
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลฯ ‘จำเริญ ทิพญพงศ์’อดีตผู้ว่าฯ ‘ภูเก็ต-นครศรีธรรมราช-พังงา-สตูล’ ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน ส่งสำนวนการไต่สวนฯ ‘อัยการสูงสุด’ ยื่นคำร้อง ‘ศาลฯ’ สั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ‘ตกเป็นของแผ่นดิน’
.....................................
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา และจังหวัดสตูล และขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ร่ำรวยผิดปกติ รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา และจังหวัดสตูล และขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท ดังนี้
1.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 1,488,514.80 บาท
2.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 13 บัญชี รวมเป็นเงิน 260,846,734.80 บาท
3.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อของคู่สมรส จำนวน 22 รายการ รวมมูลค่า 47,445,608.70 บาท
4.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำนวน 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท (รวมค่าตกแต่งและอุปกรณ์)
5.รถยนต์ในชื่อของคู่สมรส จำนวน 6 คัน รวมมูลค่า 6,200,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้
นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติสืบเนื่องจากการเปรียบเทียบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมเป็นเงินจำนวน 321,670,858.30 บาท
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษไล่ออก โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125 ด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่ง ความว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งอนุญาตให้ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สำนักงานปลัดกระทรวง ลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2566 บัดนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจำเริญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2566 (อ่านประกอบ : แพร่ประกาศ 'จำเริญ' ลาออกจากผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มีผล 10 เม.ย.66)
ทั้งนี้ นายจำเริญ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และประธาน กกต.จังหวัดศรีสะเกษ (พ.ศ.2552–2555 ,รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (พ.ศ.2555-2558) ,ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (1 ต.ค.2558 - 30 ก.ย.2559) ,ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช (พ.ศ.2559-2562) ,ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา (พ.ศ. 2562-2565) และผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล (พ.ศ.2565 - 9 เม.ย.2566)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา