
“…ถ้าไม่มีอะไรผิดคิว-ผิดพลาด นายกรัฐมนตรี แห่งประเทศไทยคนต่อไปจะชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่มีพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวน สส. (ระบบเขตและบัญชีรายชื่อ) จำนวน 193 เสียง เป็น ‘พรรคแกนนำ’ ในการ ‘ฟอร์มครม.’ ที่มี พรรคเพื่อไทยที่มีจำนวน สส.เป็นอันดับสอง 74 เสียง เป็น ‘พรรคแกนหลัก’ โดยมี 13 พรรค ณ ขณะนี้ (25 ก.พ.69) ประกอบร่างเป็น ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ รวม 292 เสียง…”
ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส. อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 8 ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย อัปเดตตัวเลขจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด (25 ก.พ.69) ว่า มีทั้งหมด 15 พรรค 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคใหญ่ 2 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง และ พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคเล็ก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคเล็ก ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรค 1 เสียง 8 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมใจไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคโอกาสใหม่
อ่านประกอบ : 'โฆษกภูมิใจไทย' อัปเดต รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล-หนุน 'อนุทิน' นายกฯอีกสมัย 13 พรรค 286 เสียง
9 เม.ย.69 เดดไลน์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 475 คน ถ้าไม่มีอะไรผิดคิด-ผิดพลาด นายกรัฐมนตรี แห่งประเทศไทยคนต่อไปจะชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่มีพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวน สส. (ระบบเขตและบัญชีรายชื่อ) จำนวน 193 เสียง เป็นแกนนำในการ ‘ฟอร์มครม.’ ที่มี พรรคเพื่อไทยที่มีจำนวน สส.เป็นอันดับสอง 74 เสียง เป็น ‘พรรคแกนหลัก’ โดยมี 13 พรรค ณ ขณะนี้ (25 ก.พ.69) ประกอบร่างเป็น ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ รวม 292 เสียง
ช็อตหลังจากเลือกนายกรัฐมนตรี และการเสนอรายชื่อรัฐมนตรี จำนวน ไม่เกิน 36 คน (รวมนายกรัฐมนตรี) แล้ว คือ การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
@ นโยบายเรือธงภูมิใจไทย-เพื่อไทย
สำหรับ ‘นโยบายเรือธง’ ด้านเศรษฐกิจ ที่หาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย คือ ‘คนละครึ่งพลัส’ ประชาชนทั่วไปได้สิทธิคนละ 2,000 บาท คนที่อยู่ในระบบภาษีได้สิทธิคนละ 2,400 บาท วงเงินที่ใช้ประมาณ 44,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีนโยบายเรือธง ‘ด้านความมั่นคง’ คือ ‘สร้างกำแพงชายแดนป้องกันภัยรุกราน’ ความยาว 100 กิโลเมตรในปีแรก วงเงินที่ใช้ 866 ล้านบาท รวมถึงการประกาศยกเลิก MOU 44
ขณะที่ ‘นโยบายเรือธง’ ของพรรคเพื่อไทย คือ ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ โดยนำใบเสร็จจากการจับจ่ายใช้สอยทุกประเภทสินค้าและบริการ ใบเสร็จใช้ได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านรถเข็น ร้านอาหารริมทาง ไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีแทนการบังคับ ด้วยการสุ่มจับรางวัลจากเลขใบเสร็จ 5 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท
อีก 4 รางวัลมาจากการสุ่มจับเลขบัตรประชาชน ได้แก่ 1.เกษตรกร 2.ผู้สูงอายุ 3.อาสาสมัครเพื่อสังคม เช่น อสม. ชรบ. กู้ภัย ทหารผ่านศึก 4. ผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ รางวัลละ 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีนโยบายสมัยที่ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ เคยทำไว้แต่ไม่ประสบสำเร็จ ได้นำมาใส่ไว้ในนโยบายที่ส่งให้กกต.ด้วย อาทิบ้านเพื่อคนไทย หวยเกษียณ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย/Feeder และ รถเมล์ 10 บาทตลอดสาย
ทั้งนี้ มีอีก 1 นโยบายที่เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ คือ โครงการแลนด์บริดจ์ แต่ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ไม่ได้บรรจุไว้ในนโยบายหาเสียงที่ส่งให้กับกกต. ดังนั้นจึงต้องจับตาว่า ‘นโยบายของรัฐบาล’ จะมีโครงการเมกะโปรเจกต์นี้หรือไม่
@ มิกซ์นโยบายภูมิใจไทย-เพื่อไทย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) พาไปสำรวจนโยบายหลัก-นโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยที่ใช้ในการหาเสียงและส่งให้ กกต. มาดูกันว่ามีนโยบายไหนที่เหมือนกัน-แตกต่างกัน ก่อนทั้งสองพรรคจะร่วมกันร่างนโยบายและแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อไป
พรรคภูมิใจไทย
นโยบายด้านการศึกษา
1.การศึกษาเท่าเทียมพลัส (เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา)
-
Online Learning Platform เรียนฟรีออนไลน์
-
Skill Bridge สะพานพาคนไทยสู่อนาคต เรียนจบมีงานทำ เอกชนร่วมเขียนหลักสูตร
-
Leaning Passport สะสมผลการเรียน เทียบโอนหน่วยกิตได้ เก็บครบรับปริญญาบัตร
นโยบายด้านความมั่นคง
1. สร้างกำแพงกิโลเมตรละ 8.66 ล้านบาท (ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความยาวประมาณ 798 กิโลเมตร)
ทั้งนี้ ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความยาว 798 กิโลเมตร ข้อมูลจากสื่อมวลชนระบุว่า ค่าใช้จ่ายที่กองทัพจะสร้างรั้ว/กำแพงมีดังนี้
-
ค่าโครงสร้างรั้ว/กำแพง เป็นเงิน 7.36 ล้านบาทต่อกิโลเมตร
-
ถ้ารวมถนนลาดตระเวน/ตรวจการณ์จะเพิ่มอีก 1.3 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ทำให้รวมราคาทั้งรั้ว/กำแพงและถนนลาดคตระเวน เป็นเงิน 8.66 ล้านบาทต่อกิโลเมตร
2. ทหารอาสา
-
จำนวน 100,000 คน
-
รายได้ 12,000 บาทต่อเดือน
-
ระยะเวลาประจำการ 4 ปี
-
ฝึกอาชีพ เรียนหนังสือ มีโควตาสอบเป็นนายสิบ
นโยบายด้านสาธารณสุข
1. พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงอายุ (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา)
-
อัตราจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง4ปี
-
75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ
นโยบายลดค่าครองชีพ
1. ค่าไฟฟ้า หน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก)
-
จำนวนครัวเรือนจากทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน
2. มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด
-
นำร่อง 1 แสนคัน
3. คนละครึ่งพลัส (ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย)

@ เพื่อไทย ติดหล่ม จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พรรคเพื่อไทย
นโยบายด้านศึกษาพัฒนาคุณภาพคน
1.นโยบายเรียนได้งบจบได้งาน
2.นโยบาย ODOS
3.นโยบายอาชีวะสร้างชาติสู่อาชีวะสู่สากล
4.นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ (THACCA)
นโยบายลดค่าครองชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามกลุ่มเป้าหมาย
1.บัญชีตั้งตัว เด็กแรกเกิด
2.หวยเกษียณ
3.บ้านเพื่อคนไทย
4. หลักประกันความเสี่ยง อสม. และ ชรบ.
5.งดเว้นภาษีต่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ สำหรับ Riders
6. หลักประกันความเสี่ยงและความมั่นคงแรงงานแพลตฟอร์ม (Riders)
7. รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย/Feeder และ รถเมล์ 10 บาทตลอดสาย
นโยบายแก้หนี้สินและบรรเทาภาระ
1.ล้างหนี้ประชาชน
2.พักหนี้เกษตรกร
3.ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด
4.ล้างหนี้นอกระบบ
นโยบายสินค้าเกษตร
1. ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 %
2. ปลูกป่าด้วยต้นยางพารา 1 ล้านไร่
3.คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์
4. เพิ่มประโยชน์ชาวไร้อ้อย เพิ่มจากเดิม (70:30)
5. Cloud Kitchen : คนมีกิน เกษตรมีใช้
นโยบายพัฒนาทักษะ AI
1. AI For All
นโยบายส่งเสริม SMEs และสตาร์อัพ
1.e-commerce สัญชาติไทย
2.รัฐเป็นลูกค้าของ SMEs
3. สถาบันค้ำประกันสินเชื่อ NacGA
4. 1 อำเภอ 1 สตาร์ทอัพ
นโยบายสิ่งแวดล้อม
1. พ.ร.บ.อากาศสะอาด
2. แผนรับมือโลกรวน (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)
นโยบายปฏิรูปกฎหมายและบริการภาครัฐ
1. พ.ร.บ. Universal Design ผลักกันกฎหมายให้การออกแบบถนน อาคาร คำนึงถึงทุกคน เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้ง่ายมากขึ้น
2.บริการภาครัฐแพลตฟอร์มเดียว สร้างแพลตฟอร์ม One Stop Service บริการประชาชนในที่เดียว
3. AI Government รัฐดิจิทัลอัจฉริยะ โปร่งใส ฉับไว
4. ยกเครื่องท้องถิ่น
นโยบายปราบยาเสพติดและสแกมเมอร์
1.ปราบยาเสพติด-สแกมเมอร์ไม่จบไม่เลิก
นโยบายด้านสาธารณสุข
1. 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วย AI
2. 30 บาทรักษาทุก (ข์) ใจ
นโยบายด้านพลังงานและค่าไฟฟ้า
1. ปลดล็อคพลังงานสะอาด สร้างอธิปไตยพลังงานด้วยแสงอาทิตย์
2. ลดค่าไฟ ไม่เกิน 3.70 บาท

นโยบายด้านประชาธิปไตย หรือ ‘จุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ’
1.จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
2. ปฏิรูปองค์กรอิสระให้ยึดโยงประชาชน
3.นำระบบถอดถอนออกจากตำแหน่งมาใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ โดยให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนได้
4. เงื่อนไขยุบพรรคให้มีเฉพาะกรณีล้มล้างการปกครองเท่านั้น
5.เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความพร้อม/ตั้ง ‘สำนักงานคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติ’ มากำกับการปกครองส่วนท้องถิ่นแทนกระทรวงมหาดไทย
นโยบายการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและรับสินบน อาทิ
1. ให้ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตั้งแต่บรรจุเป็นข้าราชการ และยื่นทุก 5 ปี และกรณีเปลี่ยนตำแหน่ง
2. ปรับปรุงกฎหมายให้การอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างต้องทำในรูปคณะกรรมการ (บอร์ด)
3. ห้ามไม่ให้ข้าราชการในหน่วยงานที่สำคัญของรัฐ ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้วไปเป็นที่ปรึกษาหรือลูกจ้างในภาคเอกชน ซึ่งมีกิจการเกี่ยวข้องกันภายใน 5 ปี
4.โครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ก่อนประกาศให้มีการจัดซื้อจัดจ้างให้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานก่อน
ทั้งหมด คือ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยที่เขียนไว้ใน ‘กระดาษ’ - ก่อนรู้ผลเลือกตั้ง ส่วนใน ‘ทางปฏิบัติ’ จะ ‘ทำได้จริง’ หรือ ‘ทำได้แค่ฝัน’ 4 ปี หลังจากนี้ คือ คำตอบ...โดยมี ‘จุดยืน’ ที่เป็นนโยบายด้านการเมืองเป็น ‘จุดพลิก-จุดตัด’ ของ ‘รัฐบาลน้ำเงิน-แดง’
อ่านข่าวและรายงานที่เกี่ยวข้องประกอบ :
- 'เอกนิติ' หัวหน้าทีมเศรษฐกิจภูมิใจไทย เข็น 'ไทยแลนด์ 10 พลัส' ปั๊ม จีดีพี 3 +
- นพ.พรหมินทร์ : 2 ปีรบ.เพื่อไทย ไม่พ้นกับดักกม.-ขรก.ประจำ ‘แจกเงินหมื่น-คอมเพล็กซ์’ ไม่ฝืน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา