
‘ชัชชาติ’ ส่งสัญญาณไปต่อรอบสมัย 2 แต่ยอมรับพรรคประชาชนกวาดคะแนนกทม.พุ่งงานยาก ชนะยาก ชี้นโยบายยึดการทำเส้นเลือดฝอย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2569 วานนี้ (7 พ.ค. 69) ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระในวันที่ 21 พ.ค.69 โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สรุปบทเรียนและสั่งการทิ้งท้ายในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การประเมินผลงานและหัวใจของการทำงานเพื่อประชาชน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี กทม. มีคนเก่งจำนวนมาก และเสียงสะท้อนจากประชาชนชี้ให้เห็นว่าการทำงานดีขึ้น แม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่มีผลงานที่ตอบโจทย์ประชาชน สำหรับคะแนนการทำงาน ตนให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน แต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานมาอย่างดี และขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
2. การจัดการคนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอยในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เรื่องคนไร้บ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี จึงอาจทำให้คนไร้บ้านมากขึ้น ขอให้สำนักงานเขตเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ชวนคนไร้บ้านมาที่บ้านอิ่มใจ ซึ่งยังมีที่ว่างรองรับได้อีกกว่า 100 คน โดยเน้นการทำความเข้าใจและให้เหตุผลมากกว่าการบังคับ
ส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอย ให้ยึดแนวทางเดิมอย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร ห้ามแอบอ้างว่าผู้บริหารชุดใหม่จะอนุญาตให้กลับมาขายได้ และสั่งให้ฝ่ายเทศกิจตรวจตราให้ถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของทางเท้า
3. การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและโครงการก่อสร้าง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เร่งทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้าง พร้อมสั่งการให้เร่งลอกท่อ ลอกคลอง และตรวจสอบโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชน
4. การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนจากผลกระทบโครงการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังได้แสดงความเป็นห่วงโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องยุง น้ำเสีย และปัญหาบ้านร้าว โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สำนักการระบายน้ำเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากที่สุด
5. ความรัดกุมในการจดทะเบียนและแจ้งเกิดต่างด้าว
จากกรณีพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของบุคคลต่างด้าวในเขตที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้กำชับให้ทุกเขตสำรวจกระบวนการทำงานให้รัดกุม ไม่ใช้เพียงวิจารณญาณของคนคนเดียว และให้ติดตามตัวเลขการแจ้งเกิดที่พุ่งสูงผิดปกติเพื่อป้องกันความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่
6. การวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง
ส่วนเรื่องสุดท้าย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกคนรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดูแลผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานในระยะยาวของ กทม.
● บทส่งท้ายจากใจคณะผู้บริหาร
นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่า ได้พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้ โดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้าของบุคลากรและการสอบเลื่อนตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการกระจายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งปัจจุบันทำได้ดี และควรนำบทเรียนจากจุดอ่อนจุดแข็งที่ผ่านมาไปพัฒนาให้ชัดเจนและดียิ่งขึ้น
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำชับว่า ข้าราชการประจำต้องอยู่กับ กทม. ไปจนเกษียณอายุราชการ ขณะที่ฝ่ายการเมืองมาแล้วก็ไปในระยะเวลา 4 ปี ดังนั้น ความสำเร็จของงานจะเกิดขึ้นได้ หากทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและตัวข้าราชการเอง
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า “อย่ายึดติดกับคน กทม. ต้องพัฒนาต่อเนื่อง” พร้อมขอให้ช่วยกันทำระบบให้พัฒนาต่อเนื่อง เพราะคนมาแล้วก็ไป แต่ระบบที่เข้มแข็งจะทำให้เมืองพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
ส่งท้ายด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้กล่าวขอบคุณทุกคน พร้อมเล่าถึงคำสอนของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่ว่า ให้ทำงานเหมือนจะอยู่เพียงวาระเดียว เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้น และสร้างระบบที่แข็งแกร่งจนคนในหน่วยงานสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองและเก่งขึ้น พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้ในอนาคตจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นประชาชน ก็จะยังคงเป็น “ประชาชนที่น่ารัก” และช่วยตรวจสอบเมืองผ่าน Traffy Fondue ต่อไป
@ส่งสัญญาณไปต่อสมัยที่ 2
ส่วนแนวโน้มในการลงชิตำแหน่งสมยที่ 2 นั้น นายชัชชาติกล่าวว่า มีโอกาสสูงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ เพื่อทำงานให้ต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ขอทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.ให้ดีที่สุดจนกว่าจะครบวาระ แล้วจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับทีมงานบริหารนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นชุดเดิม แต่อาจมีการพิจารณาเรื่องตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอีกครั้งในอนาคต
นายชัชชาติ ระบุว่าไม่กังวลกับการที่ผู้สมัครรายอื่นเริ่มเปิดตัว เพราะมองว่าเป็นเรื่องดีตามระบอบประชาธิปไตยที่จะทำให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลายและเกิดไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนาเมือง ซึ่งปัจจุบันตนยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนในฐานะผู้ว่าฯกทม.จึงต้องให้ความสำคัญกับปัจจุบันให้ดีที่สุด
“สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ยอมรับว่ามีโอกาสสูงที่จะไปต่อ แต่ขอทำหน้าที่ผู้ว่าฯ ในปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อนจนกว่าจะครบวาระ ส่วนแลนด์สไลด์นั้น ผมพูดตรงๆ ว่าไม่มีทาง เพราะผลเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด เห็นชัดเจนว่าพรรคประชาชนมีความเข้มแข็งมากและได้รับความนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ” นายชัชชาติ กล่าว
“การแข่งขันครั้งนี้จึงจะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้น และเราต้องทำเต็มที่โดยไม่มองใครเป็นศัตรู แต่เสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ หากเราได้กลับมาทำงานต่อ ก็นำนโยบายดีๆ ของคนอื่นมาใช้ได้ หรือถ้าเราไม่ได้กลับมา นโยบายของเราที่เป็นประโยชน์ คนอื่นก็นำไปใช้ได้เช่นกัน” นายชัชชาติกล่าว
@ต่างฝ่ายต่างยาก
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนเปิดตัวผู้ว่าฯกทม. ก็ระบุว่า สนามกทม.แข่งกับนายชัชชาติยาก นายชัชชาติ กล่าวว่า “พรรคประชาชนก็ทำให้เรายากเหมือนกัน เพราะเขามีเสียงที่เข้มแข็งมากในกทม. ดีแล้ว ยากทำให้เราทำงานเต็มที่”
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่กล้ามั่นใจเพราะต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก และไม่ได้คาดหวังหรือกังวลอะไร เนื่องจากเป็นการทำงานที่อิสระและไม่ได้ลงทุนด้วยตัวเงิน จึงไม่มีอะไรต้องเสียหากไม่ได้ไปต่อ
เชื่อว่าผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งย่อมมีทั้งคนที่มีความเห็นพึงพอใจและไม่พึงพอใจเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อถามถึงความสำคัญและการสนับสนุนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ส.ก.เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผ่านกฎหมายและงบประมาณ จึงอยากได้ ส.ก. ที่มีคุณภาพ โปร่งใส และทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศสนับสนุนกลุ่มใดเป็นพิเศษ แต่ในอนาคตหากพบว่าผู้สมัครรายใดมีแนวทางการทำงานที่เข้ากันได้ดีก็อาจพิจารณาสนับสนุนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงนโยบายการทำงานในอนาคต นายชัชชาติยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าแนวคิดเส้นเลือดฝอย ควบคู่ไปกับเส้นเลือดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาพัฒนาประสิทธิภาพของเมืองให้สูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนเห็นผลจากการเน้นเส้นเลือดฝอยที่เข้าไปถึงชีวิตประจำวันของทุกคนได้ดีขึ้น แต่ทั้งสองส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมกัน เหมือนร่างกายที่ต้องมีทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยที่แข็งแรง
เมื่อถามถึงประเด็นการบริหารงบประมาณ กทม.ที่ผ่านมา นายชัชชาติ กล่าวว่า ยึดหลักงบประมาณสมดุล โดยในปี 2568 มีรายได้เกินกว่าประมาณการกว่า 5,000 ล้านบาท จากการประหยัดค่าใช้จ่ายและการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเงินส่วนต่างเหล่านี้จะสะสมไว้เป็นเงินสะสมจ่ายขาดหรือ “เงินในตุ่ม” เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและใช้หนี้สะสมที่เกิดขึ้นในอดีต
โดยเฉพาะการจ่ายหนี้รถไฟฟ้า BTS กว่า 60,000 ล้านบาท ยอมรับว่าเป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องมาหลายสิบปีจากผู้บริหารชุดก่อนๆ และตนมีหน้าที่บริหารจัดการต่อเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนงบประมาณสำหรับผู้บริหารในอนาคต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา