
คุก 15 ปี! ศาลคดีทุจริตฯ ภาค 9 พิพากษา “เศรษฐ์ อัลยุฟรี” นายก อบจ.ปัตตานี นำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว
วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.69 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาจำคุก นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปัตตานี ในความผิดฐานนำรถยนต์ส่วนกลางของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยศาลสั่งลงโทษจำคุกรวม 3 กรรม กรรมละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 15 ปี
คดีนี้สืบเนื่องจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดนายเศรษฐ์ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.66 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบพฤติการณ์การกระทำความผิดในช่วงปีงบประมาณ 2560 โดยนายเศรษฐ์ได้ทำบันทึกและอนุมัติขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางยาวนานข้ามปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ในลักษณะเข้าข่ายนำมาใช้เป็นรถยนต์ส่วนตัว ทั้งยังอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบประมาณราชการ
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้นายประดิษฐ์ มามะ พนักงานขับรถยนต์ นำรถไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านส่วนตัว โดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีที่เก็บรถที่ปลอดภัยในหน่วยงาน
ต่อมาระหว่างวันที่ 23 - 30 ธ.ค.60 นายเศรษฐ์ได้นำรถยนต์ส่วนกลางจำนวน 2 คัน ไปใช้ในการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว “ปัตตานีแรลลี่ 2017” เดินทางจาก จ.ปัตตานี ไปยัง จ.ราชบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี โดยผู้ร่วมคณะประกอบด้วย ตัวนายเศรษฐ์เอง, เจ้าหน้าที่ อบต. และเครือญาติ ซึ่งเป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนส่วนตัว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานราชการแต่ย่างใด รวมถึงยังพบการนำรถไปใช้ท่องเที่ยวส่วนตัวในลักษณะเดียวกันอีกครั้งในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน
@@ เปิดเส้นทางคดี ยื่นคำร้องถี่ๆ เลื่อนยาวๆ
สำหรับเส้นทางการต่อสู้คดีของนายเศรษฐ์ ซึ่งมีความซับซ้อนและมีการยื่นร้องขอความเป็นธรรม รวมถึงขอเลื่อนการฟ้องคดีหลายครั้ง
26 ม.ค.67 ป.ป.ช.มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยให้ถอดถอน นายเศรษฐ์ ออกจากตำแหน่ง และให้ชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา
เม.ย. - พ.ค. 67 นายเศรษฐ์ ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติชี้มูลความผิด
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ทำความเห็นเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การกระทำความผิดเกิดขึ้นในปี 60-61 ซึ่งนายเศรษฐ์พ้นจากตำแหน่งในวาระนั้นไปแล้วเกิน 2 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีจึงไม่สามารถรายงาน รมว.มหาดไทย เพื่อสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้
31 ก.ย. 67 ถึง 10 ก.พ. 68 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ “ไม่ทบทวนมติเดิม” ทั้ง 2 ครั้ง เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ และอัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดีแล้ว
ในส่วนการดำเนินคดีอาญา สำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 9 ได้นัดส่งสำนวนฟ้องศาลตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.67 แต่นายเศรษฐ์ ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการฟ้องคดี โดยอ้างเหตุผลต่างๆ ซึ่งอัยการอนุญาตให้เลื่อนได้ 3 ครั้ง
ครั้งที่ 4 วันที่ 16 ธ.ค.67 นายเศรษฐ์ไม่มาตามนัด และขอเลื่อนอีก แต่อัยการเห็นว่าไม่มีเหตุอันควร และมีพฤติการณ์หลบหนี จึงไม่อนุญาต
ครั้งที่ 5 วันที่ 22 ม.ค.68 มอบอำนาจมาขอเลื่อนอีกครั้ง อัยการไม่รับคำร้อง และสั่งให้มารายงานตัววันที่ 6 ก.พ.68 ทว่านายเศรษฐ์มาพบอัยการ แต่ปฏิเสธที่จะไปศาล อ้างว่าอยู่ระหว่างขอความเป็นธรรม ทำให้อัยการต้องออกหนังสือเรียกตัวซ้ำอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค.68
กระทั่งท้ายที่สุด คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของชั้นศาล และนำมาสู่คำพิพากษาตัดสินจำคุก 15 ปีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ในวันนี้
