
‘พิพัฒน์’ ย้ำเป้าค่าโดยสารร่วมยังอยู่ตรงปีใหม่ 2570 แต่ไม่ชัดสายไหนมาบ้าง รอรฟม.ศึกษา-เคลียร์ขั้นตอน ยืนยันต้องคุย 2 เจ้าพ่อรถไฟฟ้า BTS-BEM ด้านผู้ว่าฯรฟม.ระบุ ประสานสนข.-กรมรางรอผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ตอบไม่ได้เหมือนกันสายไหนมา แต่ยังไม่สายที่กำลังก่อสร้าง ขณะที่การจัดการสัมปทานในมืออย่างสายสีน้ำเงิน ต้องเจรจา BEM เปลี่ยนรูปแบบสัญญา
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่เดินทางไปมอบนโยบายที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สิ่งที่เน้นย้ำและดำเนินอยู่คือ การทำนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาถูกที่ 40 บาทตลอดสาย
สาระสำคัญตอนนี้คือ กระบวนการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม 2568 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการรอประกาศกฎหมายประกอบ พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับอยู่ แล้วจึงเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน โดยในระหว่างนี้ ฝ่ายนโยบายจะดำเนินการเจรจากับเอกชนผู้ประกอบการทั้ง 2 บริษท คือ บมจ.บีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) และบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) หากผลการเจรจาออกมา ก็จะดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้
“ยืนยันว่าการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้านั้น ยืนยันว่าจะไม่ให้กระทบเป็นภาระต่อหนี้สาธารณะ ส่วนจะหาเงินจากไหนไม่เป็นไร ส่วนจำนวนเงินยังไม่ทราบที่แน่ชัด แต่ไม่กระทบหนี้สาธารณะเลย รัฐบาล กระทรวงการคลัง สบายใจได้ รูปแบบการเจราอาจจะไม่าได้จบที่การซื้อ อาจจะให้บริหารของเขาไป เพียงแต่ให้มาเข้าระบบตั๋วร่วม การเจรจาก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง การซื้อก็แบบหนึ่ง แต่เราต้องดูว่า แบบไหนที่รัฐได้ประโยชน์ ทำได้เร็ว” นายพิพัฒน์กล่าว
ส่วนการเจรจากับเอกชนนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า พยายามจะให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2570 ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการอยู่ ยังไม่ได้นัดหมายอย่างเป็นทางการ
ขณะที่นโยบายการผลักดันรถไฟฟ้าสายใหม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยืนยันว่าเร่งทุกสี แต่รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเน้นย้ำไว้แล้วว่า ให้รฟม.กำกับดูแลให้ใล้ชิด เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอยู่พอสมควร
กาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบาย Single Ownership นอกจากรฟม.แล้ว ยังมีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ด้วย ที่ต้องทำงานร่วมกันทั้งตั๋วร่วม, ค่าโดยสารร่วม, ผู้รับผิดชอบในการเป็เจ้าของ ซึ่งในส่วนของ รฟม. กำลังศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนการดำเนินการ, ประมาณการค่าโดยสาร, ทางเลือกมิติทางการเงินการลงทุนในเรื่องสัญญา ตลอดจนถึงเงื่อนไขความชัดเจนของอัตราค่าโดยสาร และแนวคิดการแบ่งโซนที่จะประสาน ขร.กันต่อไป รวมถึงการทบทวนผลการศึกษาระบบค่าโดยสารร่วมและตั๋วร่วม
โดยจากเป้าหมายของรัฐมนตรีที่จะใช้ค่าโดยสารร่วมในช่วงปีใหม่ 2570 ยังไม่ได้ระบุสายทางที่ชัดเจนเพราะต้องรอผลการศึกษาให้ชัดเจน นอกจากนี้ จะต้องหารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการขอเปลี่ยนหน่วยงานเจ้าของโครงการในรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองอีกด้วย
“รัฐบาลจะขับเคลื่อนระยะแรกจะเน้นสายที่เปิดให้บริการแล้ว ส่วนสายทางที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างจะอยู่ในระยะถัดไป ตอนนี้จึงไม่ได้รวมรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมาอยู่ในแผนนี้แต่อย่างใด” นายกาจผจญกล่าว
เมื่อถามถึงรถไฟฟ้าสายที่อยู่ภายใต้ รฟม. อย่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง - หลักสองและช่วงบางซื่อ - ท่าพระ ที่บริหารสัญญาตามสัมปทานเดิมที่จะหมดอายุในปี 2593 นั้น ผู้ว่าฯรฟม.แนวคิดในประเด็นนี้อาจจะจบที่การเจรจากับเอกชนคู่สัญญาคือ BEM ในการปรับเปลี่ยนสัญญาจาก PPP Net Cost (การร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ทีเอกชนได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บรายได้ และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง ซึ่งเอกชนจะต้องรับความเสี่ยงจากผลดำเนินงานทั้งหมด) เป็น PPP Gross Cost

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา