงไม่อาจรับฟังได้เช่นกันว่า เป็นเงินของนายธีรวัฒน์ตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้าง
@สั่งจำคุก‘จุฑามาศ’ 3 เดือนรอลงอาญา 1 ปี-เด้งพ้นเก้าอี้‘นายกอบต.’
เมื่อผู้ถูกกล่าวหามีชื่อในบัญชีธนาคารตามคำร้องทั้งสองบัญชี จึงต้องรับฟังว่า เงินในบัญชีธนาคารทั้ง 2 บัญชี เป็นเงินของผู้ถูกกล่าวหาตามคำร้อง
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.)
กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (4) และมาตรา 105 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561
ทั้งนี้ การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว เป็นมาตรการในตรวจสอบและการป้องปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องโดยละเอียด ชัดเจน และครบถ้วนตามกฎหมาย
การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีธนาคารทั้งสองบัญชีตามคำร้อง จึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน
ผู้ถูกกล่าวหาจึงต้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝกนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ (วันที่ 29 ก.ค.2568) และต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับเป็นความผิดตามมาตรา 167 ด้วย
พิพากษาว่า นางจุฑามาศ ซารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นับแต่วันที่ 29 ก.ค.2568 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับมีความผิดตามมาตรา 167 องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา