
CPF จุดประกายคนรุ่นใหม่สานต่อธุรกิจเกษตรทันสมัย เปิดบทเรียนจาก 3 ผู้ประกอบการ เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนเป็นพลังเติบโต
ธุรกิจเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญด้านปัญหาสิ่งแวดล้อม การขาดแคลนแรงงานและการขาดผู้สืบทอดกิจการ เมื่อคนรุ่นใหม่มีเส้นทางอาชีพให้เลือกมากขึ้น ขณะที่การกลับมารับช่วงต่อกิจการต้องเผชิญทั้งความผันผวนของตลาด ความเสี่ยงจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติ ภาวะเศรษฐกิจ และความคาดหวังของคนรุ่นก่อน?
จากข้อมูลสถิติสำมะโนการเกษตรปี 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ผู้ถือครองทำการเกษตรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น โดยผู้ถือครองที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกินครึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.2 ขณะที่กลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปีมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.4 นอกจากนี้ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรชี้ว่า ภาคเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เพราะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ โดยในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์รวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านล้านบาท หรือราวร้อยละ 16.5 ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมด การสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่อยากสานต่อกิจการ ควบคู่กับการเสริมทักษะด้านเกษตร การบริหารธุรกิจ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จึงเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและต่อยอดการเติบโตของธุรกิจเกษตรไทย
การทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นอนาคตในธุรกิจเกษตร จึงต้องมีทั้งการเปิดโอกาสให้ใช้ความรู้ใหม่ของตนเอง พื้นที่ให้ทดลอง และผู้มีประสบการณ์คอยสนับสนุน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ซึ่งดำเนินโครงการสนับสนุนและพัฒนาทายาทธุรกิจของคู่ค้าอย่างต่อเนื่องมากว่า 25 ปี จึงเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเซสชัน “From Heir to Business Leader” ภายในงาน CPF Feed NextGen Leadership Summit 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมให้ทายาทก้าวสู่บทบาทผู้นำธุรกิจ
เวทีดังกล่าวนำเรื่องราวของทายาทผู้ประกอบการจาก King Eggs ธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ครบวงจร Mhunat Group ผู้ผลิตและจำหน่ายเนื้อสุกรครบวงจรรายใหญ่ในภาคอีสาน และ Food Moments ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่และอาหารปรุงสุกพร้อมทาน มาถ่ายทอดให้เห็นเส้นทางที่แตกต่างกัน ทั้งการกลับมาฟื้นกิจการครอบครัว การเริ่มธุรกิจจากความชอบแม้ไม่มีความรู้ด้านปศุสัตว์ และการรับช่วงกิจการท่ามกลางวิกฤต โดยมีบทเรียนร่วมกันคือ การเข้าใจจุดแข็งของตนเอง เรียนรู้จากคนรุ่นก่อน การนำเทคโนโลยีมาผนวกในการดำเนินงาน และเลือกพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
จากโปรแกรมเมอร์ สู่ผู้สร้างแบรนด์ให้ไข่ไก่ของครอบครัว
สำหรับนายชานุวัฒน์ ศิวโมก หรือคุณวัฒน์ ผู้บริหาร King Eggs เส้นทางกลับบ้านเริ่มต้นจากธุรกิจที่ครอบครัวเคยต้องหยุดลง ฟาร์มไก่ไข่ที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2514 เผชิญโรคระบาดจนพ่อแม่ต้องขายอุปกรณ์และเล้าไก่ ขณะที่เขาเรียนจบด้านโปรแกรมเมอร์และออกไปทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนพบว่าพ่อแม่ตัดสินใจขายทรัพย์สินเพื่อลงทุนสร้างโรงเรือนระบบปิดและกลับมาเลี้ยงไก่อีกครั้ง เขาจึงเลือกลาออกจากงานเพื่อกลับมาช่วยกิจการ
แต่การเป็นลูกเจ้าของไม่ได้ทำให้การกลับมาครั้งนี้ง่ายขึ้น ชานุวัฒน์ต้องพิสูจน์ตัวเองกับทีมงานเดิม พร้อมเรียนรู้วิธีทำฟาร์มที่พ่อแม่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การทำความสะอาดพื้นโรงเรือนไปจนถึงอุปกรณ์ให้น้ำ เขาเลือกเก็บประสบการณ์เหล่านั้นมาจัดทำเป็นคู่มือปฏิบัติงาน เพื่อให้ความรู้ที่อยู่กับคนรุ่นก่อนกลายเป็นระบบที่ทีมงานนำไปใช้ต่อได้ จากนั้นจึงนำความรู้ด้านการตลาดมาเพิ่มโอกาสให้กิจการ ทั้งการวิเคราะห์จุดแข็งของธุรกิจ การทำโปรโมชั่น และการสร้างเว็บไซต์ตั้งแต่ปี 2550 ต่อยอดสู่การสื่อสารออนไลน์เพื่อให้ลูกค้ารู้จักฟาร์มและจดจำแบรนด์ การตลาดจึงกลายเป็นสะพานที่เชื่อมทั้งผู้ค้าและผู้บริโภคได้โดยตรง “เราต้องทำเกษตร ให้เป็นธุรกิจเกษตร” คือแนวคิดที่ชานุวัฒน์พา King Eggs เติบโตจากฟาร์มขนาด 30,000 ตัว สู่ 300,000 ตัว พร้อมเพิ่มอำนาจในการกำหนดราคาขายด้วยคุณค่าของสินค้าและแบรนด์
บทเรียนของ King Eggs แสดงให้เห็นว่า ความรู้ที่คนรุ่นใหม่สะสมจากนอกฟาร์มสามารถกลับมาสร้างมูลค่าให้ธุรกิจครอบครัวได้ เมื่อเริ่มจากการเข้าใจคุณภาพและประสบการณ์ที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ แล้วทำให้ตลาดมองเห็นคุณค่านั้นชัดเจนขึ้น
จากแพทย์และนักบัญชี สู่ธุรกิจสุกรที่เริ่มต้นด้วยใจรัก
อีกเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนความชอบให้เป็นธุรกิจ คือเส้นทางของนางจารุพรรณ พีรวรสกุล แห่ง Mhunat Group ผู้เรียนจบด้านบัญชี และสามีซึ่งเป็นแพทย์รักษาคน แม้ทั้งคู่ไม่มีพื้นฐานด้านปศุสัตว์ แต่ด้วยความชอบในการเลี้ยงสัตว์และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในจังหวัดหนองบัวลำภู จึงเริ่มต้นเรียนรู้และลงมือสร้างกิจการของตนเอง
ความท้าทายแรกคือการเปลี่ยนความชอบให้เป็นธุรกิจที่ดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ วางผังโรงเรือน และวางระบบป้องกันโรค ไปจนถึงการเลี้ยงและจัดการอาหารสัตว์ โดยมี CPF เป็นทั้งผู้ให้คำแนะนำและพันธมิตรที่ช่วยเติมความรู้ด้านปศุสัตว์ คุณจารุพรรณถ่ายทอดว่า การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นช่วยวางรากฐานการทำฟาร์มให้มั่นคง เมื่อสั่งสมประสบการณ์มาได้ประมาณ 10 ปี จึงต่อยอดจาก ณัฐภูมิ ฟาร์ม สู่ธุรกิจชำแหละและตัดแต่ง รวมถึงร้านจำหน่ายเนื้อสุกรภายใต้แบรนด์ “หมูณัฐ” เพื่อเชื่อมการผลิตจากฟาร์มถึงผู้บริโภคและดูแลคุณภาพได้ตลอดเส้นทาง
เมื่อธุรกิจขยายตัว การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจึงเป็นอีกก้าวสำคัญ หมูณัฐ กรุ๊ป ร่วมกับทีม FeedTech ของ CPF เริ่มนำ AI มาช่วยตรวจนับสุกรจากภาพถ่าย เพื่อลดเวลาและแรงงานในการเดินตรวจนับ รวมถึงลดการรบกวนที่อาจทำให้สัตว์เครียดหรือบาดเจ็บ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การวิเคราะห์และการนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจมีความถูกต้อง
เส้นทางของหมูณัฐ กรุ๊ป แสดงให้เห็นว่า ความชอบสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจปศุสัตว์ได้ แม้ไม่ได้เรียนจบด้านเกษตรโดยตรง และเมื่อผสานกับความตั้งใจเรียนรู้ ทักษะการบริหาร และการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และวางรากฐานให้กิจการเติบโตได้อย่างมั่นคง
ทายาทผู้รับช่วงต่อท่ามกลางวิกฤต และเติบโตด้วยการยึดมั่นในจุดแข็ง
นายเชษฐพล ดุษฎีโหนด หรือ นิกกี้ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เข้ามารับช่วงธุรกิจแปรรูปเนื้อไก่ของครอบครัวเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ในจังหวะที่วิกฤตไข้หวัดนกเข้ามาเป็นบททดสอบสำคัญ การเริ่มต้นบทบาททายาทจึงมาพร้อมคำถามสำคัญว่า จะพาธุรกิจที่ครอบครัวสร้างมาเดินต่ออย่างไร ท่ามกลางข้อจำกัดและการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่?
คำตอบของเขาคือการตัดสินใจยุติธุรกิจอาหารสัตว์เดิมของครอบครัว แล้วหันมาใช้ลูกไก่และอาหารสัตว์จาก CPF เพื่อทุ่มเงินทุนและความสามารถให้กับการแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก การสานต่อกิจการสำหรับเขาจึงหมายถึงการกล้าปรับในสิ่งที่ได้รับสืบทอดมา เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตต่อได้ด้วยจุดแข็งของตนเอง
แม้การเดินหน้าจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ แต่สิ่งที่เขายังยึดเป็นหลักคือประสบการณ์และกำลังใจจากคนรุ่นก่อน ผู้ก่อตั้งที่เคยผ่านความยากลำบากมา คือที่ปรึกษาสำคัญในวันที่ต้องตัดสินใจ ขณะที่คนรุ่นใหม่สามารถนำพลังและมุมมองใหม่เข้ามาต่อยอดได้ เมื่อทั้งสองรุ่นพร้อมรับฟังและเชื่อใจกัน การส่งต่อกิจการก็มีโอกาสพาธุรกิจไปได้ไกลกว่าที่รุ่นใดรุ่นหนึ่งจะทำเพียงลำพัง
CPF เติมความรู้และเทคโนโลยี สร้างความมั่นใจให้ธุรกิจเติบโตจากรุ่นสู่รุ่น
ประสบการณ์จากทั้งสามธุรกิจสะท้อนบทบาทของ CPF ในการอยู่เคียงข้างลูกค้าเกษตร ทั้งการแบ่งปันความรู้และให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยผู้ประกอบการนำความรู้ด้านการเลี้ยง โภชนาการ และการป้องกันโรคไปใช้ได้จริง ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมอาหารสัตว์และเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะที่ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการผลิตให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก
การต่อยอดความก้าวหน้าเหล่านี้ให้เกิดผลในระยะยาวต้องอาศัยคนที่พร้อมรับช่วงต่อ CPF จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทายาทให้มีทั้งความรู้ ทักษะการบริหาร และความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เชื่อมประสบการณ์ที่ครอบครัวสั่งสมมาหลายสิบปีเข้ากับโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เพื่อให้กิจการของคู่ค้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น และร่วมเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา