'อัยการสูงสุด' สั่งฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว' สส.สงขลา พรรคกล้าธรรมกับพวก 'คดีเว็บพนัน' - ความผิดมูลฐาน 'ฟอกเงิน' สั่ง พนักงานสอบสวน นำตัวส่งพนักงานอัยการ-ฟ้องต่อศาล
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 เมษายน 2569 นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เผยความคืบหน้าคดีฟอกเงิน และคดีจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ของนายชนพัฒฐ์ นาคสั้ว (สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม) กับพวกในสำนวนคดีของสถานีตำรวจภูธรรเมืองลงขลา และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ โดยมีรายละเอียดดังนี้
คดีที่ 1 เป็นคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากคดีมูลฐานกล่าวหา นายชนนพัฒฐ์ หรือกฤต หรือ กิต หรือ กริช นาคสั่ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ หรือ ตั๊ก แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาศาลแขวงสงขลา ได้มีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลนแดงที่ อ517/2568 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ลโทษจำเลย (ผู้ต้องหาที่ 2) ว่ามีความผิดตามฟ้องโจทก์ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน
สำหรับคดีที่ 1 นี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีร่วมกันฟอกเงินมายังสำนักงางานอัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 มีนายชนนพัฒฐ์ หรือ กฤต หรือ กิต หรือ กริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ หรือตั๊ก แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2
ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2565 อัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ฐานร่วมกันกันฟอกเงินตามข้อกล่าวหา และได้ส่งสำนวนให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พิจารณาตามกฎหมาย
วันที่ 27 เมษายน 2566 รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภค 9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเพิ่มเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมายังพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด จึงได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่ง จนเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดแล้ว
วันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของความผิดฐานฟอกเงิน และผู้ต้องหาที่ 1 มีการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น ทั้งนี้ ไม่จำต้องอาศัยความผิดมูลฐานในคดีเดียวกันเป็นเงื่อนไขว่าจะต้องมีการดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐาน หรือมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดมูลฐานเสียก่อนจึงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำควาความผิดฐานได้
อีกทั้งผู้ต้องหาที่ 1 ยังได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ฯ ในสำนวนที่มีการแยกดำเนินคดีโดยมีผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ฯ ด้วยแล้ว
การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฟอกเงินในสำนวนคดีนี้ จึงได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ หรือ กฤต หรือ กิด หรือ กริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ หรือตั๊ก แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,60 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2556 มาตรา 5,6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 5, 7, 10 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และให้แจ้งพนักงานสอบสวนให้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 48 ต่อไปด้วย
คดีที่ 2 คดีของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ที่กล่าวหานายชนนพัฒฐ์ หรือ กฤต หรือ กิต หรือ กริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 นั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้แก่อัยการจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 อัยการจังหวัดสงขลา มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง และได้ส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด
วันที่ 18 กันยายน 2567 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม
วันที่ 8 มกราคม 2569 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการสูงสุด
วันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ หรือ กฤต หรือ กิต หรือ กริช นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา4, 4,4 ทวิ 5, 12 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2504 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และใช้อำนาจอัยการสูงสุดตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 15 อนุญาตให้ฟ้องนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9 (เนื่องจากพันกำหนดเวลาผัดฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ตามกฎหมาย)
ส่วนกรณีความผิดฐานร่วมกันน้ำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดในทางสอบสวนว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์โด เป็นข้อมูลที่มีการบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แต่กลับได้ความว่าเป็นข้อมูลที่มีการชักชวนให้เข้าเล่นการพนันจริง จึงมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าว และยังมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอกที่ยึดได้ว่าเป็นของผู้ต้องหาทั้งสองหรือไม่ และหากเกี่ยวข้องก็ให้พนักงานอัยการนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าวในชั้นพิจารณาของศาลต่อไปด้วย
ขั้นตอนหลังจากนี้คือ พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามคำสั่งของอัยการสูงสุด และนำตัวนายชนนพัฒฐ์ หรือ กฤต หรือกิต หรือ กริช นาคสั้ว นายภัทรศักดิ์ หรือตั๊ก แสงสว่าง และนายณัฐวุฒิ หรือบอย จันทร มาส่งพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาลต่อไป




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา