
‘ศาลฎีกาฯนักการเมือง’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายกเทศมนตรี’ ต.นิคมคำสร้อย 4 เดือน-เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งฯตลอดไป จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯอันเป็นเท็จ
.....................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 51/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อม 4/2569 ซึ่งเป็นคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (ผู้ร้อง) กล่าวหานายปราสิต หรือเจษฎา ธนะแพทย์ (ผู้ถูกกล่าวหา) ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
โดยศาลฯพิพากษาว่า นายปกาสิตหรือเจษฎา ธนะแพทย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนิคมคำสร้อย องนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายปกาสิตหรือเจษฎา ธนะแพทย์ ผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อท 42-44/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อท 239/2565 และจำเลขในคดีหมายเลขแดงที่ อท 266/2565 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4
“ที่ผู้ถูกกล่าวหา (นายปราสิต หรือเจษฎา ธนะแพทย์) กล่าวอ้างในทำนองว่า เมื่อไม่ปรากฏชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนผู้จัดการตามหนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรอง และคำขอจดทะเบียนบริษัท จึงไม่อาจฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องในเงินลงทุนนั้น
เห็นว่า แม้เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชน ซึ่งเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นของแท้จริงและถูกต้อง เป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารนั้น มายันต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 127 ก็ตาม
แต่เมื่อได้ความจากการไต่สวนโดยมีพยานบุคคล ที่มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นพนักงานลูกจ้างของบริษัทเจษฎา 29 จำกัด ซึ่งบิดาผู้ถูกกล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าของและเป็นผู้บริหารกิจการ และให้พนักงานลูกจ้างเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท โดยไม่ปรากฏว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอ ตลอดจนมีพยานบุคคลที่เป็นญาติใกล้ชิด ต่างเบิกความและให้ถ้อยคำยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริหารและเจ้าของกิจการ จึงมีน้ำหนักรับฟังหักล้างข้อสันนิษฐานของเอกสารมหาชนดังกล่าวได้
ฟังได้ว่าบุคคลผู้มีชื่อในเอกสารมหาชนนั้น เป็นตัวแทนของผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายังคงเป็นเจ้าของกิจการและเงินลงทุนในบริษัทเจษฎา 29 จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดมัณฑนสิน ดังนี้
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนิคมคำสร้อย จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (4), 105
ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (4) พ.ศ.2561
แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินเงินลงทุนในบริษัทเจษฎา 29 จำกัด และเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดมัณฑนสิน ประกอบกับผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของผู้ถูกกล่าวหาไม่สัมพันธ์กับรายได้ มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้ที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ผู้ร้องจึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนเบื้องต้นกรณีมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 115 ตามเอกสารหมาย ร.31
ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง จึงต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม ทั้งการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดตามมาตรา 167
พิพากษาว่า นายปกาสิตหรือเจษฎา ธนะแพทย์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 4 เดือน นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อท 42-44/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อท 239/2565 และจำเลขในคดีหมายเลขแดงที่ อท 266/2565 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 51/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อม 4/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา