
“…ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานเป็นการระบุถึงงานที่ผู้คัดค้านกำลังทำอยู่หรือเคยทำมาแล้วในอดีต เมื่อผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” ผู้คัดค้านจึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทำงานสอนหนังสือมาก่อน หากผู้คัดค้านไม่เคยทำการสอนหนังสือมาก่อน ก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ในเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3)…”
.........................................
จากกรณีที่ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 63/2569 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ผู้ร้อง) กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ ‘หมอเกศ’ (ผู้คัดค้าน) เรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง)
กรณี น.ส.เกศกมล ระบุในเอกสารแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. (สว.3) ว่า มีตำแหน่งนำหน้าชื่อว่า ‘ศาสตราจารย์’ โดยไม่มีสิทธิใช้ตำแหน่งดังกล่าว เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนเลือกตนเองเป็น สว.
โดยศาลฯ พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา โดยเห็นว่า น.ส.เกศกมล ได้มีการกระทำอันเป็นการทุจริต ด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง
ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย นั้น (อ่านประกอบ : 'ศาลฎีกาฯ'เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง'หมอเกศ'10 ปี อ้างตำแหน่ง'ศ.'ในใบสมัครแนะนำตัว'สว.')
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดของคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯในคดีดังกล่าว มีดังนี้
@ร้อง‘หมอเกศ’อ้างตำแหน่ง‘ศ.’เป็นการ‘หลอกลวง’
คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 63/2569
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ผู้ร้อง)
น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย (ผู้คัดค้าน)
เรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง)
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่
ทางไต่สวนผู้ร้อง (กกต.) มีนายธันวา ชิงนวรรณ์ กรรมการสืบสวนและไต่สวน เป็นพยานเข้าไต่สวน ได้ความว่า ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 19
โดยระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนของประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Professor in Human Resource Development) California University และระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้า 125
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน มีหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้ว ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ อว 0204.6/1792 ลงวันที่ 31 ก.ค.2567
แจ้งว่า ผู้คัดค้านไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด
ประกอบกับไม่ปรากฏหลักฐานว่า มีสถาบันอุดมศึกษาใด เคยขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้คัดค้านให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังไม่เคยพิจารณาเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจาก แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ (California University) และแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation)
อีกทั้งผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนว่า ไม่เคยทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย ตามเอกสารหมาย ร.3 ลำดับที่ 88 หน้าที่ 996 พยานเห็นว่า ประสบการณ์ทำงานนั้นเป็นสาระสำคัญ การระบุตำแหน่งศาสตราจารย์ลงในช่องประวัติการทำงานต้องมีการทำงานจริง ไม่ใช่การเทียบโอนคุณวุฒิทางการศึกษา
การที่ผู้คัดค้านระบุข้อมูลในแบบ สว.3 ว่า เคยทำงานตำแหน่งศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เป็นการหลอกลวงและจูงใจให้เข้าใจผิดในเกียรติคุณ ชื่อเสียง เพื่อจูงใจให้มีการลงคะแนนให้
และผู้ร้อง (กกต.) มีนายสุทน เฉื่อยพุก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาทุนทางปัญญาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า การใช้ตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” ที่ได้รับมาจากต่างประเทศและมีความประสงค์ที่จะใช้ตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” เพื่อนำมาใช้ในประเทศไทย
จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ โดยต้องเข้าสู่ระบบของมหาวิทยาลัย จากนั้นมหาวิทยาลัยจึงเสนอขอเทียบตำแหน่งทางวิชาการ เมื่อสภามหาวิทยาลัยอนุมัติตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว จึงพิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
และว่าที่ร้อยตรีวีรวัฒน์ หมื่นภักดี ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ และเป็นผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน เป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า พยานตรวจสอบข้อมูลทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแห่งชาติทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและราชกิจจานุเบกษาแล้ว ไม่พบว่าผู้คัดค้านได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
และไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) เคยสอนหรือทำการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนในประเทศไทย หรือผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564 และฉบับอื่น ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิใช้ตำแหน่งดังกล่าว
การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้คัดค้านเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน
และนางสาวทิพย์มณฑา บุญยถิ่น ผู้สมัครรับเลือกระดับจังหวัดและเป็นผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน เป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิใช้ตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์
หน่วยงานที่ผู้คัดค้านไปยื่นเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาเพื่อขอตำแหน่งศาสตราจารย์ไม่ใช่หน่วยงานที่สามารถออกใบรับรองคุณวุฒิทางการศึกษาได้ แต่เป็นเพียงการรับเทียบโอนคุณวุฒิทางการศึกษาของคนต่างด้าวและเปิดสอนการศึกษาระดับอนุบาล
ผู้คัดค้านไม่เคยสอนหนังสือในสหรัฐอเมริกาและไม่มีงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ จึงเห็นว่าผู้คัดค้านได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์มาโดยไม่ถูกต้อง
@‘หมอเกศ’อ้างตำแหน่ง‘ศ.’ ถูกต้อง-ตรงตามข้อเท็จจริง
ส่วนผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) อ้างตนเองเป็นพยานเข้าไต่สวน ได้ความว่า แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ (California University) ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา เพื่อประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา โดยการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความทางวิชาการ และตีพิมพ์บทความทางวิชาการเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางสถาบัน
ผู้คัดค้านได้รับการประเมินคุณวุฒิทางการศึกษาระดับเทียบเท่าปริญญาเอกรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Political Science) จากแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) รายละเอียดปรากฏตามใบปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต รับรองโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาพร้อมคำแปลตามเอกสารหมาย ค.4
และได้รับมอบตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” โดยมีหนังสือรับรองความถูกต้องจากแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (Califomia University Foreign Credential Evaluation) และรัฐแคลิฟอร์เนียในนามรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ตามประกาศนียบัตรแต่งตั้งตำแหน่งทางวิชาการระดับศาสตราจารย์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ รับรองโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาพร้อมคำแปล ตามเอกสารหมาย ค.5
ส่วนปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ตามหนังสือรับรองตามกฎหมายและยืนยันความสมบูรณ์ตามกฎหมายของปริญญาที่ได้ลงชื่อต่อหน้าโนตารีปับลิกในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พร้อมคำแปล ตามเอกสารหมาย ค.6
ส่วนของตำแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์ ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์” ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการวิชาการของแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2567 ตามหนังสือรับรอง
การยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรมนุษย์” ออกโดยแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา พร้อมคำแปล ตามเอกสารหมาย ค.7 ผู้คัดค้านได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาและตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศ มีหนังสือรับรองถูกต้องตามระบบต่างประเทศ
การที่ผู้ร้อง (กกต.) นำข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์สถาบันอุดมศึกษาในระบบของประเทศไทย และตำแหน่งศาสตราจารย์ของประเทศไทยที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ มาเป็นข้ออ้าง จึงเป็นการไม่ชอบ
ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) ระบุไว้อย่างชัดเจนในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร สว.3 ว่า เป็นตำแหน่งจากสหรัฐอเมริกา และมีการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา “ศาสตราจารย์” เป็นตำแหน่งทางวิชาการ ไม่ใช่ “วิชาชีพ หรือ อาชีพอิสระ” ในกลุ่มที่สมัคร ผู้คัดค้านสมัครในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ (กลุ่ม 19) จึงไม่ต้องสอนหนังสือหรือเทียบตำแหน่งกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านกรอกข้อความในเอกสารแนะนำตัว สว.3 จึงถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง ไม่เป็นการหลอกลวง หรือมีเจตนาจูงใจให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ในกลุ่มอาชีพที่สมัครแต่อย่างใด
ผู้คัดค้านเปิดเผยข้อมูลตามความเป็นจริงทุกประการเกี่ยวกับ “ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา” โดยก่อนการกรอกใบสมัคร ผู้คัดค้านได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยตรง
และได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการเป็นหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครว่าสามารถกรอกรายละเอียดดังกล่าวในใบสมัคร สว.3 ได้ ตามเอกสารหมาย ค.1 และ ค.2
การที่ผู้ร้อง (กกต.) กลับมาวินิจฉัยในภายหลังว่า ข้อมูลดังกล่าวตามเอกสารแบบ ส.ว.3 เป็นการหลอกลวงนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยที่ย้อนแย้งกับการตอบข้อหารืออย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือก ผู้คัดค้านได้ปฏิบัติตามหนังสือตอบข้อหารืออย่างเป็นทางการโดยสุจริต และไม่มีเจตนาในการหลอกลวงผู้ใดให้เข้าใจผิด
และผู้คัดค้านมีนายสุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ เป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า พยานเป็นผู้ประสานงานหรือผู้แทนของแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ในประเทศไทย มีอำนาจตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารของผู้ที่ต้องการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาในประเทศไทย
และประสานกับทางสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา
มีภารกิจในการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและมอบปริญญาบัตรแก่นักศึกษาชาวต่างชาติ โดยนักศึกษาระดับปริญญาเอกจะต้องทำวิทยานิพนธ์ และตีพิมพ์บทความทางวิชาการเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสถาบัน
เหตุที่แคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ยังไม่ได้รับการรับรองคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.พ. เนื่องจากยังไม่มีบุคคลใดนำคุณวุฒิทางการศึกษาจากแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ไปยื่นเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาต่อสำนักงาน ก.พ.เพื่อเข้ารับราชการ
ส่วนที่สหรัฐอเมริกา ผู้ที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาจากแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) สามารถทำงานได้ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
@ชี้‘หมอเกศ’ไม่ได้ดำรง‘ศ.’-ไม่เคยได้รับการโปรดเกล้าฯ
เห็นว่า สมาชิกวุฒิสภาถือเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินผ่านการตั้งกระทู้ถามและการเปิดอภิปรายในการประชุมของวุฒิสภา ตลอดจนมีอำนาจในการพิจารณาให้การรับรองบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ
ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการใดอันเป็นการกระทบต่อความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อวุฒิสภา
และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า เอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร ประกอบด้วย (1)... (2) ข้อความแนะนำตัวของผู้สมัครซึ่งมีความยาวไม่เกินที่คณะกรรมการกำหนด
และวรรคสอง กำหนดให้ผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องและเป็นจริงของเอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่งทุกฉบับและทุกหน้า ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ข้อ 51 วรรคหนึ่ง
กำหนดให้ผู้สมัครยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบการรับสมัครด้วยตนเองต่อผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนดภายในระยะเวลาการรับสมัคร ดังนี้ (1)... (2) แบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3)
และวรรคสอง กำหนดให้แบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ตามวรรคหนึ่ง (2) ให้มีข้อความและข้อมูล ดังนี้ (1) ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร (2) ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร (3) ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร (ไม่เกิน 5 บรรทัด)
แบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) จึงเป็นเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ผู้สมัครทุกคนต้องยื่นพร้อมใบสมัคร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้สมัครอื่นใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือก โดยผู้สมัครต้องระบุข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา
รวมถึงประวัติหรือประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัคร ที่ถูกต้องและชัดเจน ไม่เอาเปรียบกันด้วยข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามีข้อมูลของผู้สมัครที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันทำให้การลงคะแนนเลือกมีความโปร่งใสและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อตำแหน่งศาสตราจารย์ในบริบทของสังคมไทยเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) กำหนด ทั้งในด้านการสอนหนังสือ ผลงานทางวิชาการ ตลอดจนมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์เป็นตำแหน่งทางวิชาการที่ต้องมีการดำเนินการเพื่อขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
แต่ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้คัดค้านได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Professor in Human Resource Development) California University จากต่างประเทศมาอย่างถูกต้องนั้น
เห็นว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์ของผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) ได้รับมาด้วยวิธีประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจากสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) โดยสถาบันดังกล่าวพิจารณาจากบทความทางวิชาการของผู้คัดค้านเพียง 5 เรื่อง
แต่มิได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถในการสอนหนังสือและผลงานทางวิชาการ อันเป็นที่ประจักษ์ของผู้คัดค้านตามมาตรฐานสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564
และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง สำหรับตำแหน่งศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านที่ได้รับมาด้วยวิธีประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาจากสถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ปัจจุบันยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาและรับรองการเทียบตำแหน่งทางวิชาการจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
จึงทำให้ตำแหน่งศาสตราจารย์ดังกล่าว ยังไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้
นอกจากนี้ ในส่วนของประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครของผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) พบว่าข้อมูลที่ระบุยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์มาก่อน การระบุข้อมูลในส่วนนี้ จึงถือว่ามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
@‘กกต.’ไม่เคยรับรอง‘หมอเกศ’ใช้‘ศ.’ถูกต้องหรือไม่
ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์ เป็นตำแหน่งทางวิชาการ ไม่ใช่วิชาชีพ หรืออาชีพอิสระในกลุ่มที่สมัคร ผู้คัดค้านสมัครในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ (กลุ่ม 19) จึงไม่ต้องสอนหนังสือหรือเทียบตำแหน่งกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นั้น
เห็นว่า ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานเป็นการระบุถึงงานที่ผู้คัดค้านกำลังทำอยู่หรือเคยทำมาแล้วในอดีต เมื่อผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” ผู้คัดค้าน จึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทำงานสอนหนังสือมาก่อน
หากผู้คัดค้านไม่เคยทำการสอนหนังสือมาก่อน ก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ในเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ข้อ 3. ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้
ที่ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) อ้างว่า ผู้ร้อง (กกต.) ได้มีการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านแล้วโดยผู้คัดค้านทำหนังสือขอหารือไปยังสำนักงานของผู้ร้อง เรื่องการกรอกเอกสารข้อมูลการแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนข้อที่ 1 ว่าผู้คัดค้านสามารถใส่ตำแหน่งทางวิชาการระดับ “ศาสตราจารย์” ได้หรือไม่
โดยนายกิตติพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือแจ้งว่าการกรอกเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนข้อ 1 ไม่สามารถใส่ตำแหน่งทางวิชาการได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร
แต่หากผู้คัดค้านประสงค์จะใส่ตำแหน่งทางวิชาการ สามารถนำไปใส่ในส่วนของข้อ 3. คือประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครนั้น
เมื่อพิจารณาหนังสือตอบข้อหารือเอกสารหมาย ค.2 แล้ว นายกิตติพงษ์ตอบข้อหารือ โดยมีลักษณะเป็นการตอบในกรณีทั่วไปว่า หากผู้คัดค้านได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ผู้คัดค้านสามารถนำตำแหน่งทางวิชาการไปใส่ในส่วนข้อ 3 คือ ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้เท่านั้น
หาเป็นการรับรองตำแหน่งทางวิชาการของผู้คัดค้านว่ามีความถูกต้องหรือไม่ เพราะเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความมีอยู่หรือความถูกต้องของตำแหน่งทางวิชาการของผู้คัดค้านตามที่ขอหารือมา
@อ้าง‘ศ.’ไม่ตรงต่อความจริง ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้ง 10 ปี
และที่ผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) อ้างว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแนะนำตัวตามแบบ สว.3 นั้น
เห็นว่า แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3)
แต่ผู้คัดค้านก็ยังคงมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลด้วยความถูกต้อง ไม่แอบอ้างตนเองว่า มีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ เพื่อให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงานของผู้คัดค้าน
การกระทำของผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) เป็นการกระทำอันเป็นการทุจริต ด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง
ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย
ทำให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่ม และเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ซึ่งต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในวุฒิสภาเสียไป
การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา