
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตรองปลัด อบต.พิมาย’ จ.นครราชสีมา 95 ปี คดียักยอกเงิน ‘อบต.’ 19 กระทง แต่ให้ติดคุกจริง 50 ปี สั่งชดใช้เงินคืน 5 ล้าน
..........................................
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 193/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 282/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ อดีตรองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีษะเกษ ในคดียักยอกเงินของ อบต.พิมาย ในปีงบประมาณ 2559 โดยการกรอกข้อความลงในเช็คสั่งจ่ายของ อบต.พิมาย และสั่งจ่ายเข้าบัญชีเงินฝากของตัวเองโดยทุจริต เป็นจำนวน 19 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,030,071.31 ล้านบาท ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลย (นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม), 161 (เดิม), 265 (เดิม) ประกอบมาตรา 268 วรรคสอง, 266 (4) (เดิม) ประกอบมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลาย
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสีย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก กระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง รวมจำคุกจำเลย 95 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ให้จำเลยคืน หรือชดใช้เงิน 5,030,071.31 บาท แก่ อบต.พิมาย เจ้าของเงิน
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 043/2569 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 มีมติเห็นชอบที่อัยการสูงสุด จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 84/2564 เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2564 มีมติชี้มูลความผิด น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีษะเกษ รักษาราชการแทนปลัด อบต.พิมาย ยักยอกเงินของ อบต.พิมาย ในปีงบประมาณ พ.ศ.2559 จำนวน 5,030,071.31 บาท ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.147 ,ม.151 ,ม.157 ,ม.161 ,ม.266 (1) ,ม.268 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.192 ประกอบ ป.อ. ม.90 ,ม.91
ทั้งนี้ หลังจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ไหวตัว และมีพฤติการณ์หลบหนี โดยใช้วิธีการนำบัตรประชาชน และเอกสารหลักฐานแสดงตัวตนของพี่สะใภ้มาอำพรางตนเอง ก่อนจะไปสมัครทำงานกับทนายความคนดังรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น และทำหน้าที่เป็นเสมียนทนายและเลขาคนสนิท
ต่อมาวันที่ 5 ส.ค.2567 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะนั้น มอบหมายให้งานสืบสวนคดีทุจริต ภาค 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ทำการจับกุม นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ซึ่งการจับกุม นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ดังกล่าว
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป็นเหตุบังเอิญ เนื่องจากทนายความคนดังที่นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ทำงานด้วยนั้น ได้รับว่าความทำคดีให้กับผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่งในเขต จ.นครราชสีมา จึงมีความจำเป็นที่ทนายความรายนี้ พร้อมเลขาคนสนิท ต้องเดินทางมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 จึงดำเนินการแกะรอยและตรวจสอบข้อเท็จจริง
จนกระทั่งยืนยันว่า “เลขาคนสนิท” ของทนายรายนี้ คือ นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ บุคคลตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จริง แม้นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ จะทำทรงผม แต่งหน้าให้มีลักษณะเหมือนพี่สะใภ้ และอ้างตนว่าเป็นพี่สะใภ้ ก็ตาม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ได้วางแผนเข้าจับกุมตัวนางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาด ซึ่งตอนแรก นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.วพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ให้การปฏิเสธว่าตนไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ฯก็ได้พูดคุยอธิบาย กระทั่งนางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาด ให้การยอมรับว่าตน คือ บุคคลตามหมายจับจริง
เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 จึงได้นำตัว นางวาสนา พลทา หรือ น.ส.พิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ไปทำบันทึกการจับกุม ณ สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ก่อนจะนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา