
‘อนุทิน’ชี้แจงจากรัสเซีย เปล่าลดบทบาท ‘พิพัฒน์’ หลังครม.รับทราบคำสั่งยึด EEC ชี้เจ้าตัวงานเยอะแล้ว เผยยืดอกเป็น ‘เซลล์แมน’ ขาย EEC ต่อไป
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 18 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติรับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรี 2 ฉบับคือ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 233 /2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 234 /2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)
อันมีสาระสำคัญคือ การไม่ให้นายพิพัฒน์กำกับดูแลและไม่ให้เป็นประธานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) นั้น

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศรัสเซียว่า ดึงกลับมาดูแลเอง ซึ่งไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายพิพัฒน์ แต่เนื่องจาก EEC มีความพร้อมในเรื่องของระบบขนส่ง และคมนาคมแล้ว
“จากนี้จึงเป็นขั้นตอนการนำเสนอขายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในนิคม เพื่อตั้งโรงงานการผลิต มหาวิทยาลัยหรือการตั้งเมืองธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งผมมีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดมากกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสได้พบกับผู้นำหลากหลายประเทศ รวมถึงภาคเอกชน และภาคธุรกิจจากทั่วโลกมากกว่า จึงนำมาดูแลเอง เพื่อสร้างโอกาสในการจับคู่ธุรกิจและอาศัยช่วงเวลาที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศนำเสนอประเทศไทย และพื้นที่อีอีซีให้มากที่สุด ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการลดบทบาทนายพิพัฒน์ เพราะนายพิพัฒน์มีงานเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นการช่วยกันทำงาน” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่จะเป็น “เซลล์แมน” ทำการตลาดให้ EEC เพราะศักยภาพด้านการลงทุนในพื้นที่ EEC หรือ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor )ว่า ช่วงเวลานี้ เป็นจังหวะสำคัญในการทำการตลาด (marketing) ให้กับ เขต EEC ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จนพร้อมแล้ว จังหวะต่อไปนื้ คีอ การตลาด เพื่อส่งเสริมการลงทุนใน EEC ซึ่งผมจะขอสวมบทบาท นักการตลาดให้กับประเทศ เนื่องจากตนเองเดินทางบ่อย มีโอกาาสพบปะ เจรจาพูดคุยกับผู้นำประเทศ และนักลงทุนและภาคเอกชนต่างประเทศหลายครั้ง หลายโอกาส จึงอยากถือโอกาสช่วย จับคู่ทางธุรกิจ ( Business Matching) เพราะการไปเยือน-มาเยือนต่างประเทศ ไม่ใช่คุยแค่ความสัมพันธ์ ต้องเป็นนจังหวะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้มากที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา