
ผ่ามติคจร.หลังเห็นชอบให้ รฟม. เป็นผู้ดูแลรถไฟฟ้าทุกสายสีในกทม.-ปริมณฑล ภายใต้ชื่อ ‘Single Ownership’ กุญแจสำคัญไขนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทของพรรคภูมิใจไทย
รัฐบาลใหม่อำนาจเต็ม เริ่มนับหนึ่งแล้ว
เมื่อการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 9-10 เม.ย.ที่ผ่านมาผ่านไป อันเป็นการสิ้นสุดประเพณีปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปี 2560
ต่อจากนี้ ก็ถือว่ารัฐบาล ‘อนุทิน 2’ เข้าจับเกียร์ กระชับพวงมาลัย เพื่อพารัฐนาวาประเทศไทยไปถึงฝั่ง!
และเมื่อโฟกัสกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกรดเอตลอดกาล รายชื่อรัฐมนตรีว่าการยังเป็น ‘โกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับมานั่งแท่นกระทรวงหูกวางตามเดิม ขนาบข้างด้วย 3 รัฐมนตรีช่วยใหม่ป้ายแดง ทั้ง ‘เดอะโต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’ , ‘เพชร-สรรเพชญ บุญญามณี’ และ ‘นอร์ท-ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’
ในการเข้ากระทรวงวันแรกเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ‘พิพัฒน์’ ประกาศนโยบายเรือธงที่จะเอามาขับเคลื่อนประเทศไทยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การลดค่าใช้จ่ายในระบบขนส่งมวลชน โดยยืนยันว่า นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท มาแน่นอน
“การลดอัตราค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชน ส่วนจะเป็นราคาที่เท่าไร ขอให้รอสรุปการศึกษาก่อน และจะไม่ลดเฉพาะระบบรางเท่านั้น แต่จะเป็นการลดอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะภาพรวมทั้งรถเมล์ เรือโดยสาร เพื่อให้ลดค่าเดินทางครอบคลุม ทั้งรถ ราง เรือ และจะให้ใช้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ และพ.ร.บ.การขนส่งทางรางฯ มีผลบังคับใช้แล้ว เหลือการจัดทำกฎหมายลูกประกอบ ซึ่งหากหน่วยงานเสนอเรื่องเข้ามาก็พร้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าวตอนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกให้รถไฟฟ้าทุกสายสีในกรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถอยู่ใต้ร่มธงอัตราค่าโดยสาร 40 บาทจะต้องทำให้เกิด “Single ownership” หรือการโอนรถไฟฟ้าทุกสายให้หน่วยงานเดียวดูแลก่อน ซึ่งตามความตั้งใจของรัฐบาล รถไฟฟ้าทุกสายสี จะอยู่ใต้การบริหารของ ‘รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย’
“นโยบาย “Single ownership” หรือการโอนรถไฟฟ้าให้ รฟม. บริหารรายเดียวนั้น จะต้องมีการเจรจากับผู้ประกอบการที่มีสัญญาสัมปทาน ซึ่งมีเอกชนเกี่ยวข้อง 2-3 บริษัท จึงยังสามารถตอบได้ตอนนี้ เพราะต้องรอข้อสรุปก่อน โดยหลักการ ยังจำเป็นต้องซื้อคืนสัมปทานไม่เช่นนั้น จะทำเรื่องตั๋วร่วมไม่ได้” นายพิพัฒน์บอกกับสื่อมวลชน

- ‘พิพัฒน์’ชงคมนาคม 4 มิติ สั่งเดินหน้า ‘แลนด์บริดจ์’ ไม่สนเสียงค้าน
- ‘คมนาคม’ ชงครม.ให้ รฟม.คุมรถไฟฟ้าทุกสาย เปิด 2 แนวซื้อคืนสัมปทาน BTS-BEM ไม่ขัดข้อง
@ย้อนรอยไทม์ไลน์ Single Ownership
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เคยรายงานไว้เมื่อเดือนธ.ค. 2568 หรือประมาณ 4 เดือนที่แล้ว คณะกรรมการ 2 ชุดคือ คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งประชุมพร้อมกันเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 มีมติเห็นชอบการมอบให้ รฟม.ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership)
รวมถึง “ให้รับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระหนี้สินของโครงการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ รฟม.เร่งดำเนินการจัดทำสรุปผลการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมและคุ้มค่าของการดำเนินการโดยเปรียบเทียบปริมาณผู้โดยสารและรายได้ที่เพิ่มขึ้น กับภาระค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐต้องชดเชยหรือสูญเสียรายได้ รวมทั้งให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้รายได้ค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้าในอนาคตเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการชดเชยเอกชน เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าแต่ละสายสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไม่ก่อให้เกิดภาระต่อการคลังและเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ”
ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ เหลือเพียงการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบในหลักการต่อไป แต่ยังไม่สามารถเสนอได้ทันการณ์ ก็เกิดการยุบสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ปีเดียวกันเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ สำนักข่าวอิศรา ขอนำเสนอเนื้อหามติที่ประชุมคจร.ที่เห็นชอบการบริหารรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership มานำเสนอดังนี้
เรื่องเดิม กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ รฟม. ดำเนินการในฐานะหน่วยงานรัฐรายเดียวที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) จัดจ้างที่ปรึกษาทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคอิสระสำหรับจัดทำงบประมาณการจำนวนผู้โดยสาร และค่าใช้จ่ายในการเดินรถและการบำรุงรักษา เพื่อประเมินความคุ้มค่าของนโยบาย เพื่อสนับสนุนารดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย
สนับสนุนเพื่อจัดทำแบบจำลองทางการเงิน (Financial Model) ประมาณการกระแสเงินสด และผลประประกอบการ เพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้า ค่าชดเชยตามสัญญาสัมปทานหรือสัญญาว่าจ้างเดินรถกับภาคเอกชนผู้รับสัมปทานการศึกษาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า โดยแสดงผลลัพธ์รถไฟฟ้าแต่ละสายแบบแยกสาย (รายโครงการ) และแบบรวมทั้งระบบโครงข่ายรถไฟฟ้า โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เสนอกระทรวงคมนาคม พิจารณามอบหมาย รฟม. ดำเนินการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการต่อไป
รฟม.ได้ดำเนินการ โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การศึกษาเชิงเทคนิค ซึ่งจะศึกษาการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร (Ridership) และการดำเนินงานและการบำรุงรักษา (Operation & Maintenance) และการศึกษาทางการเงิน โดยสถานะปัจจุบัน รฟม. ได้แจ้งสถานะความคืบหน้าอยู่ระหว่าง รฟม.ลงนามในสัญญาจ้างที่ปรึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร (Rideership Forcecast) การประเมินต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า เมื่อวันที่ 1 ต,ค. 2568
ปัจจุบันอยู่ระหว่างที่ปรึกษาทางเทคนิคจัดเตรียมข้อมูลให้เป็นไปตามขอบเขตที่ รฟม.กำหนดต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของที่ปรึกษาทางการเงิน ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อกำหนดและขอบเขตของงานให้สอดรับกับขอบเขตของงานของที่ปรึกษาทางเทคนิค ก่อนพิจารณาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ปรึกษาตามขั้นตอนกฎหมาย
โดยที่ประชุมมีมติดังนี้
1.เห็นชอบการปรับโครงสร้างโครงการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียว เพื่อทำหน้าที่บริหารรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership รวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการโอนสิทธิ์รายได้และภาระหนี้สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง ตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.มอบหมายให้ รฟม. ดำเนินในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
2.1 เร่งจัดทำสรุปกรอบอัตราค่าโดยสาร เพื่อดำเนินการตามนโยบายฯ รวมทั้งเร่งจดทำสรุปผลการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมและคุ้มค่าของการดำเนินการตามนโยบาย โดยเปรียบเทียบปริมาณผู้โดยสารและรายได้ที่เพิ่มขึ้นกับภาระค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐต้องชดเชยหรือสูญเสียรายได้ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
2.2 ดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมลงทุนและสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาของโครงการรถไฟฟ้ากับเอกชนผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าทุกสายที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้รายได้ค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการชดเชยเอกชน เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าแต่ละสายสามารถให้ประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไม่ก่อให้เกิดภาระต่อการคลัง และเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ และหาแนวทางเจรจากับเอกชนในการให้เอกชนจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าแต่ละสายในระยะแรก ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลใน 90 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ
@รฟม.-กรมราง ศึกษา-ทำกฎหมายต่อ
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยสำนักข่าวอิศราว่า หากที่ประชุมครม.เห็นชอบมติคจร.ดังกล่าวแล้ว 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รฟม.และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ยังมีเรื่องที่ต้องทำต่อ ในส่วนของ รฟม. ก็ต้องไปดำเนินการสรุปผลการศึกษาตามที่คจร.มอบหมายไว้ให้เสร็จ ส่วน ขร. ก็จะต้องไปเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและระเบียบต่างๆต่อไป ส่วนระยะเวลาจะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงเมื่อไหร่ คงต้องไปถามทางฝ่ายนโยบายอีกที
ข้างต้น คือ ทั้งหมดของการผลักดันแนวคิด Single Ownership หนึ่งในกุญแจสำคัญในการไปต่อของนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทภายใต้ร่มธงพรรคภูมิใจไทย
ส่วนรัฐบาลโดยเฉพาะเจ้ากระทรวงทั้งสี่คนจะทำได้สำเร็จลุล่วงหรือไม่
สำนักข่าวอิศรา จะนำมารายงานให้ทราบเป็นระยะๆต่อไป



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา