ที่ประชุม 'กมธ.ฟอกเงิน-ยาเสพติด' สภาฯ ตั้ง 'ธนดล สุวัณณะฤทธิ์' อดีตทนายความผู้รับมอบอำนาจ 'เบน สมิธ' ผู้ต้องหาตามหมายจับฉ้อโกงประชาชน-เครือข่ายสแกมเมอร์-ฟอกเงิน นั่ง 'เลขานุการประจำกมธ.ฯ'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เป็นเลขานุการประจำกมธ.ฯ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.69 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ก่อนที่ประชุมเสนอชื่อแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้ทรงคุณวุฒิประจำกมธ. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ในฐานะประธานกมธ.ฯ ได้แจ้งต้อที่ประชุมว่า ขอให้บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมาเข้าร่วมในคราวต่อไปด้วย
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า นายธนดล อดีตคณะคณะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ปัจจุบันนายธนดลได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ชำนาญการคนที่ 2) เคยเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจของนายเบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ให้ดำเนินคดีกับนายทอม ไรต์ สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมทั้งฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง 100 ล้านบาท
รายงานระบุว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน พ.ย.68 นายธนดลได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องคุณสมบัติ จนทำให้นายธนดลได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมาย และถอนตัวจากการดำเนินคดีของนายเบน สมิธโดยมีผลทันที
อ่านข่าวประกอบ :
-
ไม่ต้องการข้อครหา! 'ธนดล' ถอนตัวจากหน้าที่ทนายความ 'เบนจามิน'หลังรับตำแหน่ง ขรก.การเมือง
-
‘โรม’ แถลงผิดหวังตั้ง ‘ธนดล’เป็นขรก.การเมือง แย้มข้อมูลใหม่ กองทุนสวิส โยง 'แคทรียา'
-
‘ครม.’ แต่งตั้ง ‘ธนดล’ นั่ง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ - ‘รัชดา’ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

รายงานข่าวอีกว่า การประชุมกมธ.ฯ ในวันดังกล่าวมีวาระเรื่องพิจารณา ศึกษาสถานการณ์และความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขบวนการสแกมเมอร์ และเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งมาตรการการติดตามเส้นทางการเงิน การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการยึด อายัด ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเชิญผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมประชุม
รายงานข่าวเพิ่มว่า ตอนหนึ่ง ที่ประชุมได้รับฟังคำชี้แจงจากนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. ในฐานะได้รับมอบหมายจากนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. มาชี้แจงและให้ข้อมูลต่อกมธ.ฯ ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ หรือ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และเครือข่ายโดยระบุว่า
คดีนายเบน สมิธ และเครือข่ายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคม เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีลักษณะความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยสำนักงาน ปปง. ได้อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ เรือ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และบัญชีเงินฝาก รวมทั้งสิ้น 103 รายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ สำนักงาน ปปง. จึงได้ดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย โดยจะมีการประกาศให้ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากพฤติการณ์แห่งคดีมายื่นคำร้องเพื่อขอคุ้มครองสิทธิ ภายในระยะเวลา 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับการดำเนินการในความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้มีทั้งมาตรการทางแพ่งและมาตรการทางอาญานั้น เลขาธิการสำนักงาน ปปง. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง.ได้ดำเนินการกับกลุ่มผู้กระทำความผิดโดยใช้ทั้งมาตรการทางแพ่งและมาตรการทางอาญาอย่างเข้มงวด สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และได้ดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้ละเว้นการดำเนินการต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด หากได้รับข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ไม่ว่าทรัพย์สินดังกล่าวจะอยู่ใสความครอบครองของบุคคลใดหรืออยู่ในสถานที่ใดก็ตาม
@ ประสานต่างประเทศขอข้อมูลกองทุน CAI ขยายผล
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงข้อซักถามของกมธ. ได้มีการสอบถามประเด็นประเด็นกรณีการถือหุ้นแทน (Nominee) และการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายนายเบน สมิธ ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่า แม้สำนักงาน ปปง. จะมีการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว แต่ยังมีหุ้นของบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายเบน สมิธ ซึ่งยังมิได้ถูกยึดหรืออายัด ทั้งที่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน
อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบุคคลสัญชาติไทยที่มีลักษณะเป็นผู้ถือหุ้นแทนหรือ (Nominee) ให้แก่เครือข่ายดังกล่าวว่า อาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงต้องการทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้
ผู้แทนจากสำนักงาน ปปง. ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันได้กล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวนแล้วจำนวน 55 ราย และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงประสานความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านกลไกความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา (Mutual Legal Assistance: MLA) เพื่อขอข้อมูลจากต่างประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับกองทุน CAI หรือ Capital Asia Investments หากปรากฎพยานหลักฐานเพิ่มเติมเชื่อมโยงถึงบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ก็จะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินคดีตามมาตรา 5 จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงจะสามารถกล่าวโทษได้ ขณะนี้บางส่วนยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ประเด็นการยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนายเบน สมิธ โดยที่ประชุมได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนายยิม เลียก,นายเบน สมิธ และนางคาทารียา (แคทรียา) บีเวอร์ โดยขอทราบรายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละรายการมูลค่า ระยะเวลาการอายัด และสถานะการโต้แย้งคัดค้าน รวมทั้งสอบถามถึงทรัพย์สินในต่างประเทศ เช่น อสังหาริมทรัพย์ เรือยอชต์ หรือทรัพย์สินอื่นที่จดทะเบียนในต่างประเทศ
ผู้แทนจากสำนักงาน ปปง. ให้ข้อมูลว่า จะรวบรวมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัด รวมถึงสถานะการดำเนินการในแต่ละส่วน จัดส่งให้กมธ.ภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยในบางส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล อาจต้องพิจารณาความเหมาะสมในการเปิดเผยข้อมูลตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนี้ ผู้แทนจากสำนักงาน ปปง.ยืนยันว่า ได้ดำเนินการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและหากได้รับข้อมูลหรือเบาะแสเพิ่มเติมจากประชาชนก็จะดำเนินการตรวจจสอบตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวอีกว่า ที่ประชุมกมธ.ฯได้มีมติให้สำนักงาน ปปง. จัดทำเอกสารข้อมูลและเสนอต่อกมธฯ เพิ่มเติม อาทิ รายละเอียดการยึดและอายัดทรัพย์สินในเครือข่ายนายเบน สมิธ ทั้งคำสั่งเดิมและคำสั่งล่าสุด รวมถึงสถานะการดำเนินการและการโต้แย้งคัดค้าน ข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองหุ้นและธุรกรรมในตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายเบน สมิธ รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) และข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและแนวทางการคืนทรัพย์สิน

ที่มาภาพ : FB ธนดล สุวรรณฤทธิ์/เว็บไซต์รัฐสภา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับนายธนดลกับนายเบน สมิธ ประกอบ:
-
ที่ปรึกษา 'ธรรมนัส'ยื่นหนังสือ ก.ล.ต.ตรวจความบริสุทธิ์ 'เบนจามิน'หลัง ปชน.อภิปรายพาดพิง
-
สส.สหรัฐฯ เสนอ กม.ตั้งทีมเฉพาะกิจสแกมเมอร์- 'ธนดล' ขอตรวจสอบกรณีมีชื่อ 'เบนจามิน'

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา