
‘ศาลฎีกาฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตสมาชิก อบจ.ยโสธร’ 2 เดือน ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯเท็จ ไม่แจ้งทรัพย์สิน ‘รถจักรยานยนต์-รถแทรกเตอร์-รถบรรทุก’ 9 รายการ ไม่เคยได้รับโทษ ‘จำคุก’มาก่อน ‘โทษจำคุก’ ให้รอการลงโทษ 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
............................................
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 42/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 23/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) กับนายอิศรา โพธิ์ศิริ (ผู้ถูกกล่าวหา) อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยโสธร และอดีตเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า นายอิศรา โพธิ์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และกรณีเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายอิศรา โพธิ์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหา ตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167
การกระทำของ นายอิศรา โพธิ์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง
นายอิศรา โพธิ์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหา ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ,30
“…คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายอิศรา โพธิ์ศิริ) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และกรณีเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธรหรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร จึงเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ตามประกาศของผู้ร้อง เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561
ผู้ถูกกล่าวหา จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และกรณีเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 วรรคหนึ่ง และมาตรา 105 ภายในหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันเข้ารับตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของเจ้าพนักงานของรัฐต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ.2561
ได้ความจากสำนวนการไต่สวนของผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ว่า
(1) รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กธ อุบลราชธานี 597 มูลค่า 180,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า ให้นายประเสริฐ สามารถ ยืมไปใช้งาน แต่นายประเสริฐ ชี้แจงว่า เป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าวที่ผู้ถูกกล่าวหานำมาจอด เพื่อซ่อมและรออะไหล่ประมาณ 5 ถึง 6 เดือน ไม่เคยใช้งานรถจักรยานยนต์ดังกล่าว
(2) รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กด ยโสธร 2006 มูลค่า 50,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ผู้ถูกกล่าวหาให้นายสมชาติ ทองหนุน ยืมไปใช้งาน แต่นายสมชาติ ชี้แจงว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้ควบคุมงานก่อสร้าง ส่งอะไหล่ และงานอื่นๆ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด โพธิ์ศิริก่อสร้าง ที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
(3) รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กค ยโสธร 3333 มูลค่า 250,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2557 ผู้ถูกกล่าวหาให้นายยุทธกิจ สิริแสงโยธิน ยืมไปใช้งาน นายยุทธกิจ ชี้แจงว่าเป็นเพียงแค่การยืมกันขับเท่านั้น หากรถจักรยานยนต์ดังกล่าวจอดเป็นเวลานาน จะเกิดปัญหาต้องนำออกมาวิ่งเป็นระยะ
(4) รถแทรกเตอร์ หมายเลขทะเบียน ตค 7241 ยโสธร มูลค่า 350,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 โดยแจ้งว่าโอนการครอบครองให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด โพธิ์ศิริก่อสร้าง ไปใช้งานเป็นเวลานานแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกกล่าวหาโอนกรรมสิทธิ์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564
(5) รถบรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน 81-2578 ยโสธร มูลค่า 250,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์
(6) รถบรรทุกไม่ประจำทาง ประเภทกึ่งพ่วง (มีข้างเสริม) หมายเลขทะเบียน 70-1466 ยโสธร มูลค่า 200,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดย บริษัท ธนาคิม วู๊ดชิพ จำกัด เป็นผู้ประกอบการขนส่งและจดทะเบียนครอบครองยานพาหนะดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562
(7) รถบรรทุก ประเภทลากจูง หมายเลขทะเบียน 70-1471 ยโสธร มูลค่า 300,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยบริษัท ธนาคิมวู๊ดชิพ จำกัด เป็นผู้ประกอบการขนส่ง และจดทะเบียนครอบครองยานพาหนะดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 และผู้ถูกกล่าวหาโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัท เจ.ที.เจ.คอนกรีต แอนด์ โปรดักส์ จำกัด เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2566
(8) รถบรรทุกไม่ประจำทาง ประเภทกึ่งพ่วง (ท้ายลาด) หมายเลขทะเบียน 70-1472 ยโสธร มูลค่า 300,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยบริษัท ธนาคิม ดชิพ จำกัด เป็นผู้ประกอบการขนส่งและจดทะเบียนครอบครองยานพาหนะดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562
(9) รถบรรทุกไม่ประจำทาง ประเภทกึ่งพ่วง (ท้ายลาด) หมายเลขทะเบียน 70-1632 ยโสธร มูลค่า 300,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยครอบครองเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 โดยบริษัทธนาคิมวู๊ดชิพ จำกัด เป็นผู้ประกอบการขนส่ง
โดยยานพาหนะดังกล่าว ได้มาในระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร แม้ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า ให้ผู้อื่นยืมรถจักรยานยนต์ไปใช้งาน และรถจักรยานยนต์ไม่ได้อยู่ในความครอบครอง ทำให้เข้าใจว่าไม่ต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว แต่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวบางคัน มีมูลค่าสูงกว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในท้องตลาด และรถจักรยานยนต์บางคัน ใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด โพธิ์ศิริก่อสร้าง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ยากที่ผู้ถูกกล่าวหาจะหลงลืมไปได้
ทั้งปรากฏตามคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ลงวันที่ 21 มกราคม 2565 และวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ว่า ผู้ถูกกล่าวหา ถอนหุ้นออกจากบริษัท ธนาคิมวู๊ดชิพ จำกัด เมื่อปี 2562 โดยโอนหุ้นให้ภริยา และเมื่อปี 2561 บิดาผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของห้างหุ้นส่วนจำกัด โพธิ์ศิริก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหา มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง การดำเนินธุรกิจของผู้ถูกกล่าวหาและคู่สมรส ได้นำผลกำไรไปชำระหนี้และลงทุนต่อในบริษัทนั้น ในปีต่อๆ ไป
ผู้ถูกกล่าวหาโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 หลังจากพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563
ส่วนรถบรรทุกดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหามีชื่อถือกรรมสิทธิ์ แม้ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่ารถแทรกเตอร์และรถบรรทุกดังกล่าว ไม่อยู่ในความครอบครองของผู้ถูกกล่าวหา แต่ผู้ถูกกล่าวหามีชื่อเป็นเจ้าของทางทะเบียนจริง และรถถูกนำมาใช้ในกิจการเพื่อหากำไรของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาถือหุ้นอยู่ ทรัพย์สินดังกล่าวจึงอยู่ในความรับรู้ของผู้ถูกกล่าวหามาโดยตลอด
ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงเมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นกลไกสำคัญและแสดงความโปร่งใส เพื่อให้สามารถตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินในระหว่างดำรงตำแหน่งเพื่อป้องกัน มิให้ใช้อำนาจหน้าที่ไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
เมื่อรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพ จึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้น
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และกรณีเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167
พิพากษาว่า นายอิศรา โพธิ์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร และกรณีเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ,30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 42/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 23/2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา