‘ศาลทหารกลาง’ พิพากษาแก้ คดี ‘อดีต ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 4’ ทุจริตโครงการก่อสร้างเส้นทาง ‘สายบ้านน้ำตก’ โดยเบิกจ่ายเงินแล้ว ทั้งที่ยังมิได้รับสิ่งของ สั่งปรับ 6 กระทง รวม 9 หมื่นบาท ส่วนโทษ ‘จำคุก’ 12 ปี 36 เดือน ให้ ‘รอลงอาญา’ 5 ปี
.....................................
เมื่อวันที่ 29 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 ศาลทหารกลาง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 124/2568 คดีหมายเลขแดงที่ 25/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ชยพัทธ์ หนองแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กับพวก ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างเส้นทางสายบ้านน้ำตก หมู่ที่ 5 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน ถึงบ้านไอร์บาลอ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยเบิกจ่ายเงินแล้ว ทั้งที่ยังมิได้รับสิ่งของที่ซื้อ
คดีนี้ ศาลทหารกลลาง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น (ศาลทหารกรุงเทพ) เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย (พล.ต.ชยพัทธ์ หนองแสง) 6 กระทงๆ ละ 30,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลงโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง เป็นปรับกระทงละ 15,000 บาท รวมโทษปรับ 6 กระทง คงให้ปรับจำเลย 90,000 บาท (เก้าหมื่นบาท)
โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว มีกำหนด 5 ปี (ห้าปี) นับแต่วันอ่านคาพิพากษาของศาลทหารกลางเป็นต้นไป บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ที่แก้ไขแล้ว นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคาพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 083/2569 เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลทหารกลาง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 767-41/2559 เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2559 มีมติชี้มูลความผิด พล.ต.ชยพัทธ์ หนองแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กับพวก ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างเส้นทางสายบ้านน้ำตก หมู่ที่ 5 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน ถึงบ้านไอร์บาลอ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยเบิกจ่ายเงินแล้ว ทั้งที่ยังมิได้รับสิ่งของที่ซื้อ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 มาตรา 91
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2562 ศาลทหารกรุงเทพ ได้มีคำพิพากษาในคดีนี้ (คดีหมายเลขดำที่ 37/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 30/2568) โดยพิพากษาว่า จำเลย (พล.ต.ชยพัทธ์ หนองแสง) มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. พ.ศ.2502 มาตรา 7 รวม 6 กระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี ลดโทษที่จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 78 ลงกระทงละกึ่งหนึ่ง เป็นโทษจาคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุก พล.ต.ชยพัทธ์ หนองแสง จำเลย ไว้มีกำหนด 12 ปี 36 เดือน (สิบสองปีสามสิบหกเดือน)
ตามที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษจำคุกให้กับจำเลย พร้อมทั้งได้แนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาด้วยนั้น ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งจำเลยได้กระทำไปยังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ประกอบกับศาลได้ลงโทษจำเลยในสถานเบาอยู่แล้ว จึงให้ยกคำร้องของจำเลยส่วนที่ให้รอการลงโทษ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา