
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 2 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายกเทศมนตรี’ต.เจ้าพระยาสุรศักดิ์ 2 ปี คดีออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินมิชอบ ไม่ปรากฏเจตนาทุจริต-ให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษ ‘จำคุก’ รอการลงโทษ 5 ปี
.............................................
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน มิ.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 47/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 80/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายอาคม พันธ์เฉลิมชัย หรือนายธนะพัฒน์ พันธ์เฉลิมชัยโชค เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กับพวก ออกหนังสือเทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ ชบ 54603/2837 ลงวันที่ 8 ก.ค.2554 และออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน เลขที่ 117/2554 ลงวันที่ 15 พ.ย.2554 โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย หรือนายธนะพัฒน์ พันธ์เฉลิมชัยโชค) และจำเลยที่ 3 (นายอัครนันท์ โฉมเนตร์พงศ์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำความผิดคดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำไปโดยมีเจตนาทุจริตหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการกระทำของตน
ประกอบกับปัจจุบันจำเลยที่ 1 อายุ 68 ปี จำเลยที่ 3 อายุ 57 ปี โดยไม่ปรากฏประวัติการกระทำความผิดอื่นใดอีก การให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกหลานตนเองและครอบครัวน่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 และสังคมมากกว่าการลงโทษจำคุก จึงเห็นควรให้ให้โอกาสจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้กลับตนเป็นพลเมืองดี
โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ,30 ทั้งนี้ หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินหนึ่งปีได้ แต่ต้องไม่เกินสองปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 (นายอนุวัฒน์ ลีระกุล)
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 043/2569 วันที่ 12 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติไม่เห็นพ้องด้วยในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา จึงขอความอนุเคราะห์อุทธรณ์คำพิพากษา กรณียกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ข้อ 2.2
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย หรือนายธนะพัฒน์ พันธ์เฉลิมชัยโชค กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้ จำเลยยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 5/2567 วันที่ 9 ม.ค.2567 ชี้มูลความผิด นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย หรือนายธนะพัฒน์ พันธ์เฉลิมชัยโชค เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กับพวก ออกหนังสือเทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ ชบ 54603/2837 ลงวันที่ 8 ก.ค.2554 และออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน เลขที่ 117/2554 ลงวันที่ 15 พ.ย.2554 โดยมิชอบ มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.157 พ.ร.บ .ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม.123/1

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา