‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 8 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.นบพิตำ’ จ.นครศรีธรรมราช 6 ปี 18 เดือน มีส่วนได้เสียจัดจ้างก่อสร้างถนนฯ 3 โครงการ นับโทษ ‘จำคุก’ ต่อจากคดีทุจริตซ่อมแซมรถบรรทุกน้ำฯ
..........................................
เมื่อวันที่ 22 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 108/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 46/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสมโชค อินณรงค์ เมื่อครั้งดำรงตำเหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อ.นบพิตา จ.นครศรีธรรมราช กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของ อบต.นบพิตำ ปีงบฯ 2561 จำนวน 3 โครงการ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายสมโชค อินณรงค์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 152 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 จำเลยที่ 2 (นางสาวรัชนีภรณ์ รัตนะ) และจำเลยที่ 3 (นายสุทธิพร อินณรงค์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 152 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
การกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 3 กระทง
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี 18 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 กระทงละ 1 ปี 8 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 3 ปี 24 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญา หมายเลขดำเลขที่ อท 107/2568 ของศาลนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 78/2569 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบบภาค 8 ตามความเห็นของอัยการสูงสุด และคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาพิจารณาอุทธรณ์ ฎีกา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 120/2567 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2567 มีมติชี้มูลความผิด นายสมโชค อินณรงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กับ นางสาวรัชนีภรณ์ รัตนะ และนายสุทธิพร อินณรงค์ กรณีมีส่วนได้เสียในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขององค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 3 โครงการ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 องค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 3 โครงการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง นายสมโชค อินณรงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการจ้างบุคคลที่นายสุทธิพร อินณรงค์ บุตรชายของนายสมโชค อินณรงค์ ขอนำชื่อมาใช้ เป็นผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายหัวโคก-ในลุ่ม หมู่ที่ 7 ตามสัญญาจ้างเลขที่ 9/2561 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2561 วงเงิน 421,800 บาท
โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายควนดินแดง-บ้านนายช่วง (ช่วงบ้านนายสิบ) หมู่ที่ 8 ตามสัญญาจ้างเลขที่ 15/2561 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2561 วงเงิน 398,000 บาท และโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็ก สายเขาโพธิ์ - หกภู หมู่ที่ 9 ตามสัญญาจ้างเลขที่ 33/2561 ลงวันที่ 17 เมษายน 2561 วงเงิน 398,000 บาท
ในขั้นตอนการก่อสร้างถนนทั้ง 3 โครงการ นายสุทธิพร อินณรงค์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างด้วยตนเองโดยว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่ในอัตราค่าแรงวันละ 500 บาท โดยมีนายสมโชค อินณรงค์ และนางสาวรัชนีภรณ์ รัตนะ ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ ภรรยาของนายสุทธิพร อินณรงค์ เป็นผู้ประสานงานกับผู้ควบคุมงานในการดำเนินโครงการดังกล่าว ต่อมาเมื่อการก่อสร้างถนนทั้ง 3 โครงการแล้วเสร็จ นายสมโชค อินณรงค์ ได้อนุมัติเบิกจ่ายเช็คค่าจ้างให้แก่ผู้มีชื่อเป็นผู้รับจ้าง จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้นำเช็คไปขึ้นเงินและเบิกถอนเงินทั้งหมดมามอบให้กับนายสุทธิพร อินณรงค์ โดยได้รับค่าตอบแทนจากนายสุทธิพร อินณรงค์ เป็นเงินจำนวนโครงการละ 5,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้
1.การกระทำของนายสมโชค อินณรงค์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 92
2.การกระทำของนางสาวรัชนีภรณ์ รัตนะ และนายสุทธิพร อินณรงค์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด และการกระทำของนางสาวรัชนีภรณ์ รัตนะ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง


รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 107/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 39/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสมโชค อินณรงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กับพวก ทุจริตในการตรวจเช็คซ่อมแซมและเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรถยนต์บรรทุกน้ำ หมายเลขทะเบียน บท-1843 นครศรีธรรมราช
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายสมโชค อินณรงค์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยทั้งสอง เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสอง ประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า ยังไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำคุกได้ โทษจำคุกจึงไม่รอ
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด (อ่านประกอบ : คุก 2 ปี 6 ด.'ไม่รอลงอาญา' ! ศาลฯตัดสินคดี'อดีตนายก อบต.นบพิตำ'ทุจริตซ่อมแซมรถบรรทุกน้ำ)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา