‘บอร์ด กสทช.’ ไฟเขียวกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาตฯ ‘ค่ายมือถือ’ เพิ่มเติม ต้องควบคุมสัญญาณ ‘โทรศัพท์’ ไม่ให้ล้ำข้ามเขตแดน ป้องกัน ‘ภัยไซเบอร์’ พร้อมอนุมัติ ‘งบ กทปส.’ สนับสนุน 7 โครงการ
........................................
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันนี้ (4 ก.พ.) มีมติเห็นชอบแนวทางการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการป้องกันประชาชนจากการเป็นเหยื่อของผู้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.ให้สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบการดำเนินการตามเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณชายแดน ตามมติ กสทช. ครั้งที่ 11/2568 หากกรณีตรวจสอบพบสถานีวิทยุคมนาคมใดไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใด กสทช. อาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมฯ ต้องดำเนินการติดตั้ง small cell ให้แล้วเสร็จในพื้นที่ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมฯ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการของประชาชนตามเดิม]
2.เห็นชอบให้กำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาตเพิ่มเติมให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยต้องควบคุมไม่ให้สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ล้ำข้ามเขตแดนของประเทศไทย อันเป็นเหตุให้ถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. แจ้งมติ กสทช. ตามข้อความข้างต้น ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว หากตรวจสอบพบว่าสัญญาณล้ำข้ามเขตแดนประเทศไทยและก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามมาตรการทางปกครอง ตั้งแต่การเตือน เปรียบเทียบปรับ การพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป
นายไตรรัตน์ ระบุว่า ที่ประชุม กสทช. ยังพิจารณาเห็นชอบโครงการที่เสนอขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เพิ่มเติม อีกจำนวน 7 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการส่งเสริมการเรียนเทคโนโลยี AioT ในโรงเรียน งบประมาณ 9,702,038 บาท (2) โครงการศึกษาแนวทางในการยกระดับการสื่อสารทางทะเล งบประมาณ 10,325,125.50 บาท
(3) โครงการพัฒนาเครือข่ายโทรเวชกรรมเพื่อการวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร งบประมาณ 14,526,694.50 บาท (4) โครงการนำร่องการอบรมครูระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในเขตพื้นที่ USO NET งบประมาณ 6,403,629 บาท (5) โครงการสร้างแรงจูงใจและพัฒนาเยาวชนให้มีศักยภาพด้านทักษะดิจิทัล งบประมาณ 11,965,896 บาท
(6) โครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวงและร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ งบประมาณ 7,935,253.75 บาท (7) โครงการสร้างความตระหนักรู้ และการเข้าถึงสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม งบประมาณ 10,208,859.30 บาท
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ความเหมาะสมการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก ของบริษัท สุขทรรศน์ จำกัด ช่องรายการ SHOP CHANNEL และเห็นควรอนุญาตให้บริษัทฯ ประกอบกิจการฯ ช่องรายการ SHOP CHANNEL โดยให้การกำหนดอายุใบอนุญาตเป็นไปตามผลการพิจารณาประวัติการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนี้
1.หากข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหามีผลการพิจารณาจาก กสทช. เป็นที่ยุติว่าเป็นการกระทำความผิด ให้มีอายุใบอนุญาตไม่เกินกว่าที่เคยได้รับครั้งก่อน โดยกำหนดให้มีอายุใบอนุญาต 5 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุด และ 2.หากข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหามีผลการพิจารณาจาก กสทช. เป็นที่ยุติว่าไม่เป็นการกระทำความผิด ให้มีอายุใบอนุญาตเท่ากับกรณีที่ไม่ปรากฏการกระทำความผิด หรือถูกร้องเรียน โดยกำหนดให้มีอายุใบอนุญาต 10 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา