
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตปลัด อบต.ท่าโรง-พวก’ มีส่วนได้เสียโครงการขุดสระน้ำ 4.95 แสนบาท โดยวิธีตกลงราคา ใช้ชื่อ ‘บริษัท’ ของเพื่อน เป็นผู้รับจ้างแทน
............................................
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ กับพวก กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียโครงการขุดสระน้ำ หมู่ที่ 17 บ้านเขาน้อย ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง โดยใช้ชื่อร้านเอ็นเซอร์วิสของนางสาวอรนุช ถาวรกูล เป็นผู้รับจ้างแทน เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการขุดสระน้ำ หมู่ที่ 17 บ้านเขาน้อย เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำและเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร งบประมาณจำนวน 500,000 บาท ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง ได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างด้วยวิธีตกลงราคา
ปรากฏว่านายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ เป็นผู้จัดหาผู้รับจ้างด้วยตนเอง โดยใช้ร้านเอ็นเซอร์วิสเข้าเป็นผู้รับจ้าง ร้านดังกล่าวมีนางสาวอรนุช ถาวรกูล ลูกจ้างกองช่าง เทศบาลตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว หัวหน้าฝ่ายกองช่าง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลบางกระทุ่ม เป็นผู้จดทะเบียนพาณิชย์ และมอบเอกสารให้กับนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว ใช้ในการรับเหมางานจ้าง
นายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว กับนายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยกันที่โรงเรียนเพชรพิทยาคม จึงเป็นที่มาของการใช้ร้านเอ็นเซอร์วิสเข้าเป็นผู้รับจ้างโครงการดังกล่าว โดยขั้นตอนการเสนอราคา ลงนามในสัญญาจ้าง แจ้งเข้าทำงานส่งมอบงาน และรับเงินค่าจ้าง นางสาวอรนุช ถาวรกูล ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน
ต่อมานายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ได้ร่วมกับนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว เข้าไปดำเนินโครงการดังกล่าว โดยนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว เป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับดำเนินงานโครงการ ต่อมานายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ได้เสนอขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงได้อนุมัติและสั่งจ่ายเช็ค ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2560 จำนวน 495,000 บาท ให้กับนางสาวอรนุช ถาวรกูล
จากนั้นปรากฏว่านายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ได้สั่งการให้ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินนำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงินโดยฝากเข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชีร้านเอ็นเซอร์วิส
และในวันเดียวกันนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว ได้ใช้บัตรเอทีเอ็มของร้านเอ็นเซอร์วิสโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ จำนวน 150,000 บาท และใช้บัตรเอทีเอ็มถอนเงินสด จำนวน 100,000 บาท และมอบให้กับเพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมกันช่วยโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ และในวันที่ 5 สิงหาคม 2560 นายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว ใช้บัตรเอทีเอ็มของร้านเอ็นเซอร์วิส โอนเงินจำนวน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของตนเอง
นอกจากนี้ ปรากฏว่าระหว่างวันที่ 5–6 สิงหาคม 2560 นายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว ได้ใช้บัตรเอทีเอ็มของร้านเอ็นเซอร์วิส ถอนเงินจำนวน 151,500 บาท อีกด้วย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.การกระทำของนายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 และมาตรา 172) และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
2.การกระทำของนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทำการอื่นใด อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 64
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา