
'อนุทิน'ปราศรัยปิดเวทีหาเสียง ‘ภูมิใจไทย’ ขับเคลื่อน 4 แกนนโยบาย ‘เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-คุณภาพชีวิต’ ผ่าน 3 แกน ‘สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี’ ประกาศพาไทยพ้นผู้ถูกกุมชะตาบนเวทีโลก ก่อนชูสถานการณ์ไทย-กัมพูชาเอาอยู่ มีเลือกตั้งแน่ พร้อมบอกคนไทยจะเอารัฐบาลที่กลัวเขมรหรือที่เขมรกลัว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทยจัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ใช้ชื่องานว่า ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก #ทีมไทยแลนด์ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมในการปราศรัย
@พรรคใหญ่เกิน 1 เท่า
เมื่อเวลา 19.45 น. นายอนุทินขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยรับใช้บ้านเมืองมา 17 ปี ปีนี้หนักกว่าเพื่อน เพราะกำลังจะเล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคมา 15 ปี พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นอยู่ครั้งเดียวคือครั้งนี้ที่พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัว ความพยายามในการพัฒนาตัวเองและยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทยทั้งในมิติด้านนโยบาย วิธีคิด วิธีปฏิบัติ และการจัดวางตัวบุคลากรเพื่อมาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เห็นว่า พรรคพร้อมเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ทั้ง 3 ท่าน (เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) ได้นำเสนอสิ่งที่พรรคจะทำเมื่อได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก็ต้องถามว่า พวกท่านพอใจหรือไม่ คนเหล่านี้ทำการบ้านดีหรือไม่ ที่ผ่านมาเขาทำให้ผิดหวังตรงไหนหรือไม่ ที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ทำความภาคภูมิใจในการรักษาเอกราชให้ชาติไทยหรือไม่ ทดลองงานมา 4 เดือนขอทำงานจริงอีก 4 ปี
@4 แกนหลักขับเคลื่อนประเทศ-ยืดอกรับ ‘พรรคบ้านใหญ่’
นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยวางนโยบาย 4 แกนหลักไว้ ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยพิบัติและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน พรรคภูมิใจไทยจึงได้ให้เฟืองจักรสำคัญของแกนเหล่านี้มาพบกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแกนเหล่านี้จะถูกขับเคลื่อนไปในจังหวะที่พร้อมๆกัน กลไกและเฟืองจักร จะทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน มีคนพูดว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ซึ่งพูดไม่ผิดแต่คิดผิด เพราะ 3 คนนี้ พิสูจน์แล้วว่า คิดแค่ว่าพรรคบ้านใหญ่มาดูแลคนในพื้นที่ก็จบกัน คิดอะไรในเชิงโครงสร้างไม่เป็น แต่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้ ทั้ง 3 คน (สีหศักดิ์, ศุภจี , เอกนิติ) ได้แสดงให้เห็นว่าภาคภูมิใจ แน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก 50 ชั้น ไม่ถล่มลงมาแน่นอน แต่ที่ถล่มลงมาพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ลงนาม เพราะวิศวกรใหญ่อยู่ที่นี่จะไม่มีวันให้ประชาชนเสี่ยงอีก
“วันนี้ความเป็นพรรคบ้านใหญ่ที่คนพูดถึง เราไม่ได้เถียง เพราะคำจำกัดความของพรรคบ้านใหญ่ก็คือ พวกเราดูแลชาวบ้านในพื้นที่ของเราอยู่ประจำโดยไม่ขาดตกบกพร่อง สส.ของเราไม่มีวันเป็นเจ้าคนนายคน สส.ของเรา ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ยังต้องมีหน้าที่ไปเอาใจใส่ชาวบ้านในทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวันของพวกเขา งานศพ งานแต่ง งานบวช งานวัด งานรื่นเริง งานมีทุกข์ เราอยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลาและมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่” นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่ง
@ไทยไม่เป็นผู้ถูกกำหนดชะตากรรมในเวทีโลก
นายอนุทินปราศรัยต่อว่า เราจะเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยต่อไปมากขึ้น วันนี้เราทำงานมากขึ้นเรามีคำว่าพลัส การเพิ่มรายได้และเพิ่มโอกาสทุกครอบครัวครับเราให้ความสำคัญ กับ New s-curve อุตสาหกรรมขาขึ้นทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด, รถ EV, เทคโนโลยี AI เราให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ขายที่ผ่านได้ทุกประตู ไม่ติดกับดักอุปสรรคทางการค้า และเราก็กำลังผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (OECD) ให้ประเทศไทยเราไปยืนอยู่ในกลุ่มของประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้ฝ่ายได้ทุกด่านไม่ว่าจะเป็นด่านกำแพงภาษีหรือด่านกำแพงการค้า
รวมถึงจะเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เด็กๆลูกหลานของเราต้องได้เรียนฟรีจนจบสูงสุด รวมไปถึงคนไทยที่ยังใฝ่หาความรู้ก็จะได้รับโอกาสในการเพิ่มความรู้และทักษะในทุกช่วงวัย คนทำงานก็จะได้รับการฝึกทักษะใหม่ๆให้มีความพร้อมเสมอกับตลาดงานแห่งอนาคต หรือแม้กระทั่ง คนที่จะมาเป็นรั้วของชาติเพื่อการปกป้องอธิปไตยของประเทศพรรคภูมิใจไทย ก็ได้กำหนดนโยบาย ทหารอาสาเพื่อให้กำลังพลของกองทัพเราเป็นผู้ที่มีความถึงพร้อมด้วยทักษะการปกป้องดินแดนและมีความชำนาญด้านวิชาชีพในการดูแลพี่น้องประชาชนครับและยังทำให้ประเทศไทยของเรา มีทหาร ที่อยากเป็นทหารครับ ไว้ดูแลแผ่นดินของพวกเราเลยครับ

“ทั้ง 3 ท่านได้ส่งสัญญาณ ไปทั่วโลกแล้วว่า ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบใหม่ทางเศรษฐกิจของโลก ประเทศไทย จะยืนอยู่บนเวทีโลก ในฐานะ หุ้นส่วน ผู้เจรจา คู่ค้า ที่สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกา และพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีวันยอมให้ประเทศไทยได้อยู่บนแผนที่โลกในฐานะผู้ถูกกำหนดชะตากรรมโดยผู้อื่นครับ” นายอนุทินประกาศอีกรอบ
@ยันคุมชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ มีเลือกตั้งแน่นอน
นายอนุทิน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ไทยกัมพูชา โดยขอยืนยันว่า หากกัมพูชาไม่รุกรานเราก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะสองครั้ง รอบแรกจบลงแบบค้างคาเพราะรัฐบาลขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิงก่อนที่กองทัพของเราจะจบภารกิจ ซึ่งนำมาสู่การยั่วยุของฝั่งตรงข้ามและนำมาสู่เหตุที่ต้องปะทะอีกรอบ และในที่สุดก็รอบที่สองซึ่งตนเป็นนายกรัฐมนตรีพอดี ซึ่งความเป็นนายกรัฐมนตรีของตน และรัฐบาลของตน สนับสนุนกองทัพให้บรรลุเป้าหมาย การทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเข้าใจกับรัฐบาลและกองทัพต่อความสำคัญต่อการมีอธิปไตยของประเทศไทยทำให้เราได้แผ่นดินไทยที่เคยถูกรุกรานและยึดครองไปหลาย 10 ปีกลับคืนมาได้ทั้งหมด
“สิ่งที่ที่ผมได้กล่าวมาสมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า “ภูมิใจไทย” ซึ่งไม่ใช่ที่เป็นพรรคการเมือง แต่ภูมิใจที่ประเทศของเราไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนเลยแม้แต่น้อย กัมพูชาสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราโดยสมบูรณ์ ซึ่งได้ถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านในชุดนี้ และข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลได้ทำในชุดนี้ ใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้นห้ามลุกล้ำเข้ามาอีก ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบสามจนทำให้ไม่ได้เลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งในมะรืนนี้มีแน่” นายอนุทินกล่าวอีก
@จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัว หรือเอารัฐบาลที่กลัวเขมร
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวต่อว่า และเราได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ และเป็นไปได้ความราบรื่น ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยหลังการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความใสสะอาด ขอให้ไว้วางใจอนุทิน พรรคภูมิใจไทย ในเรื่องนี้ และลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลภูมิใจไทยยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาพื้นแผ่นดินไทย ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีใครรุกรานได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัว หรือเอารัฐบาลที่กลัวเขมร
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ถ้าได้เป็นรัฐบาลของจะยกเลิก MOU 44 ในทันที ไม่มีคำว่า 50/50 ดังนั้นผลประโยชน์ทางทะเล ที่รัฐบาลชุดก่อนได้ทำไว้จะไม่มี ส่วนMOU 43 ให้นายสีหศักดิ์ เร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพนำเสนอแนวทางรัฐบาลพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยและประเทศไทย
และสิ่งที่ยืนยันคือประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดนในรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย หลัง 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้ สัญญาและเชื่อถือได้ ว่าจะทำให้ภูมิในในความเป็นคนไทย และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการอยู่รอดและความก้าวหน้าของเราทุกคน จะมุ่งมั่นสร้างประโยชน์และพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน และขอให้เลือกภูมิใจไทย มากพอที่จะออกจากความไร้สเถียรภาพทางการเมือง จากความจัดแย้ง ภัยเศรษฐกิจ และภัยความมั่งคง เลือกภูมิประเทศไทยเดินหน้าได้ทันทีไม่เสียโอกาส แม้แต่วินาทีเดียว เพื่อเอามืออาชีพที่มีความแข้งแกร่งทั้งการการบริหารและการเมืองเข้าไปทำงานสุดท้าย เลือกภูมิใจไทยเพื่อให้ได้ผู้รับใช้ที่ภักดีต่อประชาชน กลับมาเป็นนายกฯ


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา