'พริษฐ์ วัชรสินธุ' เผยข้อมูล 'Melco' บริษัทกาสิโนที่รัฐบาลร่วมมือสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ เคยมีปัญหาฟอกเงิน-ร่วมธุรกิจกลุุ่มนายหน้าเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในจีน ถามนายกฯ มีดีลแลกใบอนุญาตกาสิโนหรือไม่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล โดยนายกฯ มอบหมาย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ตอบคำถามแทน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เข้าใจว่านโยบายซอฟต์พาวเวอร์มีหลายภารกิจซ้อนกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 13 สาขาของประเทศ การยกระดับทักษะคนไทยผ่านโครงการ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) แต่ภารกิจทั้งหมดนั้นจะถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA ซึ่งกำกับดูแลโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติที่มีนายกฯ เป็นประธานและรองนายกฯ ประเสริฐ เป็นกรรมการ
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนเองเห็น THACCA จัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศโครงการใหม่ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง THACCA กับบริษัทเอกชนต่างชาติชื่อว่า Melco Resorts & Entertainment น่าจะเป็นความร่วมมือที่รัฐบาลภูมิใจและคิดว่าประเทศได้ประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะในงานแถลงข่าวประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติถึงกับเอ่ยว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็น “ครั้งแรกของไทย” ที่ประเทศไทยได้ร่วมมือกับองค์กรเอกชนนานาชาติเพื่อขับเคลื่อนเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เพราะความร่วมมือในระดับนานาชาติก่อนหน้านี้ มักเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศอื่น
เท่าที่เห็นตอนนี้ความร่วมมือมี 2 เรื่องหลัก (1) ร่วมมือจัดงาน THACCA Global Soft Power Talks เมื่อ 24 ก.พ. มีผู้เชี่ยวชาญอุตสากรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกบินมาร่วมงานในฐานะวิทยากร มีนายกฯ มาเปิดงาน (2) ร่วมมือจัดโครงการ THACCA x Melco Academy ที่เป็นการแจกทุนให้นักศีกษาไทยได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการอบรมเป็นระยะเวลา 3 เดือน กับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสี่ยงในสาขาต่างๆ ที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกไม่ต้องออกแม้แต่บาทเดียว ฟรีทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอบรม แต่มีการประกาศในงานแถลงข่าว ว่าจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมอีก 2-3 กิจกรรมในปีนี้
"ทั้งหมดนี้อาจจะฟังดูดี แต่คำถามที่มีคือ (1) ความร่วมมือระหว่าง THACCA กับ Melco ประกอบไปด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง มีการเซ็นสัญญาหรือการทำ MOU หรือไม่ ถ้ามีตนจะหาอ่านได้ที่ไหน (2) งบประมาณของกิจกรรมทั้งหมดที่ผ่านมา ทั้งงาน Global Soft Power Talks” ค่าถ่ายทำ ค่าสถานที่ ค่าวิทยากร และโครงการฝึกอบรมนักศึกษาไทยที่ต่างประเทศของ THACCA x Melco Academy ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอบรม รวมทั้งหมดกี่บาท ใครเป็นคนออก บริษัท Melco ออกกี่บาท หน่วยงานรัฐออกเท่าไหร่ และกิจกรรมอื่นๆ ที่จะตามมามีอะไรบ้าง งบประมาณอีกกี่บาท ใครเป็นคนออก" นายพริษฐ์ กล่าว
นายประเสริฐ ตอบคำถามแรกว่า ซอฟต์พาวเวอร์เป็นนโยบายสำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ถามว่ามีการเซ็นสัญญาหรือ MOU กับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่มีแต่อย่างใด กิจกรรมที่ผ่านมาบริษัท Melco เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เรายังไม่ทราบวงเงินที่ใช้เนื่องจากบริษัทเป็นคนรับผิดชอบ
จากนั้น นายพริษฐ์ ถามคำถามต่อมาว่า มีรายละเอียดหนึ่งที่รัฐมนตรียังไม่ได้พูดถึงและเป็นรายละเอียดที่ตลอดกว่า 1 ชั่วโมงตอนแถลงข่าวเปิดตัวโครงการก็ไม่มีฝ่ายไหนพูดถึง เมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) นายกฯ เพิ่งชวนคนไทยใส่กางเกงช้างช่วงสงกรานต์ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือครั้งนี้ที่เรียกได้ว่าเป็น “ช้างในห้อง” คือบริษัท Melco ที่ท่านร่วมมือด้วยนี้เป็นบริษัทที่ทำ “กาสิโน” ทั้งนี้การเป็นบริษัท “กาสิโน” ไม่ได้เป็นเรื่องผิด ตราบใดที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการในประเทศอย่างถูกต้องและหากดำเนินกิจการโดยไม่ขัดกฎหมายหรือหลักธรรมาภิบาล แต่เราต้องเอาความจริงมาพูดว่าบริษัทที่ THACCA ร่วมมืออยู่นี้เป็นบริษัท “กาสิโน” เพื่อทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าเหตุผลที่คาดว่าทำให้บริษัทดังกล่าวอยากมาร่วมมือกับ THACCA เป็นเพราะรัฐบาลนี้กำลังจะมีการออกใบอนุญาตกาสิโนในประเทศไทย
กาสิโนเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจหลักของบริษัทดังกล่าว ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการกาสิโนทั้งหมด 5 แห่งใน 3 ประเทศ โดยในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า Melco ถือเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ มีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ว่าสถานบริการต่างๆ ของบริษัทเป็นรีสอร์ตครบวงจร (Integrated Resort) ที่ไม่ได้มีแต่กาสิโน แต่ก็ไม่มีรีสอร์ตครบวงจรของบริษัทดังกล่าวแม้แต่ที่เดียวที่ไม่มีกาสิโน แม้สัดส่วนพื้นที่รีสอร์ตของดังกล่าวมีสัดส่วนที่เป็นกาสิโนประมาณ 5-15 เปอร์เซ็นต์ แต่หากพูดถึงรายได้ 5 ปีล่าสุดของบริษัท มีสัดส่วนรายได้จากกาสิโนสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ที่ผ่านมา Melco พึ่งพารายได้จากธุรกิจในมาเก๊าเป็นหลัก คิดเป็นเกือบ 90% ของรายได้ในปีสุดท้ายช่วงก่อนโควิด แต่ตั้งแต่โควิดเป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลจีนมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการควบคุมนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเล่นพนันในต่างประเทศ เราเห็นว่ารายได้กาสิโนที่มาเก๊าตกมาอยู่เพียง 60-65% ของรายได้ก่อนโควิด กำไรจากการดำเนินงานปีล่าสุดของบริษัทก็ยังอยู่แค่ 64% เทียบกับก่อนโควิด บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวนิกเคอิ (Nikkei) ระบุอีกว่า Melco ฟื้นตัวช้ากว่าคู่แข่ง โดยคาดว่าเป็นเพราะคู่แข็งมีธุรกิจด้านอื่นนอกเหนือจากกาสิโนที่แข็งแรง
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ จึงเข้าใจได้ที่บริษัทดังกล่าวจะพยายามแสวงหาโอกาสในการขยายกิจการกาสิโนไปที่ประเทศอื่น และไม่แปลกใจที่บริษัทจะมองมาที่ประเทศไทย เพราะพอทราบถึงนโยบายของรัฐบาล CEO ของบริษัทเคยพูดถึงโอกาสในการทำกาสิโนในไทยว่าเป็น “โอกาสของยุคสมัย ที่อาจเกิดขึ้น 100 ปีครั้ง” และเมื่อต้นปีได้มีการยืนยันว่าบริษัท Melco ได้มาเปิดสำนักงานในไทยเรียบร้อยแล้ว ในมุมธุรกิจเราเข้าใจได้ว่าทำไมบริษัทดังกล่าวถึงสนใจการมาทำกาสิโนในไทย และเข้าใจได้เช่นกันว่าทำไมถึงอยากเข้าหารัฐบาลไทยและทำโครงการร่วมกับ THACCA แต่ในมุมรัฐบาลและในมุม THACCA ที่มีเป้าหมายหลักในการยกระดับทักษะคนไทย ตนเองต้องตั้งคำถาม 3 ข้อ
(1) ในบรรดาบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกเป็นร้อยเป็นพันบริษัทที่ท่านสามารถแสวงหาความร่วมมือได้เพื่อยกระดับทักษะคนไทย ทำไมรัฐบาลถึงเลือกจะทำความร่วมมือแบบพิเศษกับแค่บริษัทเดียวซึ่งเป็นบริษัทกาสิโน ถ้าจะให้เหตุผลว่าเป็นเพราะ Melco สามารถเข้าถึงวิทยากรที่มีชื่อเสียง รัฐบาลกล้าพูดจริงหรือว่ารัฐบาลไม่สามารถเข้าหาหรือขอความร่วมมือจากบริษัทอื่นๆ ที่มีเชี่ยวชาญพอๆ กันด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้ เพราะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ Melco ดึงมานั้น ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่เปิดโรงเรียนเปิดสอนอาหารที่ไทยอยู่แล้ว
(2) หรือหากยืนยันว่าจำเป็นจริงๆ ที่ต้องร่วมมือกับบริษัทดังกล่าว ท่านเคยศึกษาโดยละเอียดหรือไม่ว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีประวัติ พฤติกรรม หรือการดำเนินการทางธุรกิจอะไรที่น่ากังวล โดยตนต้องย้ำและให้ความเป็นธรรมว่าบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่ากระทำความผิดด้านอะไร แต่สำนักข่าวต่างประเทศ เคยมีการรายงานว่าบริษัทดังกล่าวเคยถูกสอบสวนโดยหน่วยงานที่ออสเตรเลียเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากกรณีไปซื้อหุ้นในกาสิโนที่เคยมีปัญหาเรื่องการฟอกเงินและเคยร่วมธุรกิจกับกลุ่มนายหน้าที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในจีน และปี 2563 มีรายงานข่าวว่าบริษัทดังกล่าวเคยถูกสอบสวนโดยหน่วยงานที่ญี่ปุ่น จากกรณีที่นักการเมืองญี่ปุ่นคนหนึ่ง มีการรับสินบนจากบริษัทการพนันอีกเจ้าหนึ่ง
(3) ในภาพรวมท่านคิดว่าการที่รัฐบาลตัดสินใจร่วมมือกับบริษัทดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่รัฐบาล กำลังเดินหน้าเรื่องการออกใบอนุญาตกาสิโน เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่ ครม. เพิ่งรับหลักการร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเสนอเข้าสภาเร็วๆนี้ หรือถามกลับกัน หากรัฐบาลไม่มีนโยบายกาสิโน ท่านคิดว่าความร่วมมือระหว่าง THACCA กับบริษัทกาสิโนนี้ จะเกิดขึ้นหรือไม่
นายประเสริฐ ตอบคำถามที่สองว่า บริษัท Melco เป็นผู้สนับสนุนงานด้านศิลปะและซอฟต์พาวเวอร์รายใหญ่ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า มีทรัพยากรและเครือข่ายในอุตสาหกรรมหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์ดังนั้นการที่บริษัทให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกับ THACCA จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่มีเงื่อนไขที่ต้องไปเอื้อประโยชน์ให้บริษัท Melco แต่อย่างใดและไม่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตกาสิโน ส่วนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มีรายละเอียดที่ต้องเปลี่ยนแปลงอีกมาก ยืนยันว่าไม่ได้กีดกันบริษัทอื่น ถ้ามีบริษัทใดในโลกนี้ที่ต้องการมาทำงานร่วมกับประเทศไทยในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ รัฐบาลก็ยินดี แต่เนื่องจาก Melco เสนอเงื่อนไขที่ประเทศไทยไม่ได้เสียประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
สำหรับเรื่องการตรวจสอบ บริษัทนี้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในมาเก๊า ดำเนินธุรกิจมานาน กรณีที่มีประเด็นต่างๆ ก็ยังไม่เคยมีคำวินิจฉัยว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีความผิด ดังนั้นเรื่องนี้เราใช้ความระมัดระวังและได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบในการดูว่าผู้สนับสนุนจะเป็นใคร ถ้าเป็นผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผิดกฎหมายหรือมีคำวินิจฉัยของหน่วยงานอื่นมาแล้ว เราก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองก็ไม่ได้กล่าวหาว่ามีการกระทำผิดไปแล้ว แต่ตนมองว่าสังคมคงอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่ THACCA ตัดสินใจให้บริษัทดังกล่าวมาช่วยสนับสนุนโครงการเรือธงของรัฐบาล เป็นการส่งสัญญาณหรือไม่ว่าในบรรดาใบอนุญาตกาสิโนชุดแรกที่รัฐบาลต้องการจะอนุมัติให้ทันในรัฐบาลนี้ จะมีบริษัทดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้ถืออนุญาต ที่ต้องถามแบบนี้ เพราะในมุมหนึ่งเราเห็นว่าที่ผ่านมา บริษัทดังกล่าวมีประวัติในการ “รุกหนัก” อย่างชัดเจนเวลาขยายกิจการไปต่างประเทศ ในเชิงสถิติบริษัทนี้มักทำสำเร็จเสมอในการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแรกในหลายประเทศที่มีการเปิดให้กาสิโนถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะที่ประเทศไซปรัสหรือประเทศศรีลังกา ในอีกมุมหนึ่ง เราเห็นว่ารัฐบาลนี้กลับมีมาตรการที่ยังหละหลวมในการ “ตั้งรับ” และ “ป้องกัน” ความเสี่ยงเรื่องการล็อกสเปกหรือการจัดสรรใบอนุญาตอย่างโปร่งใส ในร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรที่ ครม. รับหลักการไปแล้ว ครม. ได้ตัดออกมาตราหนึ่งที่เคยกำหนดไว้ชัดเจนในร่างของรายงาน กมธ.วิสามัญฯ ว่าการจัดสรรใบอนุญาตจะต้องมีการ “ประมูล” โดยตอนนี้ ครม. เขียนไว้หลวมๆ แค่ว่าให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายที่นายกฯ เป็นประธาน ในการไปกำหนดเองว่าจะใช้เกณฑ์อะไร ซึ่งเสี่ยงมากขึ้นที่จะมีการใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าใครจะได้ใบอนุญาตหรือมีเรื่องเงินทอนเข้ามาเกี่ยวข้อง
แม้ยืนยันกลางสภาฯ แล้วว่าไม่มีดีลกัน แต่ตนเองขอให้รองนายกฯ ช่วยยืนยันเพิ่มเติมได้หรือไม่ว่าเมื่อบริษัทนี้มาให้ประโยชน์ขนาดนี้กับนโยบายเรือธงของรัฐบาล บริษัทนี้จะไม่ได้รับความได้เปรียบแต่ประการใดเมื่อมีการพิจารณาว่าใครจะได้ใบอนุญาตไปทำกาสิโน และยืนยันได้หรือไม่ว่าพอบริษัทนี้มาทำประโยชน์ให้โครงการของคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ที่นายกฯ เป็นประธาน เมื่อนายกฯ ไปนั่งเป็นคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ที่ออกกฎเกณฑ์และตัดสินใจว่าใครจะได้ใบอนุญาตกาสิโน นายกฯ จะไม่เลือกตอบแทน “บุญคุณ” ให้บริษัทดังกล่าว
"แม้ท่านยืนยันทั้ง 2 เรื่องนี้ได้ แต่ต้องถามด้วยว่ารัฐบาลจะมีมาตรการหรือมีความระมัดระวังอย่างไร เพื่อทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าการที่บริษัทกาสิโนแห่งหนึ่งมาให้ผลประโยชน์กับนโยบายของนายกรัฐมนตรี “คนเดียวกัน” กับที่คนกำลังจะเป็นประธานในการตัดสินใจว่าใครจะได้ใบอนุญาตกาสิโน จะไม่นำไปสู่ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่เสี่ยงจะก่อให้เกิดการทุจริตที่สร้างความเสียหายต่อประเทศ" นายพริษฐ์ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวว่า กรณีการตัดมาตราเรื่องการจัดสรรใบอนุญาตที่ต้องมีการประมูลนั้น กฎหมายอยู่ระหว่างการดำเนินการ มีอีกหลายขั้นตอนทั้งในชั้นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงยังไม่อยากสรุปว่ารายละเอียดสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าแม้บริษัทนี้จะให้การสนับสนุนในการทำงานด้านต่างๆ บริษัทจะไม่ได้รับข้อได้เปรียบจากรัฐบาลแต่อย่างใด ไม่ใช่มาช่วยแล้วจะได้สิทธิพิเศษ การขัดกันแห่งผลประโยชน์เป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง ขอให้กฎหมายออกมาเสร็จสิ้นเสียก่อน คงได้เห็นหน้าตาที่ทุกฝ่ายพอใจและสามารถสร้างความโปร่งใสในเรื่องต่างๆได้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องย้ำว่าไม่ได้บอกว่ามีการกระทำผิดแล้ว และตนเข้าใจถึงแรงจูงใจของธุรกิจในการมาแสวงหาความร่วมมือกับรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญสำหรับเราในฐานะคนทำงานการเมืองและในฐานะรัฐบาล คือเราจะตั้งรับอย่างไรเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว คะแนนภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศไทยแย่สุดในรอบ 12 ปี และอีกคำถามคือร่างสถานบันเทิงครบวงจรซึ่ง ครม. อนุมัติหลักการเมื่อ 13 ม.ค. จะกลับเข้าสู่ ครม. เพื่ออนุมัติรอบสุดท้ายก่อนส่งเข้าสภาฯ วันไหน และร่าง พ.ร.บ. THACCA ที่ตนเข้าใจว่า ครม. ยังไม่เคยอนุมัติหลักการ ตอนนี้คืบหน้าไปถึงขั้นไหน และจะถูกส่งเข้าสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาวาระ 1 เมื่อไหร่
นายประเสริฐ กล่าวว่า ร่างสถานบันเทิงครบวงจรอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันไหน ส่วนร่าง พ.ร.บ. THACCA ร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพยายามดูให้ว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป
ภาพปกข่าวจาก Live TPchannel