
สำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกหั่นงบ นำมาสู่การตัดเบี้ยเลี้ยง เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ตรงจุด ซ้ำเติมชั้นผู้น้อย ยอมรับข่าวดึงกำลังนอกพื้นที่มาช่วยงานสนาม เป็นเรื่องจริง แต่ยิ่งทำให้ลำบากหนักขึ้น
ประเด็นการตัดลดเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนในพื้นที่ชายแดนใต้ รวมถึง ตระเวนชายแดน (ตชด.) ส่งผลกระทบต่อสวัสดิการและขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานระดับล่างอย่างหนัก
ตชด.นายหนึ่งซึ่งรับราชการในพื้นที่ปลายด้ามขวาน เล่าเบื้องหลังและสภาพความเป็นจริงของปัญหานี้ โดยระบุว่า เรื่องการหักหรือตัดงบเบี้ยเลี้ยงกำลังพลนั้น ตชด.เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดและถูกมองเป็น “ลูกเมียน้อย” มาโดยตลอด
เขาอธิบายว่า ต้นตอของการตัดเบี้ยเลี้ยงล่าสุดเกิดจากการพิจารณาปรับลดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ในสภา เมื่อถูกตัดงบตั้งแต่ “ต้นน้ำ” การบริหารจัดการงบประมาณจึงส่งผลกระทบลงมาถึง “ปลายน้ำ”
“เมื่อได้งบมาน้อย ผู้บังคับบัญชาก็ต้องเลือกตัดในส่วนที่ตัดได้ งบน้ำมัน งบดำเนินงานมันตัดไม่ได้เพราะงานต้องเดิน สุดท้ายสิ่งที่ตัดได้ แต่งานยังเดินต่อก็คือเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง พอตัดเบี้ยเลี้ยงไป งานทุกอย่างเดินได้ตามปกติ แต่ลูกน้องก็เหมือนต้องอดอาหาร เป็นแบบนี้มาตลอด”
ตชด.ชายแดนใต้ เผยอีกว่า ในอดีตแม้จะมีการหักเบี้ยเลี้ยง หรือได้เงินไม่ครบตามยอดในบางช่วงเวลา แต่ก็ยังมีเงินงบประมาณจัดสรรลงมาบ้าง และกำลังพลก็ได้ “ตกเบิก” ทว่าในปัจจุบันเมื่อต้นทุนงบประมาณหลักถูกตัดจนแทบไม่เหลือ ส่งผลให้ไม่มีเงินจ่ายเบี้ยเลี้ยง
“ที่ผ่านมาเคยมีกำลังพลร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และมีการลงมาตรวจสอบ แต่เมื่อเรื่องเงียบลง ผ่านไปเพียง 2-3 เดือน เบี้ยเลี้ยงกลับถูกปรับลดลงหนักกว่าเดิม สวนทางกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ”
@@ “บิ๊กต่าย” ยังครวญล่วงหน้า กระทบชั้นผู้น้อยแน่

ข้อมูลจาก ตชด.รายนี้ สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนกลาง ที่ระบุว่า งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2570 ถูกคณะกรรมาธิการของสภาตัดลดถึง 50,000 ล้านบาท จากที่เสนอไปกว่า 170,000 ล้านบาท
งบถูกตัดตั้งแต่ช่วงที่ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ยังไม่เกษียณจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงขั้นเคยโอดครวญว่า “ช่วยผมด้วย เพราะงบฯตัดกระทบถึงค่าน้ำมัน เบี้ยเลี้ยง และค่าเครื่องแบบของตำรวจชั้นผู้น้อย”
เฉพาะตำรวจชายแดนใต้ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ถูกปรับลดงบถึง 429 ล้านบาท เป็นรายการค่าเบี้ยเลี้ยง 314 ล้านบาท
@@ “เสริมอัตรา - เกลี่ยเบี้ยเลี้ยง” มีจริง แต่ยิ่งไม่ซ้ำเติม

ตชด.ชายแดนใต้ ยังบอกถึงกรณีที่มีคำชี้แจงเหตุผลการปรับลดเบี้ยเลี้ยงกำลังพลในพื้นที่ เพราะอัตรากำลังปฏิบัติราชการสนามถูกตัดลงด้วย จึงมีการขอกำลังพลจากหน่วยอื่นมาหมุนเวียนเสริมทดแทน โดยเรื่องนี้เป็นความจริง แต่เป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าแก้ปัญหา
“เรื่องดึงกำลังพลจากนอกพื้นที่มาเสริม เป็นความจริง โดยล่าสุดยังคงมีการดึงกำลังพล ตชด. จากพื้นที่อื่น เช่น จ.กาญจนบุรี เข้ามารายงานตัวเพื่อเสริมกำลังปฏิบัติการในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา”
“แต่มาตรการนี้ยิ่งสร้างความลำบากให้กับกำลังพลที่ถูกส่งเข้ามาช่วยราชการมากขึ้น เนื่องจากกำลังพลเดิมในพื้นที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรส่วนตัว ทั้งที่พักและยานพาหนะ เมื่อถูกลดเบี้ยเลี้ยงยังพอประคับประคองไปได้ แต่สำหรับกำลังพลที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่ และต้องมาเผชิญกับการถูกปรับลดเบี้ยเลี้ยง ย่อมได้รับความเดือดร้อนและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่หนักกว่าหลายเท่า” ตชด.ชายแดนใต้ กล่าว
@@ เสียทั้งพ่อและพี่ชาย แค่ตกบ่ายตัดสิทธิ์เบิกทันที!
เรื่องราวชะตาชีวิตของกำลังพลปลายด้ามขวาน ยังมีสิ่งที่เกิดความคาดหมายอีกมาก อย่าง ตชด.รายเดียวกันนี้ เขาเกิดมาในครอบครัว ตชด. ทั้งพ่อและพี่ชายก็เป็น ตชด.เหมือนกัน ซ้ำร้ายยังสูญเสียแล้วทั้งคู่
“ต้นปีที่แล้ว ทั้งพ่อและพี่ชายเสียชีวิตในพื้นที่สามจังหวัด เสีย 9 โมงเช้า คุณยายไปดูศพที่โรงพยาบาล ประมาณบ่ายโมง ไม่ทันได้เห็นศพด้วยซ้ำ สิทธิ์เบิกค่ารักษาถูกตัดทันที ต้องจ่ายเงินเอง เบิกจากสิทธิ์ของพ่อกับพี่ชายไม่ได้เลย ทั้งทีก่อนหน้านี้เบิกได้ปกติ”
เขายังบ่นอย่างสะท้อนใจถึงความไม่ชัดเจนของสวัสดิการ โดยเฉพาะความล่าช้าตอนจะรับ หรือตอนที่หน่วยจะจ่าย กำลังพลต้องรอตกเบิก แต่เวลาถูกตัด กลับตัดทันที แบบไม่ทันตั้งตัว
“เบี้ยเลี้ยงจ่ายไม่ตรงบ่อยมาก เราต้องรอตกเบิก บางครั้งรอเป็นปี แต่พอตายปั๊บ สิทธิ์ถูกตัดทันที คนข้างหลังเบิกอะไรไม่ได้อีกเลย ในวันนั้นเลย งงมาก”
