
"...ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันในจึงมีการเพาะลูกเต่า แล้วนำมาอนุบาล ตั้งแต่ปี 2523 ศูนย์ฯ แห่งนี้รับลูกเต่าทะเลที่กองทัพเรือเพาะฟักไว้ที่เกาะคราม สัตหีบ นำมาอนุบาลจนแข็งแรงแล้วปล่อยลงทะเลไป..."
อดีตชาวค่ายอาสาสมัครจุฬาฯ ที่ไปใช้ชีวิตชาวค่ายกับชาวเขาในภาคเหนือเมื่อ 50 กว่าปีก่อนจำนวน 21 คน ในวัย 77 - 84 ปี พากันเดินทางไปเหย้าเยือนเมืองระยอง เมื่อ 14-16 ธค. 68
ไปถึงเมืองสุนทรภู่ทั้งที จึงถือโอกาสบันทึกประสบการณ์การเดินทางเป็นกาพย์กลอนให้สมบรรยากาศที่ระยองเป็นเมืองแก้วกวีของครูกลอน “สุนทรภู่”
แม่พิมพ์
แม่พิมพ์ พิมพ์คลื่น กับชายหาด
พิมพ์แผ่นฟ้า ผุดผาด กับน้ำใส
พิมพ์ทิวสน หูกวาง เป็นทางไป
พิมพ์หัวใจ ใสแจ่ม “แหลมแม่พิมพ์”
ป.ล.แหลมแม่พิมพ์ จ.ระยอง ยามย่ำสนธยา ภาพถ่ายที่โรงแรม
แม่พิมพ์รีสอร์ท 14 ธค.68
Cr. ภาพ สุธีร์ จินตนานฤมิตร

แสงสุดท้าย
ทีละภาพ ทีละภาพ ฉายฉาบชัด
คลื่นสงบ ลมสงัด ฟ้าสาดแสง
แม้ตะวัน ลาร่ำ ยังสำแดง
“แหลมแม่พิมพ์” เรืองแรง แสงสุดท้าย
ป.ล. ภาพถ่ายชายหาด หน้า Mae Pim Resort Hotel
Cr.ภาพ : สุธีร์ จินตนานฤมิตร/14 ธค.68

บึงจำรุง
“บึงจำรุง” บัวจำรัส เจิดแจรง
บานท้าแสง ตะวัน กลางน้ำใส
นิเวศ ดินน้ำป่า เรืองอุไร
นิวัตใจ คูณค้ำ บึงจำรุง
สวนพฤกษศาสตร์
อ. แกลง ระยอง แหล่งชุ่มน้ำธรรมชาติ
กว่า 3,000 ไร่ / 14 ธค.68 /15.15 น.

ทุ่งโปรงทอง
ต้นต่อต้น ลดหลั่น ประชันแข่ง
ใบซ้อนใบ เรืองแรง ท้าแสงใส
ประกายสี ระยอง ใสส่องใจ
พร่างอำไพ ใยโยง “ทุ่งโปรงทอง”
ป.ล. ต้นโปรงทองนับจำนวนไม่ถ้วน อร่ามเรืองเป็นสีทอง
เต็มท้องทุ่ง เชื่อมต่อกับมวลเหล่าโกงกาง
ป่าชายเลน อ.แกลง จ.ระยอง / 15 ธค. 68

นักล่าแห่งทะเลน้อย
มีปีกไว้โฉบเฉี่ยว มีแรงเรี่ยวถลาลม
มีตาอันแหลมคม และมีปากเป็นอาวุธ
เฉี่ยวโฉบทีละครั้ง แม่นฉมังเหมือนปักหมุด
เหยี่ยวแดงคือจอมยุทธ นักล่าแห่งทะเลน้อย
ป.ล. ทะเลน้อย ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง
เป็นจุดท่องเที่ยว ล่องเรือชมเหยี่ยวแดงจำนวนมาก
ถลาลมลงมากินเหยื่อพวกกากหมู เครื่องใน
ปลาสับ ที่เรือนำเที่ยวนำไปโปรยหว่าน
อดีตชาวค่ายชาวเขา จุฬาฯ
พากันไปสบตาเหยี่ยวแดง เมื่อ 16 ธค.68 ยามบ่ายคล้อย

เกาะมันใน
อย่าติดตั้ง ราวไฟ สว่างจ้า
อย่ามาล่า เต่าเห็น เป็นอาหาร
อย่าร้องรำ ทำเพลง สุขสำราญ
อย่ามาหาญ ปักหลัก พักค้างคืน
“เกาะมันใน”ใสงาม ความสงบ
เป็นพื้นที่ นัดพบ อันรมย์รื่น
หาดทรายหมาย เต่าแม่ มั่นกลมกลืน
ห่มเต่าฟื้น คืนคง ดำรงพันธุ์
ป.ล. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล
เกาะมันใน จ.ระยอง ไม่ใช่แหล่ง
บันเทิงแบบ“มือถือไมค์
ไฟส่องหน้า“ แต่ปรารถนา
ความสงบงามเพื่อความเป็นอยู่ตามธรรมชาติของเต่า /15 ธค.68

ไม่ใช่เพียงน้ำพระทัยปรานีต่อเต่าทะเล ปะการังและสัตว์น้ำเท่านั้น แต่ยังทรงน้ำพระทัยมหากรุณาธิคุณต่อความคงอยู่ และความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลทั้งหมดด้วย
ทำให้เกิด “โครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล” คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ท้องทะเลไทย
เพราะเหตุที่เต่าทะเลและสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ถูกทำลายจนปริมาณลดลงไปมาก สมัยหนึ่งถึงกับมีการให้สัมปทานไข่เต่ากันเลย
ความเชื่อที่ว่าได้กินไข่เต่า ได้ปล่อยเต่า ได้เอากระดองเต่ามาประดับฝาผนัง ประดับเรือนกาย หรือประดับกระเป๋าถือสตรี จะทำให้คนๆ นั้นมีอายุยืนเหมือนเต่าที่มีอายุเฉลี่ยนับร้อยปี จึงมีขบวนการล่าเต่า
สพ.ญ. ดร.นันทริกา ชันซื่อ อดีตอาจารย์คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเต่า เล่าให้ฟังว่า “นอกจากการล่าเต่ามาสนองความเชื่อบางอย่างแล้ว เคยผ่าท้องเต่าที่ตายติดแหอวน ได้พบว่า บางครั้งพบปากกาลูกลื่นทั้งแท่ง บางที่เจอพวงมาลัยพลาสติกที่นิยมเอามาวางบูชาตรงหัวเรือ บางหนเจอลูกโป่งทั้งพวงก็มี เต่าจะกินไม่เลือก และจะไม่เคี้ยวของกิน เขาไม่มีฟัน พอเข้าปากก็กลืนเลย ขยะในท้องทะเลนั้นฆ่าเต่ามามากต่อมาก .... อุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น ก็ทำให้สมดุลทางเพศของเต่าเสียไป ถ้าหลุมทรายที่เต่าวางไข่ไว้มีอุณหภูมิเกิน 30 องศาเซลเซียส จะทำให้ไข่เต่ามีแต่เพศเมีย เพศผู้จะไม่มีเลย”
คุณอติชาติ อินทองคำ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งตะวันออกกล่าวว่า
“การกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้พื้นที่หาดทรายลดลง ถ้ามีแสงไฟสว่างจ้า หรือมีเสียงดังอึกทึกครึกโครม แม่เต่าจะไปวางไข่ที่อื่น ซึ่งสงบปลอดภัยมากกว่า แม้ว่าทุกวันนี้เต่าทะเลเป็นสัตว์คุ้มครอง ห้ามล่า ห้ามฆ่า ห้ามทำลาย แต่ก็มีปัจจัยคุกคามมากมายทำให้จำนวนเต่าลดลง
หากไม่ทำอะไร ระบบนิเวศที่เกื้อหนุนวงจรชีวิตของสัตว์ทะเลจะพินาศ และเต่าทะเลจะสูญพันธุ์”
ตั้งแต่ปี 2518 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงมีพระราชดำริอนุรักษ์เต่าทะเล และกรมประมงดำเนินโครงการตามพระราชดำริด้วยการพัฒนาพื้นที่เกาะมันใน 137 ไร่ ระยะทางยาว 1,200 เมตร กว้าง 550 เมตร โดยพระราชทานเต่าทะเลสำหรับเพาะพันธุ์และลูกเต่าทะเล 100 ตัว นำปล่อยสู่ท้องทะเลอ่าวไทย เมื่อ 11 สค. 2522 เพื่อขยายพันธุ์
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันในจึงมีการเพาะลูกเต่า แล้วนำมาอนุบาล ตั้งแต่ปี 2523 ศูนย์ฯ แห่งนี้รับลูกเต่าทะเลที่กองทัพเรือเพาะฟักไว้ที่เกาะคราม สัตหีบ นำมาอนุบาลจนแข็งแรงแล้วปล่อยลงทะเลไป
คุณอติชาติ บอกว่า “ นอกจากเพาะเลี้ยงลูกเต่าแล้ว ยังมีเต่าบาดเจ็บ พิการ ที่ติดแห ติดอวนจำนวนมาก ถูกนำมาดูแลรักษาจนมันแข็งแรงพอที่จะปล่อยลงน้ำได้ เพื่อดำรงชีวิตตามปกติต่อไป
ตั้งแต่ดำเนินโครงการนี้มา เมื่อปี 2534 พูดได้ว่า ได้อนุบาล เยียวยาและปล่อยเต่าไปแล้วมากกว่า 6,000 ตัว ส่วนการช่วยชีวิตเต่าที่บาดเจ็บ ผลก็คือเต่ามีชีวิตรอดได้ถึง 80 %”
เพื่อให้แม่เต่ามาวางไข่ที่ชายหาดเกาะมันใน จึงห้ามไฟสว่าง ห้ามเสียงดัง นักท่องเที่ยวไป ชมการเลี้ยงและการอนุบาลเต่าได้ แต่จะไปค้างคืนไม่ได้ ยกเว้นหน่วยงานหรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา มีโครงการไปทำ CSR ไปเก็บขยะ ไปช่วยทำโซล่าร์เซล ไปศึกษาวิจัยระยะสั้นเพียงวันสองวัน ก็จะอนุญาตได้
ในขณะที่สิงโต เสือ เหยี่ยว หมาป่า และปลาหมอคางดำ เหล่านี้โดยธรรมชาติเป็นนักล่า เป็นเพชฌฆาตต่อมวลสัตว์ที่อ่อนแอกว่า แต่เต่าเป็นสัตว์แห่งสันติภาพ ที่รังแกสัตว์อื่นไม่เป็น มีแต่ต้องเป็นเหยื่อของคนหรือสัตว์นักล่าอื่นๆ
ขนาดเอาเต่ามาวิ่งแข่งกับกระต่าย มนุษย์ยังเชียร์ให้เต่าเป็นฝ่ายชนะ ทั้งๆ ที่รู้ว่า เต่าเดินช้ากว่ามาก เต่าจึงเป็นเหมือนพระเอกในใจคน
ด้วยเหตุที่เป็นฝ่ายถูกกระทำนี้เอง ใช่หรือไม่ว่า ธรรมชาติจึงสร้างกระดองเต่า ซึ่งที่จริงก็คือกระดูกเต่านั่นเองให้แข็งแรงประดุจหิน เพื่อเป็นปราการป้องกันการทำร้าย
ถึงกระนั้นก็ตาม ภัยคุกคามเต่ามีมากมาย เกาะมันในที่มีธรรมชาติแสนงาม จึงไม่ควรเป็น รีสอร์ต ไม่ควรเป็นท่าเรือยอร์ช ไม่ควรเป็นแหล่งบันเทิง จัดปาร์ตี้ ร้องเล่น เต้นดิ้นด้วยรสนิยมต่ำในวันจันทร์เต็มดวงแบบที่มนุษย์จำพวกหนึ่งกระทำต่อเกาะพงัน
15 ธค. 68 เพราะรับรู้ว่า ผู้สนใจอาจแจ้งความจำนงที่จะติดตามเต่าทะเลที่ปล่อยไป โดยจะมีการฝังชิพหรือสแกนเครื่องหมายรหัสที่คอเต่าตัวนั้นไว้ คนปล่อยเต่าตัวนั้นจะได้หมายเลขประจำตัวเต่า ไม่ว่าเต่าว่ายน้ำไปที่ไหน ศูนย์อนุรักษ์และคนปล่อยเต่ายังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเต่าตัวนั้นได้ ผู้เขียนกับเพื่อนร่วมคณะจึงสมัครใจร่วมกันปล่อยเต่ากระในวันนั้นได้ 1 ตัวและมีพันธะที่จะต้องปล่อยเต่าอีก 2 ตัว เมื่อมันเติบโตได้ที่ จะเรียกว่าเป็นการร่วมกันทำบุญปล่อยเต่าก็คงได้กระมัง
ปฐม แหยมเกต หนึ่งในคณะเดินทางร่วมครั้งนี้ เขียนบทกลอนประกอบภาพ “จากเกาะมันใน ไปกาลาปากอส” ไว้ว่า
“จำจากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ฯแล้ววันนี้
จากเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เคียงข้าง
จากบ่อเลี้ยงฟูมฟักจักเดินทาง
ออกสู่ท้องทะเลกว้างอันห่างไกล
ขอบฟ้าสุดสายตาสีฟ้าสด
ทะเลครามงามงดสวยสดใส
จะแหวกว่ายลอยร่างเดินทางไป
จะถึงไหนเมื่อใด...ไม่รู้เลย”
ปฐม แหยมเกต
17 ธค. 68

จึงดีใจที่มีโครงการพระราชดำริที่ทำให้เกาะของคน กลายเป็นเกาะของเต่า สำหรับการวางไข่ การบำรุงเลี้ยง การพักฟื้น การอนุบาลเต่าบาดเจ็บ จนเต่าสามารถจะออกสู่ท้องทะเลเผชิญโลกใต้ท้องทะเลได้อย่างแข็งแรงโดยลำพังด้วยตัวของมันเอง.
บทความโดย :
ประสาร มฤคพิทักษ์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา