
สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนภาคใต้ รวมเสียงสะท้อนจากพื้นที่ ชงแม่ทัพภาค 4 แก้ปัญหา ทั้งเรื่องยาเสพติด การศึกษา จราจร ท่องเที่ยว พร้อมไฮไลต์ “บูรณาการ 3 มิติดับไฟใต้” ลดความหวาดระหว่างระหว่างรัฐกับประชาชน ต้นตอใหญ่ปัญหาปลายด้ามขวาน
สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนภาคใต้ นำโดย นายฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมฯ ได้ประมวลข้อมูลจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้นำศาสนา และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดทำเป็นรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในรูปแบบ “แถลงการณ์” ยื่นต่อ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) เพื่อแสวงหาทางออกในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ความยากจน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
@@ ถามนายกฯ “ยาบ้าเม็ดละ 30 บาท” รัฐล้มเหลวปราบปราม?
รายงานข้อเสนอแนะระบุถึงวิกฤตปัญหาสังคมที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้คือ “ยาเสพติด” ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและราคาถูกลงจนหาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะยาบ้าในบางพื้นที่มีราคาเพียงเม็ดละ 30 บาท ส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและความหวาดระแวงในชุมชน
สมาคมฯ ได้ตั้งคำถามส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการปราบปรามของรัฐที่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด เลือกปฏิบัติ รวมถึงข้อสงสัยที่ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน เพราะเป็นรากฐานของปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่
@@ จี้แก้ปมจราจรตลาดทุเรียน - ทบทวนสนามบินเบตง
ในด้านเศรษฐกิจปากท้อง สมาคมฯ สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยหยิบยกปัญหาระดับพื้นที่อย่าง “ตลาดค้าทุเรียนบริเวณสี่แยกมลายูบางกอก” อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งขาดการจัดระบบจราจรที่ดี ทำให้รถติดขัดอย่างหนักทุกปี สร้างความเดือดร้อนต่อผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะรถพยาบาลฉุกเฉินที่ต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ซึ่งภาครัฐยังไม่สามารถแก้ไขได้
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง “สนามบินเบตง” ว่าเป็นการสูญเสียงบประมาณมหาศาล แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ยังได้วิพากษ์วิจารณ์การตั้งจุดเรี่ยไรเงินบริจาคบนท้องถนนว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม สร้างภาพลักษณ์เชิงลบและกีดขวางการจราจรของรถฉุกเฉิน ควรมีมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาด
@@ ชูโมเดลบูรณาการ 3 มิติดับไฟใต้ ลดหวาดระแวง

สำหรับแนวทางการสร้างสันติภาพที่ยืดเยื้อ ไม่คืบหน้า สมาคมฯ ประเมินว่าอุปสรรคสำคัญคือความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับภาครัฐ และวงจรความรุนแรงจากการใช้มาตรการปิดล้อมที่นำไปสู่ความสูญเสีย จึงเสนอโมเดลบูรณาการ 3 มิติ ได้แก่
ด้านความมั่นคงและความยุติธรรม: รัฐต้องสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และที่สำคัญคือต้อง ทบทวนโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของ กอ.รมน. และ ศอ.บต. รวมถึงหน่วยงานระดับพื้นที่ ให้ทำงานประสานกันอย่างมีเอกภาพ ไม่ซ้ำซ้อน
ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ: ผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านอุตสาหกรรมครัวเรือน การท่องเที่ยว อาหารฮาลาล และเสนอให้รัฐเปิดโอกาสสร้างนิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานในพื้นที่เพื่อรองรับนักศึกษาจบใหม่ ลดปัญหาการว่างงาน
ด้านความเข้าใจทางวัฒนธรรมและศาสนา: ใช้ผู้นำศาสนาเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดคำสอนที่ถูกต้อง สกัดกั้นการบ่มเพาะแนวคิดที่ถูกบิดเบือน เพราะศาสนาและวัฒนธรรมไม่ใช่ต้นเหตุของความรุนแรง
@@ ดึงทุนมาเลย์หนุนการศึกษา นำบทเรียนญี่ปุ่นสู้ภัยพิบัติน้ำท่วม
ในมิติของการพัฒนา สมาคมฯ ได้ขยายความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน ต.ค.68 ได้มีการลงนาม MOU กับสถาบันการศึกษาอิสลามสุไหงโกลกบากัต รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อยกระดับการศึกษา แลกเปลี่ยนครู-นักเรียน และเสริมทักษะ 3 ภาษา (มลายู, อาหรับ, อังกฤษ) รวมถึงเคยให้การต้อนรับผู้บริหารจากบริษัทระดับโลกอย่าง GISB Holdings เพื่อหารือแนวทางดึงดูดการลงทุนด้านการท่องเที่ยวชายแดนใต้
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้เสนอแนะนโยบายการรับมืออุทกภัยซ้ำซาก โดยชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการน้ำแบบรวมศูนย์ ขาดการประเมินความเสี่ยง และระบบเตือนภัยที่ไร้ประสิทธิภาพ สมาคมฯ เสนอให้รัฐบาลนำบทเรียนความสำเร็จของ “ประเทศญี่ปุ่น” มาปรับใช้ เน้นการกระจายอำนาจให้ชุมชนมีส่วนร่วม ลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้า และจัดการผังเมืองไม่ให้สิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ
“หัวใจสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตที่ต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้คาดหวังว่าภาครัฐจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปขับเคลื่อน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความยุติธรรม และนำความเจริญมาสู่พื้นที่ เพื่อให้สังคมชายแดนใต้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและมีสันติภาพอย่างยั่งยืน” แถลงการณ์จากสมาคมฯ ระบุทิ้งท้าย
