
เปิดปมโปรเจ็กต์ ‘อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ สนามบินนราธิวาส’ 639 ล้าน หลังติดหล่มสร้างล่าช้าเลยกำหนดสัญญา แต่ ‘กรมท่าอากาศยาน’ แจกข่าวไม่เลิกสัญญา ให้ทำต่อจนเสร็จ พบผู้รับจ้างมี ‘ไชน่าเรลเวย์ฯ’ ร่วมด้วย เสนอราคาต่ำ 20% เปิดค่าปรับคิดเป็นรายวันอยู่ที่ 0.10% ของวงเงินจ้าง ‘คมนาคม’ แจงทย.ไม่อยากใจร้าย ให้ทำต่อให้เสร็จแล้วโดนค่าปรับไป ด้านอดีตรมช.คมนาคม ‘มนพร’ ยันตอนนั้นคิดเลิก แต่มีผู้รับจ้างอ้างมีเหตุทำล่าช้า คาดทั้งโปรเจ็กต์เสร็จจริง พ.ค. 69 นี้
หลังจากที่ ‘กรมท่าอากาศยาน (ทย.)’ เผยแพร่ข่าวว่า จะไม่ยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และสิ่งก่อสร้างประกอบอื่น ๆ พร้อมครุภัณฑ์อำนวยความสะดวกท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส วงเงินโครงการ 800 ล้านบาท ที่มีกิจการร่วมค้าซีไอเอส ประกอบด้วย บริษัท ไอเอสโอ เอนจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับจ้าง
โดยนายดนัย เรืองสอน อธิบดีทย.ระบุว่า สาเหตุของความล่าช้ามาจากผู้รับจ้างขาดแคลนวัสดุและแรงงานที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงปัญหาอุทกภัย
โดยหลังจากที่ความล่าช้าของการก่อสร้างเลยกำหนดสัญญาจ้าง ทย.ได้แจ้งสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับตามสัญญา รวมถึงแจ้งจะบอกเลิกสัญญาจ้างหากไม่มีการเร่งรัดงาน
ซึ่งท้ายที่สุดผู้รับจ้างยืนยันจะทำงานต่อให้แล้วเสร็จและยินยอมเสียค่าปรับให้แก่กรมท่าอากาศยานโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งปัจจุบันผู้รับจ้างได้เร่งรัดงานก่อสร้างขึ้นมาจนมีผลงานรวม 62.62% และกรมท่าอากาศยานจะติดตามประเมินผลงานเป็นระยะ พร้อมเร่งรัดงานก่อสร้างฯ ให้แล้วเสร็จได้ภายในปี 2569
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานแล้วว่า ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. 2568 ช่วงรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผู้กำกับดูแลทย. ณ วันนั้น ‘มนพร เจริญศรี’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เคยให้สัมภาษณ์สื่อตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาผลงานของโครงการในเดือน ก.พ.2568 มีความคืบหน้าเพียง 0.64% ส่งผลให้ภาพรวมของโครงการล่าช้ากว่า 61.27% มีแนวโน้มว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา ดังนั้น ทย.จึงเชิญผู้รับจ้างเข้าประชุมเร่งรัดงานในวันที่ 4 มี.ค.2568 โดยมีเงื่อนไขว่าหากภายใน 2 เดือน โครงการไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินงานเดือนละ 5% ทย.จะยกเลิกสัญญาและแจ้งชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน เนื่องจากผิดสัญญาจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น

- ทย.ไม่เลิกจ้าง ‘กิจการร่วมค้าซีไอเอส’ ทำตึกใหม่ สนามบินนราธิวาส คืบแล้ว 62%
- ไชน่า เรลเวย์ฯ บริษัททุนจีนชื่อรางรถไฟ แต่ได้งานสนามบินนราฯ
@ผ่าเนื้องาน 800 ล้าน
โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างจ้างก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และสิ่งก่อสร้างประกอบอื่น ๆ พร้อมครุภัณฑ์อำนวยความสะดวกท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานนราธิวาส ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 1 แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลางและงบประมาณอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดยลงประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2564 และมีกำหนดยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564
ลักษณะงานโดยสังเขปมี 4 ข้อ ได้แก่
1.ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 12,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารหลังเดิมจำนวน 1 งาน
2.งานปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารหลังเดิมเป็นสำนักงานท่าอากาศยานและพื้นที่รองรับผู้โดยสารในช่วงพิธีฮัจญ์ พื้นที่ใช้สอยรวม 3,000 ตารางเมตร
3.ก่อสร้างอาคารประกอบอื่นๆ ผังบริเวณที่เกี่ยวข้อง เช่น งานต่อเติมหลังคนอเนกประสงค์ เพื่อรองรับผู้โดยสารในช่วงพิธีฮัจญ์, อาคารห้องน้ำ, อาคารจุดตรวจค้นหน้าท่าอากาศยาน, งานถนนโดยรอบอาคาร และงานภูมิสถาปัตยกรรม เป็นต้น
4.งานครุภัณฑ์จัดซื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกอาคารที่พักผู้โดยสาร เช่น งานสายพานลำเลียงสัมภาระ งานสะพานเทียบเครื่องบิน และงานลิฟต์โดยสารและบันไดเลื่อน เป็นต้น
โดยผลการเสนอราคา ประกาศเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2565 มีกิจการร่วมค้า ซีไอเอส เป็นเงินทั้งสิ้น 639,890,000 (หกร้อยสามสิบเก้าล้านแปดแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง โดยเสนอราคาต่ำกว่าประมาณ 20.01%
ซึ่งในการยื่นซองเสนอราคา นอกจากกลุ่มกิจการร่วมค้าซีไอแล้ว พบผู้ที่ยื่นข้อเสนออีก 5 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่สรรพกิจก่อสร้าง, บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม.) จำกัด, บริษัท กิจการร่วมค้า DD จำกัด และบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)



ในส่วนของราคากลางพบว่ามีการคำนวณไว้ ณ วันที่ 18 ส.ค. 64 ระบุแหล่งที่อ้างอิงราคากลางมาจาก หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร กรมบัญชีกลาง และราคาวัสดุก่อสร้าง สำนักดัชนีการค้า กระทรวงพาณิชย์
เมื่อสืบค้นรายละเอียดของราคากลางพบว่ามีการแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 808,757,711.58 บาท แบ่งเป็นงานก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร พร้อมอาคารประกอบอื่นๆ วงเงินรวม 581,252,830.87 บาท และงานครุภัณฑ์ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินรวม 770 ล้านบาท
@พลิก TOR ค่าปรับ 0.10% ของ 639 ล้านบาท
ทั้งนี้ ระยะเวลาสัญญาในครั้งแรกมีระยะเวลาอยู่ที่ 990 วัน เริ่มเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2565 สิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 โดยมีรายงานข่าวว่า ในช่วงปลายปี 2567 เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทำให้โครงการนี้ได้รับการต่อสัญญาออกไปสิ้นสุดลง ณ วันที่ 10 ก.ค. 2568 แต่หากนับถึงวันนี้ (29 ม.ค. 69) ก็นับเป็นเวลา 204 วันแล้วที่ผู้รับเหมา ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้
จากการสืบค้นเอกสารประกวดราคา ระบุถึงอัตราค่าปรับ 2 ประเด็น ในข้อ 9 ดังนี้
9.1.กรณีที่ผู้รับงานนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นร้อยละ 10 ของวงเงินการจ้างช่วง
9.2.กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง นอกเหนือจากข้อ 1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
ส่วนเงื่อนไขการยกเลิกการจัดจ้าง ระบุไว้ในข้อ 13.6 ของเอกสาร โดยมี 4 เงื่อนไข ได้แก่
1.กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
2.มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
3. การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
4.กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ 1, 2, หรือ 3 ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
@ทย.แจงเจรจารับเหมาทำต่อดีกว่า เสร็จ พ.ค.นี้ - ‘มนพร’ ยันเลิกแน่ แต่หลุดก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยสำนักข่าวอิศราว่า ก่อนหน้านี้ทาง ทย. แจ้งให้ทราบว่า ได้นัดผู้รับจ้างมาหารือ โดยได้เจรจากับผู้รับจ้างว่า ให้เร่งรัดการดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยจะต้องคงอัตราค่าปรับตามสัญญาไว้ ดีกว่าให้ทย.เลิกสัญญาและให้ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับจ้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับตัวผู้รับจ้างเอง โดยทางผู้รับจ้างก็น้อมรับข้อเสนอนี้และเร่งก่อสร้างจนงานคืบหน้าไปมากกว่า 62% แล้ว ซึ่ง ทย. คาดการณ์ไว้ว่า จะก่อสร้างแล้วส่งมอบให้ได้ พ.ค. 2569 นี้
ด้านนางมนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลกรมทาอากาศยาน (ทย.) สมัยรัฐบางนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราว่า ในช่วงที่ได้กำกับดูแลนั้น ช่วงเดือน เม.ย. 2568 ที่ได้ประชุมเร่งรัดดำเนินการโครงการนี้ ต้องบอกก่อนว่า เป็นเวลา 1 เดือน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย และส่งผลให้อาคารที่ทำการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และพบว่าผู้รับเหมาคือ กิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี "ITD-CREC" ประกอบด้วยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ และบริษัท China Railway No.10 Engineering Group ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการ
โดยโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ของท่าอากาศยานนราธิวาส ก็พบว่าหนึ่งในผู้รับเหมาคือ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้มีการประชุมกัน และตอนนั้นก็มีความชัดเจนว่า จะต้องเลิกสัญญาสถานเดียว แต่หลังจากนั้น ได้รับรายงานจาก ทย.ว่า ทางผู้รับจ้างชี้แจงเหตุผลของความล่าช้าว่า มาจากการภายในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่นั้น มีเนื้องานที่ซ้อนกันอยู่ เช่น การจัดซื้อเครื่องตรวจกระเป๋าแบบเอ็กซเรย์ เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ทางผู้รับจ้าง ต้องรอให้ผู้รับจ้างงานอื่นขนอุปกรณ์เข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อประกอบสร้างกันไปในคราวเดียว จึงทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการอะไร รัฐบาลก็สิ้นสภาพจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัตินางสาวแพทองธาร ชินวัตร เสียก่อน จึงไม่ได้ตามต่อว่า หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
นี่คือทั้งหมดของข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ ซึ่งยังมีข้อสงสัยอีกหลายประเด็น เช่น ค่าปรับตอนนี้จริงๆอยู่ที่เท่าไหร่?, การให้ผู้รับจ้างทำงานต่อทั้งที่หมดสัญญาไปแล้วนั้น มีเหตุผลอะไร?
โดยสำนักข่าวอิศราจะนำความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา