
แม้ข่าวทางสื่อจะเริ่มเงียบหาย แต่ครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
หัวค่ำของวันพุธที่ 20 พฤษภาคม เสียงปืนดังสนั่นที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในท้องที่หมู่ 6 ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
บ้านหลังนี้เป็นบ้านของภรรยา สิบเอกมูฮัมหมัดอำมุดี แวสอเฮาะ อายุ 29 ปี หัวหน้าชุดหมู่ปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา สังกัดกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 (หัวหน้าชุดหมู่ ปล.ร้อย อวบ.ร.152 พัน.3) ค่ายสิรินธร

เป้าหมายของคนที่ลั่นไก น่าจะเป็น สิบเอกมูฮัมหมัดอำมูดี เพราะห้วงเวลานี้ กลุ่มก่อความไม่สงบได้เปิดปฏิบัติการไล่ล่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ และอดีตเจ้าหน้าที่แทบจะรายวัน
ขณะเสียงปืนดัง สิบเอกมูฮัมหมัดอำมูดี กำลังยืนอยู่หน้าบ้านของภรรยา กระสุนเจาะเข้าที่ร่างของเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ความเลวร้ายไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะกระสุนที่ยิงชุดเดียวกันยังไปถูก เด็กหญิงบูรฟิรดาวล์ ตาเละ อายุเพียง 9 ขวบ ซึ่งเป็นหลานของภรรยาสิบเอก ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
ตามข่าวหลังเกิดเหตุการณ์ เด็กหญิงมีอาการไม่หนักหนามากนัก โดยถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสนครินทร์ เช่นเดียวกับสิบเอกผู้มีศักดิ์เป็น “อา”

ต่อมาอีก 2-3 วัน พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย ได้ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้งสองคน ความจริงจึงปรากฏชัดว่า ทั้งคู่อาการสาหัส โดยเฉพาะ สิบเอกมูฮัมหมัดอำมุดี อยู่ในขั้นโคม่า ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ในห้อง I.C.U. เนื่องจากกระสุนปืน เอ็ม 16 ที่คนร้ายใช้ยิง เจาะเข้าบริเวณใต้ราวนมซ้ายทะลุออกหลัง ตัดผ่านอวัยวะสำคัญ ทำให้เสียเลือดมาก
โดยมี นางสาวฟัฎลีนา ตาเละ ภรรยา และเครือญาติ เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ส่วน เด็กหญิงบูรฟิรดาวล์ วัยเพียง 9 ขวบ ซึ่งข่าวตอนแรกระบุว่ากระสุนแค่แฉลบ อาการไม่สาหัสนั้น ปรากฏว่าเด็กน้อยยังอยู่ในห้อง I.C.U. เช่นกัน และยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแท้จริงแล้วกระสุนฝังใน...

อัสนูรา ดูวอบาซอ มารดาของเด็กหญิง เล่าด้วยสีหน้าและสุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า ที่ผ่านมาทีมแพทย์ได้นำตัวน้องเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพื่อพยายามนำหัวกระสุนปืน เอ็ม 16 ออกจากต้นขาซ้าย แต่ผลปรากฏว่า "ไม่สามารถนำหัวกระสุนออกมาได้"
คุณแม่ของเด็กหญิง เล่าต่อว่า แพทย์ได้ชี้แจงผลการผ่าตัดและภาพเอกซเรย์ว่า หัวกระสุนอยู่ใกล้กับกระดูกชิ้นใหญ่มาก หากดึงดันผ่าออก ต้องคว้านแผลและเปิดผิวหนังให้กว้างขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อและลุกลามเป็นหนองในกระดูก กระสุนตกอยู่ลึกจนเกือบกระทบเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทสำคัญ หากผ่าตัดพลาด อาจส่งผลให้น้องพิการเดินไม่ได้
“แพทย์จึงตัดสินใจยุติการผ่าตัด และปล่อยให้หัวกระสุนฝังอยู่ภายในร่างกายของน้องไปก่อนชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด” อัสนูรา เล่าด้วยเสียงแผ่วเครือ สะท้อนความรู้สึกของคนเป็นแม่

เธอยังบอกว่า นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว สภาพจิตใจของลูกสาวยังย่ำแย่อย่างหนัก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
“น้องจะมีอาการหวาดผวา สะดุ้งตื่น และร้องไห้บอกว่ากลัวตกบันไดตลอดเวลา เนื่องจากในคืนเกิดเหตุกำลังเล่นอยู่บริเวณบันไดหน้าบ้าน ทำให้เกิดภาพฝังใจ ไม่ยอมนอนเพราะกลัวฝันร้าย”
มารดาของเด็กหญิง ย้อนเล่าถึงนาทีที่เกิดเหตุรุนแรงถึงบ้านกับคนในครอบครัว....

“ตอนนั้นน้องกำลังนั่งเล่นดอกไม้ไฟ เล่นอยู่กับกลุ่มเพื่อนเด็กๆ 3 คน จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ขา ด้วยความไร้เดียงสา น้องยังคงเข้าใจและเล่าว่า…หนูเจ็บเพราะดอกไม้ไฟปะทะกันแล้วพุ่งมาถูกขา โดยที่น้องยังไม่ทราบความจริงว่าบาดแผลเฉียดตายนั้น มาจากคมกระสุนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ตั้งใจซุ่มยิงอาของตัวเอง”
น่าสะเทือนใจว่า สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ลุกลามมาถึงจุดที่ความไร้เดียงสายังถูกทำร้าย...ได้อย่างไร?
