
‘ป.ป.ช.’ สนธิกำลัง ‘บก.ปปป.-ป.ป.ท.’ บุกรวบตัว ‘ศรายุทธ’ อ้างเป็น ‘เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.’ เรียกรีดเงิน ‘รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ’ 15 ล้าน แลกเคลียร์คดี
.......................................
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ,นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.
นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ,นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)
สนธิกำลังปฏิบัติการเข้าร่วมจับกุมนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) กรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.2569 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณ
หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด และฐาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจ เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 175
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) อ้างว่า ผู้เสียหายมีคดีอยู่ในสารบบของสำนักงาน ป.ป.ช. ถ้าต้องการหลุดพ้นจากคดี ตนมีเครือข่ายภายในสำนักงาน ป.ป.ช. สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อว่า สำนักงาน ป.ป.ช. จะมีการโทรมาในลักษณะเช่นนี้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่าพฤติการณ์ในคดีของตนกับพวกดังกล่าว กระทำไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการและไม่มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อแจ้งเบาะแสดังกล่าวกับสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ
ต่อมานายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) ได้ติดต่อเข้าพบผู้เสียหายเพื่อเจรจาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดยนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) แจ้งว่าในการช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีนี้มีค่าใช้จ่าย เป็นจำนวน 15 กิโลกรัม หรือเป็นเงินจำนวน 15,000,000 บาท สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีทั้ง 3 ราย (รายละ 5,000,000 บาท) ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองเรื่องจำนวนเงิน กระทั่งนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) ยอมตกลงเรียกรับเงิน จำนวนเงิน 3,000,000 บาท (รายละ 1,000,000 บาท) โดยจะต้องจ่ายเป็นเงินสดล่วงหน้าก่อนเป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท
เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. , บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้วางแผนร่วมกับผู้เสียหาย นัดหมายให้นายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) มารับเงินสดเป็นเงินมัดจำบางส่วนในวันนี้จำนวน 200,000 บาท และเจ้าหน้าที่ฯ ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ ค.1/2569 ลงวันที่ 24 มี.ค.2569 เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 34/32 ซอยประชาอุทิศ 54 แยก 13 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือพยานหลักฐาน ซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมายหรือได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
วันเดียวกัน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ซึ่งแอบอ้างว่าสนิทกับ ป.ป.ช. และใช้ชื่อปลอมว่า ‘สุรชัย’ เรียกรับเงินจาก ‘รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร’ เป็นเงิน 15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทางคดี


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา