
โมเดล “นายอำเภอ CEO” บัญชาการ “ศปก.อำเภอ” นำร่อง 14 พื้นที่ตะเข็บชายแดนและรอยต่อชายแดนใต้ เพื่อใช้ศักยภาพของฝ่ายปกครองในการดูแลพื้นที่ 5 ด้าน ตามนโยบายใหม่ทดแทนการชะลอถอนทหารหลักออกจากพื้นที่นั้น
กำลังเป็นโครงสร้างการจัดการปัญหา ณ ดินแดนปลายด้ามขวานที่ได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย
โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ “โต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ” หยุดชะงัก แต่รัฐไทยขยับตัวในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารพื้นที่ ด้วยการใช้ “ฝ่ายพลเรือน นำการทหาร” อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
อ่านประกอบ : โมเดลใหม่ “นายอำเภอ CEO” ชูธงนำดับไฟใต้ - สลับทหารเป็นกองหนุน
บางคนเรียกโมเดลนี้ว่า “มหาดไทยส่วนหน้า” ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น “ฝ่ายบัญชาการกลางในพื้นที่” โดยผู้รับผิดชอบฝ่ายปกครองกำลัง “ติวเข้ม” ผู้เกี่ยวข้องกันอย่างขะมักเขม้นจริงจัง

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องรับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้าหารือข้อราชการและติดตามความพร้อมการจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า” (มท.สน.)
การประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย, นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เป็นต้น

นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลได้วางกรอบเป้าหมายชัดเจนที่จะให้การแก้ไขปัญหาบรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในปี 2570 โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อยตั้งแต่ระดับฐานราก ทั้งอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน
ทั้งนี้ ได้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดตั้ง “คณะกรรมการเฉพาะกิจ” เพื่อทำหน้าที่อำนวยการและผลักดันนโยบายให้เกิดมรรคผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของการจัดตั้ง “มหาดไทยส่วนหน้า” หรือ มท.สน. คือการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ยุติเหตุรุนแรง พร้อมทั้งสร้างความสมานฉันท์ผ่านการบูรณาการงานพหุวัฒนธรรม การศึกษา อาชีพ และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า การจัดตั้งมหาดไทยส่วนหน้า ดำเนินการตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยขณะนี้มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการงบประมาณประจำปี 2570 โครงสร้างอัตรากำลัง และการเตรียมความพร้อมของกำลังพล
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนจะดำเนินงานผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อย, การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม
โดยจะเริ่มนำร่องการปฏิบัติการผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หรือ ศปก.อำเภอ ในพื้นที่ 14 อำเภอ ของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการความมั่นคงทุกมิติ

ขณะที่ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอดีตรองเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตามข้อเสนอของคณะผู้แทนพิเศษฯ ให้เดินหน้าโครงสร้าง “มหาดไทยส่วนหน้า” โดยขับเคลื่อนผ่าน “ศปก.อำเภอ” ว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งแปลงกรอบแนวคิดเชิงโครงสร้างไปสู่ภาคปฏิบัติ
ทั้งนี้ ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการล่าสุด หน่วยงานหลักในพื้นที่ได้ขยับขับเคลื่อนพร้อมกัน ได้แก่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ประชุมจัดทิศทางแผนงานภายในเพื่อรองรับนโยบาย, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ประชุมฝ่ายอำนวยการทั้งหมด และสั่งการให้นายอำเภอในพื้นที่เร่งรวบรวมข้อมูลแผนงานเพื่อเชื่อมโยงระบบอย่างบูรณาการ ภายใต้โมเดล “นายอำเภอ CEO”
เดินหน้าประชุมจัดวางอัตรากำลัง โดยมี นายบัณฑูร บุญนราศัย อดีตรองเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมวางระบบและรายงานภาพรวม
นอกจากนี้ ในส่วนของการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ที่มี พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ เป็นประธาน มีข้อสรุปเบื้องต้นให้หยิบยก “มิติด้านการศึกษา” ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก ทั้งการลงรายละเอียดเชิงลึกและการเร่งรัดจัดตั้งคณะกรรมการสภาขับเคลื่อนเพื่อประสานพลังระหว่างกลไกภาคประชาสังคมและหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
อ่านประกอบ : ไม่ต้องรอคำสั่ง! ลุยติดดาบ “ศปก.อำเภอ” สู้ไฟใต้
อ่านประกอบ : รัฐพลิกเกมดับไฟใต้ รุกมาเลย์ร่วมมือซีลชายแดน - บล็อกคน 2 สัญชาติ
อ่านประกอบ : เคาะแล้ว! ไฟใต้ไปต่อแบบเดิม - ปี 70 ไม่มีถอนทหาร - อส.รอก่อน
