
‘ศาลอุทธรณ์’ ยืนคำพิพากษา ‘ศาลชั้นต้น’ จำคุก ‘อดีต ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์-พวก’ ทุจริตจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้ว 3 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 8 หมื่นบาท ‘รับราชการมานาน-มีความดีความชอบมาก่อน-ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน’ โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 2 ปี
............................................
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2568 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 116/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 15301/2568 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้องนายหาญ แถวนาชุม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับพวก ทุจริตการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้วคอนกรีตเสริมเสริม
โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า สำหรับความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จำเลยทั้งสาม (นายหาญ แถวนาชุม จำเลยที่ 1 , นางนิตยาพร ศรีประดู่ จำเลยที่ 2 และนายเสถียร วิชัย จำเลยที่ 3) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ขณะที่ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 037/2569 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษาคดีอาญา
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 75/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 39/2566 เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2566 โดยพิพากษาว่า จำเลยทั้งสาม ((นายหาญ แถวนาชุม จำเลยที่ 1 , นางนิตยาพร ศรีประดู่ จำเลยที่ 2 และนายเสถียร วิชัย จำเลยที่ 3) มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พ.ร.บ.ฮั้ว พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83
กรณีเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำการโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ.มาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 80,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามรับราชการมานาน มีความดีความชอบมาก่อน อีกทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดหรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ให้คุมประพฤติไว้มีกาหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุม 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตาม ป.อ. มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่) หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่)
สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2564 ป.ป.ช.มีมติครั้งที่ 80/2564 ชี้มูลความผิดทางอาญา นายหาญ แถวนาชุม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับพวก ทุจริตการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้วคอนกรีตเสริมเสริม มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 157 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 192 และพ.ร.บ. ฮั้ว พ.ศ.2542 มาตรา 12

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา