
“…พยานหลักฐานของผู้ร้อง (กกต.) มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) กับนายณัฏฐกรณ์ และผู้คัดค้านกับ พล.ต.ต.มณเฑียรต่างสมยอมจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนซึ่งกันและกันเพื่อให้มีโอกาสได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2…”
...............................................
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ศาลฎีกาเผยแพร่คำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 1/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 65/2569 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง กับ ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม ผู้คัดค้าน เรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ในคดีนี้ มีรายละเอียด ดังนี้
@‘กกต.’ร้อง‘ผู้สมัครฯ’ทุจริตเลือก‘สว.’สมยอมแลกคะแนน
ผู้ร้อง (กกต.) ยื่นคำร้องว่า เนื่องด้วยมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2567 ผู้ร้องจึงประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยกำหนดวันเลือกระดับอำเภอวันที่ 9 มิ.ย.2567 วันเลือกระดับจังหวัด วันที่ 16 มิ.ย.2567 และวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิ.ย.2567 กับกำหนดวันสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันที่ 24 พ.ค.2567
ต่อมาผู้คัดค้าน นายณัฏฐกรณ์ เขียวสนาม และพล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี
ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี ผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ติดต่อนายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียร ตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ผู้คัดค้านไม่ลงคะแนนให้แก่นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียรตามที่ตกลงกันไว้
ถือได้ว่าการกระทำของผู้คัดค้าน นายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต.มณเฑียร เป็นการสมยอมจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกัน ซึ่งไม่ใช่การลงคะแนนเลือกกันเองของบุคคล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคมอาชีพ
จึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภา ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
ผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร ไม่ได้สมยอมจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนน แต่เป็นการลงคะแนนเลือกกันเองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้คัดค้านแนะนำตัวตามวิธีการและเงื่อนไขตามที่ผู้ร้องกำหนด นายณัฏฐกรณ์ พล.ต.ต.มณเฑียร นายอมร กระจาด และนายสมนึก จัตตุวัฒนา ร่วมมือกันกลั่นแกล้งผู้คัดค้านขอให้ยกคำร้อง
พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนประกอบสำนวนการไต่สวนของผู้ร้อง (กกต.) แล้ว
ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า ได้มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2567 ผู้ร้องจึงประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยกำหนดวันเลือกระดับอำเภอวันที่ 9 มิ.ย.2567 วันเลือกระดับจังหวัดวันที่ 16 มิ.ย.2567 และวันเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิ.ย.2567
กับกำหนดวันสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 ถึงวันที่ 24 พ.ค.2567 ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา เอกสารหมาย ร.ค.3
หลังจากนั้นผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) นายณัฏฐกรณ์ เขียวสนาม พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช นายอมร กระจาด และนายสมนึก จัตตุวัฒนา สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567 ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 รอบการเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ผลการนับคะแนนปรากฏว่าผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 10 ได้ 4 คะแนน นายณัฏฐกรณ์ ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 2 ได้ 1 คะแนน และพล.ต.ต.มณเฑียร ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 4 ได้ 1 คะแนน โดยมีการบันทึกเหตุการณ์การเลือกในวันดังกล่าวไว้ ตามแผ่นดีวีดีหมาย วร.1 ซึ่งมีคลิปวิดีโอ 4 คลิป
ต่อมาวันที่ 18 มิ.ย.2567 นายอมร ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 หมายเลข 12 มีหนังสือร้องเรียนกล่าวหาว่า ผู้คัดค้านกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 และมาตรา 77 (4) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
ผู้ร้อง (กกต.) ทำการไต่สวนแล้วเห็นว่า กรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การกระทำของผู้คัดค้าน ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567 เป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) กับนายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต.มณเฑียร สมยอมโดยตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567 อันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การเลือกไม่ได้ เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่
ผู้ร้อง (กกต.) มีนายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต. มณเฑียร มาเป็นพยานเบิกความว่า ทั้งนายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร ต่างตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกับผู้คัดค้านในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี
โดยผู้คัดค้านติดต่อกับนายณัฏฐกรณ์ ทางแอปพลิเคชันไลน์แล้วนัดพบกันที่ร้านกาแฟอเมซอน ตลาดวงแหวนลำลูกกาคลองห้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และมีการตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกัน ส่วน พล.ต.ต.มณเฑียร มีอดีตผู้บังคับบัญชาแนะนำ จึงโทรศัพท์ไปพูดคุยกับผู้คัดค้าน
ต่อมาวันที่ 15 มิ.ย.2567 พล.ต.ต.มณเฑียรกับผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) นัดพบกันที่ร้านกาแฟที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. แยกสันติสุข ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี รอบการเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน
ผู้คัดค้านไม่ได้ลงคะแนนเลือกนายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียร นายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต.มณเฑียรต่อว่าผู้คัดค้าน ที่ไม่ลงคะแนนให้ตามที่ตกลงกัน ผู้คัดค้านบอกว่า “เดี๋ยวค่อยคุยกัน”
และผู้ร้อง (กกต.) มีนายสมนึก กับนายอมร เป็นพยานเบิกความว่า นายสมนึกเป็นผู้แนะนำให้ผู้คัดค้านรู้จักกับนายณัฏฐกรณ์ และก่อนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี ในการนัดพบกันของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี ที่ร้านกาแฟอเมซอน ตลาดวงแหวนลำลูกกาคลองห้า
นายสมนึกเห็นผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์นั่งพูดคุยกันเป็นเวลานาน แล้วนายณัฏฐกรณ์ บอกนายสมนึกว่า ได้คู่กับผู้คัดค้านแล้ว ส่วนนายอมรเห็นผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์นั่งพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายกัน นายณัฏฐกรณ์บอกนายอมร ว่า “ผมได้คู่แล้ว” ส่วนผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) บอกว่า “โอเค ผมได้จับคู่เรียบร้อยแล้ว”
ต่อมาในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี เมื่อนับคะแนนรอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันเสร็จแล้ว นายสมนึกได้ยินนายณัฏฐกรณ์ ต่อว่าผู้คัดค้านว่า “ทำไมทำกันแบบนี้” และ พล.ต.ต.มณเฑียร ก็ต่อว่าผู้คัดค้านในทำนองเดียวกัน ส่วนนายอมรได้ยินนายณัฏฐกรณ์พูดกับผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ว่า “กูไม่คุยกับมึง” จากนั้นเห็น พล.ต.ต.มณเฑียร พูดทำนองว่า “ทำไมทำกันแบบนี้”
นอกจากนี้ ผู้ร้อง (กกต.) ยังมีนายสุรชัย สาขะยัง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เป็นพยานเบิกความว่า จากการไต่สวนเชื่อว่านายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร ตกลงกับผู้คัดค้านที่จะลงคะแนนให้แก่กันจริง ซึ่งเป็นการสมยอมลงคะแนนให้แก่กันโดยจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา แม้ผู้คัดค้านจะไม่ได้ลงคะแนนให้แก่นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียรตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว
ส่วนผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า นายสมนึกเป็นผู้แนะนำให้ผู้คัดค้านรู้จักกับนายณัฏฐกรณ์ที่วัดเขียนเขต ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ต่อมาในวันที่นายสมนึกนัดผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภากลุ่มอื่นๆ ที่ร้านกาแฟอเมซอน ตลาดวงแหวนลำลูกกาคลองห้า ผู้คัดค้านแนะนำตัวกับผู้สมัครอื่นรวมถึงนายณัฏฐกรณ์ด้วย
ส่วนพล.ต.ต.มณเฑียรโทรศัพท์มาหาผู้คัดค้านเพื่อแนะนำตัว และพบกันในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ จังหวัดปทุมธานี ผู้คัดค้านไม่ได้ไปพบ พล.ต.ต.มณเฑียรที่ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. แยกสันติสุข ผู้คัดค้านไม่ได้ตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนกับนายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต.มณเฑียร
โดยหลังจากทราบผลคะแนนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี รอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันแล้ว ผู้สมัครแต่ละคนเดินออกไปจับกลุ่มพูดคุยกัน ผู้คัดค้านได้ยินผู้สมัครที่ไม่ผ่านการเลือกรอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันพูดจาไม่พอใจกับผลคะแนน แต่ไม่ทราบว่าผู้ใด และผู้สมัครกลุ่มอื่นๆ ก็มีพฤติการณ์คล้ายกัน แต่ไม่มีผู้ใดโวยวายหรือต่อว่าผู้คัดค้านแต่อย่างใด
และผู้คัดค้านมีนายวิรัช ไผ่นวล กรรมการประจำสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 และนายอำพร หนองแสง ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 หมายเลข 14 เป็นพยานเบิกความว่า
หลังจากทราบผลการนับคะแนนในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี รอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันแล้ว นายวิรัชและนายอำพร ไม่เห็นนายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียรแสดงอาการไม่พอใจผู้คัดค้าน และไม่มีผู้สมัครคนใดแสดงความไม่พอใจกับผลการนับคะแนน ตลอดจนไม่มีการทักท้วงการลงคะแนน การนับคะแนนและการประกาศผลการนับคะแนนของกลุ่มที่ 2
@พยานหลักฐานมีน้ำหนักฟังได้ว่า ‘สมยอมจับคู่แลกคะแนน’
เห็นว่า นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียร ต่างเบิกความถึงเหตุการณ์ในส่วนของตนที่ได้รู้จักผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ตลอดจนวิธีการติดต่อระหว่างตนกับผู้คัดค้าน จนนำไปสู่การนัดพบแล้วตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันต่อเนื่องเป็นลำดับ
เมื่อผลการนับคะแนนในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 ในการเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ปรากฏว่า ผู้คัดค้านไม่ได้ลงคะแนนให้แก่นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียรตามที่ได้ตกลงกันไว้ นายณัฏฐกรณ์และ พล.ต.ต.มณเฑียร จึงเข้าไปต่อว่าผู้คัดค้าน
สอดคล้องกับคำเบิกความของนายสมนึกและนายอมร โดยนายสมนึกเบิกความยืนยันว่า เป็นผู้แนะนำให้ผู้คัดค้านรู้จักและติดต่อกับนายณัฏฐกรณ์ และพยานทั้งสองยังยืนยันอีกว่า เห็นผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์ นั่งพูดคุยกันจนทราบว่าบุคคลทั้งสองได้จับคู่กันเรียบร้อยแล้ว
ทั้งยังเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียรเข้าไปต่อว่า ผู้คัดค้านในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานีกลุ่มที่ 2 อีกด้วย
ประกอบกับเมื่อพิจารณาบทสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างนายณัฏฐกรณ์และผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) เอกสารหมาย ร.ค.1 หน้าที่ 73 ถึงหน้าที่ 107 ตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ จังหวัดปทุมธานี
เห็นได้ว่าเป็นการสนทนากันตามปกติและมีลักษณะสนับสนุนซึ่งกันและกันมาโดยตลอด จนถึงช่วงเวลาก่อนมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 ซึ่งมีการกล่าวถึงการนัดพบและส่งตำแหน่งสถานที่นัดพบให้แก่กันก่อนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดจังหวัดปทุมธานี
สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ได้ความจากนายณัฏฐกรณ์ว่า ได้นัดพบกันที่ร้านกาแฟอเมซอน ตลาดวงแหวนลำลูกกาคลองห้า และตกลงจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันในวันดังกล่าว
และบทสนทนาตาม เอกสารหมาย ร.ศ.1 หน้าที่ 108 ถึงหน้าที่ 112 ระหว่างผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์ในช่วงเวลาหลังจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 ผ่านพ้นไปแล้ว จะเห็นได้ว่าข้อความที่นายณัฏฐกรณ์ส่งให้ผู้คัดค้านเปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะเป็นการประชดประชันเสียดสีผู้คัดค้าน
ประกอบกับภาพอากัปกิริยาของนายณัฏฐกรณ์ที่มีต่อผู้คัดค้านที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่ 6 นาทีที่ 9.50 ในแผ่นดีวีดีหมาย วร.1 สอดคล้องกับที่นายณัฏฐกรณ์ นายอมร นายสมนึก และพล.ต.ต.มณเฑียร เบิกความในทำนองเดียวกันว่า
หลังทราบผลการลงคะแนนว่าผู้คัดค้านไม่ลงคะแนนให้นายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียรตามที่ตกลงกัน นายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียร จึงเข้าไปต่อว่าผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านพูดจาบ่ายเบี่ยงทำให้นายณัฏฐกรณ์แสดงท่าทางปฏิเสธไม่ต้องการสนทนาด้วย
และข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการไต่สวนว่า นายอมร นายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร ต่างไม่รู้จักกับผู้คัดค้านมาก่อน โดยเพิ่งรู้จักกันเนื่องจากสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2 ด้วยกัน
และบทสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์ ก่อนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี ก็เป็นไปตามปกติไม่มีข้อความใดแสดงถึงความขุ่นข้องหมองใจกัน ส่วนนายสมนึกกับผู้คัดค้านรู้จักกันมาก่อน แต่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน
ทั้งผู้คัดค้านก็เบิกความรับว่า ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้สมัครรายอื่น จึงไม่มีข้อให้ระแวงสงสัยว่านายอมร นายสมนึก นายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร จะปั้นแต่งเรื่องขึ้นปรักปรำให้ร้ายผู้คัดค้าน
พยานหลักฐานของผู้ร้อง (กกต.) มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) กับนายณัฏฐกรณ์ และผู้คัดค้านกับ พล.ต.ต.มณเฑียรต่างสมยอมจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนซึ่งกันและกันเพื่อให้มีโอกาสได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดปทุมธานี กลุ่มที่ 2
ส่วนที่ผู้คัดค้านนำสืบอ้างว่า ผู้คัดค้านแนะนำตัวกับนายณัฏฐกรณ์ ตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด และผู้คัดค้านไม่ได้ไปพบ พล.ต.ต.มณเฑียร ที่ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. แยกสันติสุข ผู้คัดค้านกับนายณัฏฐกรณ์และพล.ต.ต.มณเฑียร ไม่ได้สมยอมจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกัน
นายสมนึกรู้จักนายณัฏฐกรณ์และนายอมรเป็นอย่างดี และเป็นผู้แนะนำให้ผู้คัดค้านรู้จักนายณัฏฐกรณ์ จึงน่าเชื่อว่านายณัฏฐกรณ์ นายอมร นายสมนึก และพล.ต.ต.มณเฑียรร่วมมือกันกลั่นแกล้งผู้คัดค้านนั้น ก็เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ไม่สมเหตุสมผล และปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุนจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง
ส่วนที่นายวิรัชพยานผู้คัดค้านเบิกความว่า ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดไม่มีการคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและการนับคะแนนการเลือก และทำรายงานว่าเหตุการณ์ปกตินั้น
ก็ได้ความจากนายวิรัชเองว่า หลังการนับคะแนนนายวิรัช ไม่ทราบว่าผู้สมัครจะพูดคุยกันในเรื่องใด และมีเหตุการณ์อื่นหรือไม่ เพราะปฏิบัติหน้าที่อยู่ และการรายงานว่าเหตุการณ์ปกตินั้นคือเหตุการณ์ในส่วนของการนับคะแนน แต่ไม่ทราบว่าจะมีการทุจริตการเลือกหรือไม่
และที่นายอำพรพยานผู้คัดค้านอีกปากหนึ่งเบิกความว่า นายอำพรไม่เห็นเหตุการณ์ที่นายณัฏฐกรณ์โบกมือปฏิเสธไม่คุยกับผู้คัดค้าน ก็ได้ความจากพยานปากนี้ว่า หลังจากทราบผลการนับคะแนนว่าตนไม่ผ่านการเลือกรอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ได้เดินออกจากห้องประชุมและเดินทางกลับโดยไม่ได้พูดคุยกับใครและไม่ได้รู้จักใครมาก่อน
ดังนั้น แม้นายวิรัชและนายอำพร จะไม่เห็นเหตุการณ์ที่มีการต่อว่าผู้คัดค้าน และนายวิรัช รายงานว่าเหตุการณ์การนับคะแนนเป็นปกติ ก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานของผู้ร้องขาดน้ำหนักในการรับฟัง
@พิพากษาถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งฯ‘ร.ต.สรสิน มณีงาม’10 ปี
พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านสมยอมโดยจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันทั้งกับนายณัฏฐกรณ์ และพล.ต.ต.มณเฑียร เพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปทุมธานี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่น ทำให้ผู้สมัครรายอื่นได้รับความเสียหายและไม่เป็นธรรม
และทำให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกภายในกลุ่มเดียวกันตามวิธีที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า
ด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ซึ่งต้องการบุคคลที่เหมาะสม มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในวุฒิสภาเสียไป
การกระทำของผู้คัดค้าน (ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม) ดังกล่าวจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปทุมธานี อันทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 วรรคหนึ่ง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม ผู้คัดค้านมีกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา