
ไม่ใช่ข่าวดี! กรณี ครม.มีมติถอด “สุไหงโก-ลก” ออกจากพื้นที่กระทบความมั่นคง เหลือ 19 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสงขลา ที่ยังใช้ “พ.ร.บ.ความมั่นคง” บริหารจัดการพื้นที่อยู่ เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นการยกระดับ “เมืองโก-ลก” กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแทน หลังจากเลิกไปตั้งแต่ปี 61 หรือเมื่อ 8 ปีก่อน
วันเสาร์ที่ 11 เม.ย.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ปรับพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจาก “พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) หรือพื้นที่ความมั่นคง
รองโฆษกรัฐบาล ให้เหตุผลว่า การปรับพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กบฉ. ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างรอบด้านเห็นว่า ระดับสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สามารถ “ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน” ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และสนับสนุนการดำเนินชีวิตของประชาชน
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้คงมาตรการด้านความมั่นคง ในพื้นที่อื่นรวม 19 อำเภอ ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เพื่อให้การดูแลสถานการณ์ยังคงมีความต่อเนื่อง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
@@ 19 อำเภอรวมสงขลา ยังใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
สำหรับการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ. 2551 หรือ “พื้นที่ความมั่นคง” นั้น ครม.ได้มีมติขยายเวลาครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 ถึงวันที่ 30 ก.ย.69
เดิมมีพื้นที่ 20 อำเภอ แต่เมื่อมีการถอดอำเภอสุไหงโก-ลก ออกไป ทำให้เหลือพื้นที่ความมั่นคง 19 อำเภอ ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่มีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว ได้แก่
จ.นราธิวาส 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยี่งอ, อ.แว้ง และ อ.สุคิริน
จ.ปัตตานี 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยะหริ่ง, อ.ปะนาเระ, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น, อ.ทุ่งยางแดง, อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน
จ.ยะลา 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง, อ.ยะหา, อ.รามัน, อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง
จ.สงขลา 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย (พื้นที่นี้ไม่เคยรประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่เคยเป็นพื้นที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก)
@@ ถอด “โก-ลก” ไม่ใช่ข่าวดี ยกระดับดีกรี “กม.พิเศษ”
การให้ข่าวของรองโฆษกรัฐบาล ฟังเผินๆ เหมือนเป็น “ข่าวดี” ที่มีการถอด อำเภอสุไหงโก-ลก ออกจาก “พื้นที่ความมั่นคง” ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2551 เพราะสถานการณ์ดีขึ้น
แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการยกระดับ อำเภอสุไหงโก-ลก กลับไปใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่มีดีกรีแรงกว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต่างหาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ความไม่สงบในอำเภอสุไหงโก-ลก ไม่ได้ดีขึ้น แต่เลวร้ายลง
อ่านประกอบ : “อนุทิน 2” ชงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯชายแดนใต้รอบ 84!
เรื่องนี้พิสูจน์ได้จากการประชุมคณะรัฐมนตรีวันเดียวกัน ที่ได้มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2569 ถึงวันที่ 19 ก.ค.2569 โดยให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย ตามมติของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กบฉ. ครั้งที่ 2/2569 ที่ประชุมกันไปเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับ อำเภอสุไหงโก-ลก คณะรัฐมนตรีเคยมีมติยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 หรือเมื่อราวๆ 8 ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากภายหลังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สนับสนุนของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งเป็นที่หลบซ่อน พักพิง และพื้นที่ประกอบระเบิด อีกทั้งยังปรากฏเหตุการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงได้ประกาศให้เป็นพื้นที่บังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกครั้งหนึ่ง
@@ ส่องชัดๆ 18 อำเภอ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” - 15 อำเภอ “ความมั่นคง”
สรุปว่า พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งหมด 33 อำเภอ มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงออกไปอีก 3 เดือน ซึ่งเป็นการขยายเวลาครั้งที่ 84 นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา รวมทั้งสิ้น 18 อำเภอ ได้แก่
จ.นราธิวาส 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองนราธิวาส, อ.ตากใบ, อ.บาเจาะ อ.ระแงะ, อ.รือเสาะ, อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโก-ลก, อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง
จ.ปัตตานี 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี, อ.โคกโพธิ์, อ.หนองจิก, อ.สายบุรี และ อ.ยะรัง
จ.ยะลา 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองยะลา, อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา
ส่วนอีก 15 อำเภอที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพราะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปแล้ว ได้แก่
จ.นราธิวาส 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยี่งอ, อ.แว้ง และ อ.สุศิริน
จ.ปัตตานี 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยะหริ่ง, อ.ปะนาเระ, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น, อ.ทุ่งยางแดง, อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน
จ.ยะลา 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง, อ.ยะหา, อ.รามัน, อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง
รวมอำเภอที่ไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 15 อำเภอ จาก 33 อำเภอ จึงประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือเป็น “พื้นที่ความมั่นคง” นั่นเอง ส่วนอีก 18 อำเภอยังคงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอยู่ รวมถึง อ.สุไหงโก-ลก ที่ประกาศเพิ่มเข้าไปล่าสุด ทั้งๆ ที่ยกเลิกไปนานถึงเกือบ 8 ปี
