
ดวลปืนเดือด! ดับทั้งคู่ อส.ไม้แก่น ปัตตานี ถูกคนร้ายประกบยิง ฮึดสู้ชัก 9 มม.ยิงตอบโต้ สุดท้ายจบชีวิต คนร้ายหนีได้ 1 ส่วนเหตุระเบิด ชคต.บันนังสตา กลุ่มป่วนใต้ใช้ไปป์บอมบ์ถล่ม ยอดเจ็บพุ่ง 5 นาย
เวลา 13.30 น.วันศุกร์ที่ 16 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบยิงสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)ประจำอำเภอไม้แก่น เหตุเกิดบนถนนในสวนยางพารา ภายในหมู่บ้านตะโละ หมู่ 2 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แกน จ.ปัตตานี
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือ นายหมู่ใหญ่ (ม.ญ.) รุสลี อูมา อายุ 54 ปี เป็น อส.ประจำอำเภอไม้แก่น สภาพศพถูกยิงเสียชีวิตอยู่บนถนนในสวนยางพารา ใกล้ๆ กันยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตล้มคว่ำอยู่ข้างทาง

นอกจากนี้ ยังพบคนร้ายที่ก่อเหตุถูกยิง อส. ในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลไม้แก่น แต่เนื่องจากบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ และเสียเลือดมาก ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายมูฮัมหมัดบีลา กามา อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนขนาด .357 ของ นายมูฮัมหมัดบีลา ตกอยู่ด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ม.ญ.รุสลี กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพัง เพื่อเดินทางไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด เมื่อถึงถนนบริเวณสวนยางพารา ได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบ แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ยิงใส่ ม.ญ.รุสลี กระสุนถูกลำตัวจนทำให้รถเสียหลักล้มลง ได้รับบาดเจ็บ

แต่ อส.รุสลี ยังฮึดสู้ ชักอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิงตอบโต้กับคนร้ายจนตัวเองเสียชีวิต แต่ก็ทำให้หนึ่งในคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ล้มลงในที่เกิดเหตุด้วย เมื่อคนร้ายที่มาด้วยกันเห็นเพื่อนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส จึงได้เร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทิ้งเพื่อนนอนจมกองเลือดในที่เกิดเหตุ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สำหรับนายมูฮัมหมัดบีลา จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า เคยผ่านการฝึกใช้อาวุธ และฝึกรบแบบจรยุทธ์ในประเทศเพื่อนบ้าน และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป
@@ คืบหน้าปาบึ้มฐาน ชคต.บันนังสตา อส.เจ็บพุ่ง 5 นาย

ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุขว้างระเบิดใส่ฐานปฎิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บันนังสตา อ.บันนสตา จ.ยะลา เมื่อช่วงหัวค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค.69 ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.ประจำฐาน ชคต.ได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อรรถพล กุลวงษ์มาณะโส ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา พร้อมด้วย นายซุลกิฟลี สัญญากุล นายอำเภอบันนังสตา และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลือ
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้ขว้างระเบิดเข้ามาในฐาน 2 ลูก ระเบิดลูกแรกตกลงบริเวณด้านหน้าที่พักของเจ้าหน้าที่ แรงระเบิดทำให้หลังคากระเบื้องแตกกระจาย และมีรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ที่จอดไว้ได้รับความเสียหาย 4 คัน

นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้เจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ประกอบด้วย
1.นายหมู่ใหญ่ อิบรอเฮง ติงอุเช็ง มีเลือดออกบริเวณหู
2.นายหมู่เอก ฮารน มะเซ็ง มีอาการบาดเจ็บที่ขาขวา
3.นายหมู่เอ กมะรอนิง ทะยีนา มีอาการหูอื้อ ปวดศีรษะ
4.นายหมู่เอก อับดุลบาแช เจ๊ะนะ มีอาการหูอื้อ
5.นายหมู่เอก อามรี โตะเด็ง มีอาการหูอื้อ
ส่วนระเบิดลูกที่ 2 คนร้ายขว้างเข้ามาตกภายในบ้านพักกำลังพลอีกหลัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร แต่ระเบิดลูกดังกล่าวไม่ทำงาน ทำให้ไม่มีความสูญเสียหรือเสียหายแต่อย่างใด
@@ เผย 10 ปีตกเป็นเป้าปาบึ้ม 4 ครั้ง

นายหมู่เอกอามรี โตะเด็ง หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่านาทีระทึกขวัญว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเตรียมตัวรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนร่วมงานรวม 7 นาย อยู่ในบ้านพัก จู่ๆ ได้ยินเสียงวัตถุตกกระทบหลังคา ตามด้วยเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว จึงรีบหมอบลงเพื่อตั้งสติและรายงานผู้บังคับบัญชาทันที
“ฐานปฏิบัติการแห่งนี้เคยถูกคนร้ายขว้างระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง และผมก็อยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้ง แต่ปฏิบัติหน้าที่ ชคต. มานานกว่า 10 ปี ครั้งนี้นับว่าใกล้ตัวและรุนแรงที่สุด หลังจากนี้คงต้องเพิ่มความระมัดระวังและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น” นายหมู่เอกอามรี กล่าว
@@ กำลังใจยังเยี่ยม - ยกเครื่องมาตรการ รปภ.

ขณะที่ นายหมู่ใหญ่ สะอุดี เจ๊สนิ รองหัวหน้าชุด ชคต.บันนังสตา เผยถึงแนวทางการยกระดับความปลอดภัยหลังเกิดเหตุว่า จะเร่งปรับปรุงสแลนกันกระสุนด้านหลังฐานให้สูงขึ้น เพิ่มระบบไฟส่องสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิด และเพิ่มความถี่ในการจัดชุดลาดตระเวน พร้อมยืนยันว่าขวัญและกำลังใจของกำลังพลทุกนายยังคงยอดเยี่ยม พร้อมปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคาดว่า การก่อเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ อาจเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่หรือกลุ่มผลประโยชน์ที่พยายามสร้างสถานการณ์และเงื่อนไขในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
