
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผ่านมาเกือบ 7 เดือน แม้คดีจะมีความคืบหน้า สำนวนการสอบสวนและตัวผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล
แต่ไม่ได้หมายความว่า ถึงที่สุดแล้วกระบวนการยุติธรรมจะเอาผิด หรือแม้แต่หาตัวคนผิดในคดีอุกอาจระดับนี้ได้
ตัวอย่างเคยมีให้เห็นมาแล้ว คือ คดียิง นายฟัครุดดีน บอตอ อดีตสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บปางตาย จนร่างกายไม่สามารถฟื้นกลับมาเหมือนเดิม ต้องนั่งรถเข็นเกือบตลอดเวลา ถึงวันนี้ผ่านมา 20 ปี ไม่สามารถเอาผิดจำเลยในคดีได้
อ่านประกอบ : ย้อนรอย 20 ปี จากยิง สว.ฟัครุดดีน ถึงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์
โดยผู้ต้องหาและจำเลยคดียิงนายฟัครุดดีน คือ พลทหารประจำการ ซึ่งถูกปลดหลังก่อคดี
เรื่องราวของ อดีต สว.นราธิวาส ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างการลงพื้นที่ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรส 2 งานซ้อน เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
โดย พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพร้อมกับ สส.กมลศักดิ์ และได้พบกับ นายฟัครุดดีน ซึ่งนอกจากจะเป็นอดีต สว.แล้ว ยังเป็นเจ้าของโรงเรียนดารุสสาลาม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชื่อดัง และใหญ่ที่สุดใน อ.ระแงะ ด้วย

เมื่อนักการเมือง 2 คน เคยถูกลอบยิงเหมือนกัน และผู้ก่อเหตุยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐและหน่วยงานความมั่นคงคล้ายๆ กัน ทำให้ทั้งคู่จับมือสลาม พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในแบบ “มองตาก็รู้ใจ”
นายฟัครุดดีน กล่าวถึงเหตุการณ์ลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ว่า “เหตุการณ์ที่ สส.กมลศักดิ์ ถูกลอบยิงนั้น คือปัญหาของบ้านเรา”
คำกล่าวของอดีต สว.ฟัครุดดีน สะท้อนให้เห็นถึงบาดแผลที่ฝังลึกในใจของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง และความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับ ซึ่งไม่ได้มีเพียง นายฟัครุดดีน เท่านั้นที่ต้องเผชิญ
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 ส.ค.2549 นายฟัครุดดีนถูกคนร้ายลอบยิงอย่างอุกอาจบริเวณหน้าโรงเรียนดารุสสาลาม ซึ่งเป็นโรงเรียนของตนเอง บริเวณริมถนนเทศบาล 8 ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส ซึ่งเป็นเขตชุมชนเมือง ไม่ใช่พื้นที่ชนบทห่างไกล
คนร้ายใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 11 มม. ยิงเจาะเข้าที่ต้นคอด้านขวาทะลุแก้มซ้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้เหตุร้ายจะผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ร่องรอยของความรุนแรงต่อนักการเมืองและผู้นำชุมชนยังคงวนเวียนเป็น “ปัญหาของบ้านเรา” อย่างที่นายฟัครุดดีนเอ่ยออกมา

ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่า คดียิง อดีต สว.ฟัครุดดีน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เป็น “พลทหาร” นายหนึ่ง
เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร คดีจึงต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งใช้ระยะเวลายาวนานอย่างยิ่ง กระทั่งศาลทหารชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ทำให้นายฟัครุดดีนต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ทว่าการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์กินเวลายาวนานหลายปี และความคืบหน้าของคดีก็เงียบหายไป
แหล่งข่าวซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของนายฟัครุดดีน เปิดเผยถึงสถานะทางคดีว่า ขณะนี้คดีได้ขาดอายุความลงแล้วตามกฎหมาย เนื่องจากเหตุการณ์ล่วงเลยมาครบกำหนด 20 ปีเต็ม
“คดีนี้ไม่ได้มีการติดตามมานานมากแล้ว เนื่องจากทุกอย่างเงียบหายไปหลายปี ตอนคดีดำเนินอยู่ก็เงียบไปนาน จนกระทั่งตอนนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาครบ 20 ปีแล้ว ซึ่งคดีถือว่าสิ้นสุดลง และหมดอายุความไปแล้วตามกฎหมาย” แหล่งข่าวระบุ
อ่านประกอบ : “ฟัครุดดีน บอตอ” อดีต ส.ว.ถูกยิง ขึ้นศาลทหาร 15 ปีกับคดีที่ยังไร้จุดจบ
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า แม้ทางคดีจะหมดอายุความลงแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันทางครอบครัวและผู้เสียหายยังไม่เคยได้รับหนังสือหรือเอกสารแจ้งความคืบหน้าอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย ทุกอย่างยังคงตกอยู่ในความเงียบงัน และฝ่ายผู้เสียหายเองก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความรู้สึกต่อกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าจนคดีสิ้นสุดลงโดยไร้บทสรุป แหล่งข่าวสะท้อนถึงภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า “บ้านเราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว ปัญหาเกิดขึ้นแบบนี้มานานแล้ว และมันก็ไม่จบสักที...อย่างนี้แหละ”
จากคดียิงอดีต สว.ฟัครุดดีน ที่ต้องขึ้นศาลทหาร แต่คดีไม่คืบหน้า และจบไปอย่างเงียบๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคประชาชาติ นำโดย พ.ต.อ.ทวี และ สส.กมลศักดิ์ เป็นหัวหอกในการเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ทำหน้าที่ สส.ฝ่ายค้าน ในสภาชุดที่มีรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2565 โดยมีสาระสำคัญให้คดีที่ทหารกระทำผิดกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ขึ้นศาลทหาร แต่สุดท้ายสภาไม่รับร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้
การขับเคลื่อนให้แก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯ ในตอนนั้น พรรคประชาชาติได้นำคดีของอดีต สว.ฟัครุดดีน ขึ้นมาอภิปรายในสภา เพราะถือเป็นคดีตัวอย่างของคำกล่าวที่ว่า “ความล่าช้า คือความอยุติธรรม”
อ่านประกอบ : ชงแก้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร - ทหารทำผิดกับชาวบ้านต้องขึ้นศาลพลเรือน
อดีต สว.ฟัครุดดีน เคยกล่าวไว้ว่า “เวลาประชาชนมีปัญหาเพราะทหาร ทำไมต้องขึ้นศาลทหาร ทำไมไม่ให้ขึ้นศาลปกติ ไม่มีความเป็นธรรมเลย มันเป็นปัญหาบ้านเรา เพราะคนที่มาแก้ปัญหาไม่มีความเข้าใจปัญหา มันจึงทำให้อดีตและปัจจุบัน มีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเสมอที่นี่ ถ้าประชาชนสู้กับเจ้าหน้าที่ น้อยมากที่จะชนะ”
“อย่างคดีของผม ผมแปลกใจมาก ขึ้นศาลทหาร จำเลยใส่ชุดทหาร ผู้พิพากษาใส่ชุดทหารเหมือนกัน แล้วมาตัดสินประชาชน ผมเลยอุทธรณ์เพื่อหาความเป็นธรรมให้ตัวเอง”
แต่วันนี้...ผ่านมา 20 ปีแล้ว การอุทธรณ์ไร้ผล ไม่ว่าจะเป็นคำอุทธรณ์ในศาล หรือนอกศาล เสียงอุทธรณ์กลายเป็นเสียงที่แผ่วเบา และถูกกลบด้วยเสียงที่ดังกว่าของ “ความอยุติธรรม”
