
ชุดศึกษาแลนด์บริดจ์ที่นำโดย 'เอกนิติ' ปิดเล่มก่อน 90 วัน มีมติยุติการผลักดันโปรเจ็กต์ หลังพบความเป็นไปได้ต่ำ ทำลายสิ่งแวดล้อมวงกว้าง ประชาชนเสียงแตก จ่อรายงานนายกฯ-ครม.ทราบ พร้อมผลักดัน missing link เชื่อมท่าเรือระนองแทน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยว่า ผลสรุปการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) คณะกรรมการสามารถสรุปผลการศึกษาได้ก่อนครบกำหนด 90 วันตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี
@ความเป็นไปได้ต่ำ ชงครม.ยุติโครงการ
โดยผลการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความน่าจะเป็นในการดำเนินโครงการในระดับต่ำเนื่องจากเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและมีความเสี่ยงรอบด้าน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรให้รวบรวมรายงานเสนอต่อรายนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบการยุติโครงการในรูปแบบเดิม พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีความเสียหายจากการลงทุนที่ดินหรือการก่อสร้างเนื่องจากยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ
ส่วนความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม นายเอกนิติกล่าวว่า พบว่ามีค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องดูแลผลกระทบในภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ให้มากกว่านี้ และเมื่อลงไปดูยังขาดการบูรณาการที่เป็นเอกภาพในเรื่องสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งยังไม่ครบถ้วน
อาทิ ระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง และความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงผืนป่า และจากการรับฟังความเห็นก็ยังมีความแตกต่าง ทั้งกลุ่มที่สนับสนุน คือ ภาคเอกชน และอุตสาหกรรมการผลิต แต่ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีความกังวลและยังไม่ได้ตัดสินใจ
ทั้งนี้ ประเด็นที่น่ากังวลคือเรื่องสิ่งแวดล้อม และความโปร่งใส และมีกลุ่มที่คัดค้านคือกลุ่มอนุรักษ์ทางทะเล เพราะฉะนั้นจึงมีการเสนอแนะว่า ควรมีแนวทางสร้างความเชื่อใจและเชื่อมั่น
@หันพัฒนา Missing Link เชื่อมท่าเรือระนอง
นายเอกนิติกล่าวว่า สุดท้ายคณะกรรมการจึงมีมติว่า โครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจที่ต่ำ และเสี่ยงในเรื่องผลกระทบค่อนข้างสูง และยังมีความเห็นต่างในสังคม แต่เมื่อภาคเอกชนยังมีความต้องการในภาคใต้ทางออกทะเลฝั่งอันดามัน ซึ่งปัจจุบันมีท่าเรือระนอง โดยยังมีความต้องการใช้ท่าเรือดังกล่าวอยู่
เพราะฉะนั้น จึงมีการให้พิจารณาไปดำเนินการปรับปรุง เพื่อใช้ท่าเรือระนองให้เป็นไปตามศักยภาพ รวมถึงพิจารณาเชื่อมโยงเรื่องทางรถไฟ ที่จะเชื่อมต่อไปยังท่าเรือระนอง และระบบการขนส่งทางราง หรือ Missing Link ที่สามารถใช้โอกาสเชื่อมโยงไปทางเหนือขึ้นไปประเทศจีน รวมถึงเชื่อมโยงไปยังท่าเรือฝั่งตะวันออก
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอในเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ว่า ควรเริ่มต้นพิจารณาจากยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศให้ชัดเจน ก่อนที่หน่วยงานใดจะศึกษาโครงการต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียน โดยจะต้องดูในเชิงยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมด้วย และให้นำบทเรียนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาร่วมด้วย
เมื่อถามว่า สรุปว่าเป็นการพับแผนโครงการแลนด์บริดจ์ใช่หรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า “ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
เมื่อถามว่า จะต้องส่งมติผลการศึกษาและผลสรุปนี้ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับรองหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมของคณะกรรมการฯครั้งสุดท้าย และจะต้องนำรายงานสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และถ้านายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ก็จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ตามคำสั่งที่แต่งตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้
ขณะที่ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานชุดที่ 2 ระบุถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม 9 ประเด็นหลัก เช่น เป็นพื้นที่เปราะบางที่ต้องใช้เส้นทางพาดผ่านพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสูงจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า
นอกจากนั้น พื้นที่จังหวัดระนองเป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลและพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก หากมีโครงการอาจกระทบต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้
นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับแหล่งปะการังและจุดดำน้ำสำคัญระดับโลก รวมถึงอาจกระทบต่อแหล่งโบราณคดีใต้น้ำที่ยังไม่ได้สำรวจ
ด้านผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าจากการรับฟังความเห็นพบว่าสังคมยังมีความเห็นต่าง โดยกลุ่มที่คัดค้านกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใส จึงมีข้อเสนอว่าโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตต้องมีข้อมูลที่เป็นเอกภาพ โปร่งใส และสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ลดศัพท์วิชาการ รวมทั้งต้องวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียให้ครบถ้วน ทั้งกลุ่มเปราะบางและชุมชนในพื้นที่
ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสศช. ในฐานะประธานคณะทำงานชุดที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดความเสี่ยงทางการเงินว่า จากการปรับปรุงผลการศึกษาตามสภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2568 พบว่าจากการศึกษาผลตอบแทนทางการเงิน (Rate of Return) ลดลงจาก 8% เหลือเพียง 4.8% โดยเมื่อคิดมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ติดลบ จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกกว่า 6 แสนล้านบาท กลับกลายเป็น ติดลบถึง 10,287 ล้านบาท
นอกจากนั้นปริมาณสินค้าไม่คุ้มค่า เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าลดลง 15-16% ส่งผลให้ผลตอบแทนลดลงถึง 38% นอกจากนี้ สายการเดินเรือหลัก 9 ใน 10 รายของโลกได้ไปลงทุนในโครงการอื่นที่คล้ายคลึงกันแล้ว เหลือเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย
ส่วนความเสี่ยงด้านปฏิบัติการพบว่าขั้นตอนการขนถ่ายสินค้า (เรือ-รถ-รถไฟ) มีหลายข้อต่อและคำนวณเวลาไว้เพียง 3 วันเศษโดยไม่ได้รวมความเสี่ยงหน้างาน ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา