‘ศาลปกครองสูงสุด’ พิพากษายืน ‘ยกฟ้อง’ คดี ‘ชาวบ้าน’ 15 ราย ฟ้อง ‘เจ้าพนักงานที่ดิน’ กรุงเทพฯ ไม่อายัดที่ดิน หลังอ้าง ‘ครอบครองปรปักษ์’ ต่อเนื่องเกิน 10 ปี ชี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโต้แย้ง-คัดค้านการจดทะเบียนสิทธิ-นิติกรรมในที่ดิน ไม่พบมีการยื่นคำร้องขอ ‘ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน’ ต่อ ‘ศาลยุติธรรม’
..........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.793/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.294/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ นาย ข. กับพวก รวม 15 คน (ผู้ฟ้องคดีที่ 1-15) ฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม และเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ 2) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณี นาย ข.กับพวก ซึ่งอ้างว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 เลขที่ดิน 1095 ต.สะพานสูง อ.สะพานสูง กรุงเทพฯ เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลาเกิน 10 ปี ยื่นคำขออายัด ฉบับที่ 6006 ลงวันที่ 31 พ.ค.2560 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) หลังจาก บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิม ฉบับที่ 11005 ลงวันที่ 24 พ.ย.2559
แต่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งไม่รับอายัดที่ดินตามคำขอของ นาย ข. (ผู้ฟ้องคดีที่ 1) โดยอ้างว่าเอกสารที่นาย ข. (ผู้ฟ้องคดีที่ 1) นำมาแสดงไม่ปรากฏถึงสิทธิที่แสดงให้เห็นว่า นาย ข. (ผู้ฟ้องคดีที่ 1) เป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่ขออายัดโดยตรง นาย ข. กับพวก จึงนำคดีฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลฯมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) รับอายัดที่ดินตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 2502 เลขที่ดิน 1095 ต.สะพานสูง อ.สะพานสูง กรุงเทพฯ
โดยคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นว่า การที่เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 ไม่รับอายัดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ตามคำขออายัด ฉบับที่ 6006 ลงวันที่ 31 พ.ค.2560 ของนาย ข. (ผู้ฟ้องคดีที่ 1) และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร) มีคำวินิจฉัย ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาย ข.) ซึ่งแจ้งผู้ฟ้องคดีที่ 1 ทราบตามหนังสือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ที่ มท 0510/17560 ลงวันที่ 26 ก.ค.2560 เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
เนื่องจากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นาย ข. (ผูุ้ฟ้องคดีที่ 1) ได้โต้แย้งคัดค้านการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินครั้งหนึ่งครั้งใด หรือได้ยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินต่อศาลยุติธรรมตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด ทั้งที่นาย ข. กล่าวอ้างมาโดยตลอดว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อเนื่อง
“คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาย ข.) ยื่นคำขออายัด ฉบับที่ 6006 ลงวันที่ 31 พ.ค.2560 ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม) ขออายัดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 เลขที่ดิน 1095 ตำบลสะพานสูง อำเภอสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา ซึ่งในขณะนั้น บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกัน เป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อเนื่อง มาจากนายหะยีดาวุด... และนางเนาะ... (ที่ถูกน่าจะหมายถึง นายหะยีโมหะหมัดดาวุธ... และนางเน๊าะ....) ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2699 ตำบลคลองประเวศฝั่งเหนือ อำเภอพระโขนง เมืองนครเขื่อนขันธ์ เนื้อที่ 78 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา ก่อนที่จะได้มีการแบ่งแยก และรวมโฉนดที่ดินเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 2502
จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินโดยตรง และอยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียนหรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ โดยการยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินต่อศาลยุติธรรมตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมกับแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายชุมชนมุสลิมสัมพันธ์ สำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาใบเสร็จพัฒนาชุมชน
แต่เมื่อพิจารณาสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2699 และโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 แล้ว เห็นว่า นายหะยีโมหะหมัดดาวุธ และนางเน้าะ ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2699 ในขณะนั้น ได้จดทะเบียนขายที่ดินให้แก่นายมา ... ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.2508 ต่อมา ได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหลายทอด จนกระทั่งได้มีการจดทะเบียนแบ่งแยก และรวมโฉนดที่ดินเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ให้แก่บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2547
โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาย ข.) ได้โต้แย้งคัดค้านการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินครั้งหนึ่งครั้งใด หรือได้ยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดิน ต่อศาลยุติธรรมตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กล่าวอ้างมาโดยตลอดว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อเนื่องมาจากนายหะยีโมหะหมัดดาวุธ และนางเน๊าะ
โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิม ฉบับที่ 11005 ลงวันที่ 24 พ.ย.2559 ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม) ขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงได้ยื่นคำขอคัดค้านการรังวัด ฉบับที่ 11017 ลงวันที่ 18 พ.ค.2560 ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมดังกล่าว
โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก ได้ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 โดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ยังคงมิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินต่อศาลยุติธรรมตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อยู่เช่นเดิม
ต่อมา เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2560 บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนแบ่งแยกในนามเดิม เป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 19168 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 10 -6/10 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 19169 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 16 ไร่ 74 -3/10 ตารางวา และโฉนดที่ดินเลขที่ 19169 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 29 -1/10 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ซึ่งเป็นแปลงคงเหลือ เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา
ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงยื่นคำขออายัด ฉบับที่ 6006 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ขออายัดที่ดิน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502
พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 ที่ปรากฏในชั้นสอบสวนคำขออายัดที่ดิน ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกัน เป็นเวลากว่า 10 ปี ตามที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กล่าวอ้าง
ประกอบกับเมื่อพิจารณาเอกสารหลักฐาน ประกอบคำขออายัดที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 1 แล้วเห็นว่า สำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ ระบุแต่เพียงหน่วยที่ตั้งที่ดินและจำนวนเนื้อที่ที่ดินที่ใช้ในการคำนวณภาษีบำรุงท้องที่ โดยไม่ได้ ระบุว่าเป็นที่ดินแปลงใด
และสำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่บางฉบับปรากฏว่า นางเน๊าะ ได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ ประจำปี พ.ศ.2495 สำหรับที่ดินในหน่วยที่ 1 ตำบลประเวศ อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 34 ไร่ 80 ตารางวา เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2496 ซึ่งจำนวนเนื้อที่ที่ดินไม่ตรงกับที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2699 ซึ่งขณะนั้น มีเนื้อที่ 78 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา สำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว จึงไม่ใช่เอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502
ส่วนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย ชุมชนมุสลิมสัมพันธ์ หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาใบเสร็จพัฒนาชุมชน ต่างไม่มีข้อระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 อย่างไร จึงไม่ใช่เอกสารหลักฐาน ที่จะแสดงให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 เช่นกัน
ดังนั้น เอกสารหลักฐานประกอบคำขออายัดที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่ใช่เอกสารหลักฐานที่จะพิสูจน์ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เห็นได้ว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งการพิจารณาคำขออายัดที่ดินนั้น มาตรา 83 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติไว้ โดยเฉพาะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนเอกสารหลักฐานที่ผู้ขอได้นำมาแสดงเท่านั้น
พนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่จำต้องแสวงหาพยานหลักฐานอื่นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงแทนผู้ขอ เพราะจะทำให้ระยะเวลาในการรับอายัดที่ดินต้องล่าช้าออกไป ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิของผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินเกินสมควร และไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของการอายัดที่ดิน ตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2543 ที่ประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับ การจดทะเบียนหรือการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เป็นเวลา 30 วัน
ประกอบกับการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยการครอบครองปรปักษ์ตามบทบัญญัติมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จะต้องครอบครองที่ดินของผู้อื่นไว้ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี และผู้ฟ้องคดีที่ 1 จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท เพื่อขอให้ศาลยุติธรรมมีคำสั่งว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์
ซึ่งผู้ฟ้องคดีที่ 1 มีภาระที่จะต้องพิสูจน์สิทธิการครอบครองปรปักษ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ต่อศาลยุติธรรมว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จึงจะมีสิทธินำคำพิพากษาของศาลยุติธรรมไปยื่นต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เพื่อขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเป็นชื่อผู้ฟ้องคดีที่ 1
ในชั้นนี้ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาย ข.) จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับ ให้บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 2502 ในขณะนั้น จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้โดยตรง และไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้
กรณีจึงเห็นได้โดยชัดแจ้งว่า เอกสารหลักฐานที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นำมาแสดงต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่ใช่เอกสารหลักฐานที่จะแสดงได้ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 อันอาจจะฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ตามมาตรา 83 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบึงกุ่ม) มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 ไม่รับอายัดที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 2502 ตามคำขออายัด ฉบับที่ 6006 ลงวันที่ 31 พ.ค.2560 ของผู้ฟ้องคดีที่ 1
และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร) มีคำวินิจฉัย ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาย ข.) ซึ่งแจ้งผู้ฟ้องคดีที่ 1 ทราบตามหนังสือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ที่ มท 0510/17560 ลงวันที่ 26 ก.ค.2560 จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน” คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.793/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.294/2569 ลงวันที่ 2 เม.ย.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา